thansettakij
thansettakij
เศรษฐกิจญี่ปุ่นส่งท้ายปีสดใส บีโอเจคงนโยบายการเงินหลังได้แรงหนุนจากเยนอ่อน

เศรษฐกิจญี่ปุ่นส่งท้ายปีสดใส บีโอเจคงนโยบายการเงินหลังได้แรงหนุนจากเยนอ่อน

22 ธ.ค. 59 | 08:00 น.
ธนาคารกลางญี่ปุ่นมองแนวโน้มเศรษฐกิจสดใสขึ้น หลังการอ่อนค่าของเงินเยนในช่วงที่ผ่านมาหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ พร้อมคงนโยบายการเงินไว้ในการประชุมนัดสุดท้ายของปี 2559

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ -0.1% และคงเป้าหมายผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะเวลา 10 ปีไว้ที่ 0% รวมถึงคงมาตรการซื้อพันธบัตรรัฐบาลไว้ที่ 80 ล้านล้านเยนต่อปีเช่นเดิม

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ทางการของบีโอเจได้แสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีพัฒนาการไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากชัยชนะของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ช่วยทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง และเพิ่มความเชื่อมั่นภายในประเทศ โดยบีโอเจกล่าวว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มขยายตัวในระดับปานกลาง ด้วยความต้องการภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังขนาดใหญ่ และการขยายตัวของการส่งออก

อย่างไรก็ดี บีโอเจเตือนว่าผลกระทบจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีต่อตลาดเงินทั่วโลก เป็นหนึ่งในความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยชี้ว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอาจกระทบกับการเคลื่อนย้ายเงินทุนในตลาดเกิดใหม่

เงินเยนที่อ่อนค่าลงประมาณ 15% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาช่วยกระตุ้นการส่งออกของญี่ปุ่น โดยข้อมูลจากกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นที่เปิดเผยออกมาในสัปดาห์นี้แสดงให้เห็นว่า ปริมาณการส่งออกในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 7.4% เป็นอัตราการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 สะท้อนถึงความต้องการจากต่างประเทศที่ฟื้นตัวกลับคืนมา หลังจากปริมาณการส่งออกในเดือนตุลาคมลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะเดียวกัน แนวโน้มของภาคการผลิตมีความสดใสขึ้นเมื่อดูจากผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจโดยบีโอเจ (Tankan) ประจำเดือนธันวาคมที่เปิดเผยออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นเป็น 10 จาก 6 ในการสำรวจเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส

นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการบีโอเจ กล่าวถึงการอ่อนค่าของเงินเยนที่ช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย โดยเงินเยนอ่อนค่าจะช่วยดันอัตราเงินเฟ้อให้สูงขึ้นด้วยการเพิ่มราคาสินค้านำเข้า และส่งผลให้แนวโน้มเงินเฟ้อปรับสูงขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของบีโอเจ

"การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนี้เป็นลักษณะของเงินดอลลาร์แข็งค่ามากกว่าการอ่อนค่าของเงินเยน" นายคุโรดะกล่าว พร้อมกับเสริมว่า "มีความเป็นไปได้ที่ทิศทางนโยบายการเงินที่สวนทางของธนาคารกลางขนาดใหญ่อาจส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน แต่ในขณะนี้ผมมองว่าการอ่อนค่าของเยนไม่ได้มากเกินไปหรือนำมาซึ่งปัญหา
เงินเยนปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2559 จากปัจจัยความไม่แน่นอนในต่างประเทศ อาทิ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และผลประชามติของอังกฤษที่พลิกความคาดหมาย ส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทผู้ส่งออกขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี ชัยชนะของนายทรัมป์เป็นปัจจัยพลิกสถานการณ์ให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง ลดแรงกดดันต่อบีโอเจในการประชุมช่วงปลายปี และนักวิเคราะห์บางรายมองว่าทิศทางนโยบายของบีโอเจในช่วงต่อจากนี้อาจเปลี่ยนจากการผ่อนคลายไปเป็นการทำให้เข้มงวดขึ้น

ขณะเดียวกันรัฐบาลญี่ปุ่นมองเศรษฐกิจในปี 2560 แข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย โดยในเวลานี้คาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะเติบโต 1.5% ในปีงบประมาณถัดไปซึ่งจะเริ่มต้นวันที่ 1 เมษายน 2560 จากเดิมที่คาดการณ์การเติบโตไว้ 1.2% ขณะที่เงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ที่ 1.1% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 1.4% และงบประมาณเบื้องต้นของรัฐบาลในปีหน้าจะอยู่ที่ 97.5 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 0.8% จากงบประมาณปี 2559

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,220 วันที่ 22-24 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline