
แนวโน้มบัตรเครดิตแข่งเดือด AMEXคืนตลาดจับGen Y ชูดอกตํ่า 12.99%-กรุงศรีฯรุกไพรม์
ตลาดบัตรเครดิตระอุ“อเมริกันเอ็กซ์เพรส”คืนตลาด ลงชิงลูกค้ากลุ่มGen-y รายได้ 3 หมื่นบาท งัดดอกเบี้ย 12.99% จูงใจ “กรุงศรีอยุธยา” ไม่หวั่นเหตุฐานลูกค้าครอบคลุม-ไม่หั่นดอกเบี้ยตาม เน้นจับกลุ่มไพร์มยอดใช้จ่ายสูง
การกลับมาลงตลาดบัตรเครดิตในไทยอีกครั้งของบริษัทอเมริกันเอ็กซ์เพลส(ไทย)จำกัด ผู้ให้บริการบัตรเครดิตอเมริกันเอ็กซ์เพรส หรือ AMEX ที่มาจับตลาดระดับกลาง-ล่าง เป็นครั้งแรก จับกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ Gen-Y ที่มีรายได้ 3 หมื่นบาทต่อเดือนโดยเสนอดอกเบี้ยจูงใจต่ำสุดในระบบ 12.99% ทำให้ตลาดบัตรเครดิตกลับมาแข่งขันรุนแรงมากขึ้น
“ไทยยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และเป็นตลาดที่บริษัทจะให้ความสำคัญมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มมิลเลนเนี่ยม หรือกลุ่ม Gen-y ที่อัตราการเติบโตสูง และเป็นตลาดกลุ่มใหญ่ที่มีสัดส่วนกว่า 32% ของประชากรทั้งหมด”นายมาร์ลิน บราวน์ รองประธานและผู้จัดการใหญ่ บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัด กล่าว
ปัจจุบัน AMEX มีบัตรเครดิต5 ชนิด ผู้ถือบัตรจะเป็นลูกค้าระดับบนมีรายได้สูง เป็นบัตร AMEX 2 บัตร บัตรร่วมกับบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)1 บัตร และที่เหลือ 3 บัตร จะเป็นบัตร Charge Card เป็นบัตรทอง บัตรเขียว และบัตรแพลทินัม ซึ่งมีรายได้ 2 ล้านบาทขึ้นไป จับกลุ่มร้านจำหน่ายสินค้าไฮเอนด์
การจับกลุ่มตลาดระดับบน ทำให้การใช้จ่ายผ่านบัตร AMEX จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยของบัตรทั่วไป 8 เท่า ขณะที่ยอดการใช้จ่ายสม่ำเสมอถึง 85% โดยหมวดที่ใช้จ่ายมากที่สุดจะเป็น ช็อปปิ้งและการท่องเที่ยว มีสัดส่วนกว่า 60% และรองลงมาจะเป็น สุขภาพและหมวดทานอาหาร
ด้านผู้นำตลาดบัตรเครดิตอันดับ 2 ของตลาดไทย เช่น บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด ผู้ให้บริการบัตรกรุงศรี มองการที่ AMEX ลงสนามในกลุ่มลูกค้าเงินเดือน 3 หมื่นบาท ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพทั้งในด้านยอดการใช้จ่ายและพฤติกรรมการชำระหนี้คืนที่ค่อนข้างดี แต่บริษัทคงไม่มุ่งเน้นเติบโตกลุ่มนี้เป็นพิเศษ แม้ว่าจะมีผู้เล่นเข้ามาแข่งขันในตลาดจึงไม่มีนโยบายที่จะหั่นดอกเบี้ยลงมาสู้
“เรามีฐานลูกค้าที่กว้างและครอบคลุมทุกกลุ่ม ผู้เล่นที่เข้ามาเจาะกลุ่มรายได้ 3 หมื่นบาท ถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ และเข้าใจว่าไม่ได้ทำตลาดจึงเข้ามาลุย แต่เราคงไม่ลงไปแข่งขันเรื่องลดดอกเบี้ย เพราะต้นทุนการเงินและความเสี่ยงแตกต่างกัน”นางสาววรรวิมล กนกธนาพร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”
ปัจจุบันบริษัทบัตรกรุงศรี คิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตทุกกลุ่มที่ 20% แต่ในบางหมวดการใช้จ่ายหรือมีรายการร่วมกับร้านค้าเสนอโปรโมชันอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนซึ่งเป็นการแข่งขันตามช่วงเวลาและจังหวะ
ฐานลูกค้าของกรุงศรีฯจะครอบคลุมทุกกลุ่มตั้งแต่รายได้ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือนถือว่าเป็นฐานใหญ่สุดมีสัดส่วน 40% รองลงมาเป็นกลุ่มรายได้ 3 หมื่นบาทต่อเดือน เป็นกลุ่ม Platinum อยู่ในฐานลูกค้าทั่วไปมีสัดส่วน30% ขณะที่กลุ่มรายได้ 7 หมื่นบาทต่อเดือนมีประมาณ 10% และกลุ่มที่มีเงินฝาก 1 ล้านบาท หรือกลุ่ม (Prime) มีประมาณ 1 แสนราย
กลยุทธ์บริษัทบัตรกรุงศรี ในปี 2560จะเน้นเติบโตในกลุ่มลูกค้าเพิ่งเริ่มต้นทำงาน และกลุ่มที่มีเงินฝาก 1 ล้านบาทหรือกลุ่ม Primeเพิ่มมากขึ้นซึ่งจะเสนอสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าเข้ามาถือบัตร Signature ซึ่งกลุ่มนี้จะมียอดใช้จ่ายค่อนข้างสูงเฉลี่ย 4-6 หมื่นบาทต่อบัตรต่อเดือน เมื่อเทียบกับกลุ่มทั่วไปที่ใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 1-2 หมื่นบาทต่อบัตรต่อเดือน
นางนพวรรณ เจิมหรรษา รองกรรมการผู้จัดการ ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ขยายตัว 6-7% เป็นอัตราเติบโตปานกลางกลุ่มที่ใช้จ่ายได้อย่างปกติ และมีการเติบโตชัดเจนคือ กลุ่มรายได้ปานกลางขึ้นไป แม้ยังมีสัญญาณการระมัดระวังการใช้จ่าย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,220 วันที่ 22-24 ธันวาคม 2559
การกลับมาลงตลาดบัตรเครดิตในไทยอีกครั้งของบริษัทอเมริกันเอ็กซ์เพลส(ไทย)จำกัด ผู้ให้บริการบัตรเครดิตอเมริกันเอ็กซ์เพรส หรือ AMEX ที่มาจับตลาดระดับกลาง-ล่าง เป็นครั้งแรก จับกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ Gen-Y ที่มีรายได้ 3 หมื่นบาทต่อเดือนโดยเสนอดอกเบี้ยจูงใจต่ำสุดในระบบ 12.99% ทำให้ตลาดบัตรเครดิตกลับมาแข่งขันรุนแรงมากขึ้น
“ไทยยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และเป็นตลาดที่บริษัทจะให้ความสำคัญมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มมิลเลนเนี่ยม หรือกลุ่ม Gen-y ที่อัตราการเติบโตสูง และเป็นตลาดกลุ่มใหญ่ที่มีสัดส่วนกว่า 32% ของประชากรทั้งหมด”นายมาร์ลิน บราวน์ รองประธานและผู้จัดการใหญ่ บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัด กล่าว
ปัจจุบัน AMEX มีบัตรเครดิต5 ชนิด ผู้ถือบัตรจะเป็นลูกค้าระดับบนมีรายได้สูง เป็นบัตร AMEX 2 บัตร บัตรร่วมกับบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)1 บัตร และที่เหลือ 3 บัตร จะเป็นบัตร Charge Card เป็นบัตรทอง บัตรเขียว และบัตรแพลทินัม ซึ่งมีรายได้ 2 ล้านบาทขึ้นไป จับกลุ่มร้านจำหน่ายสินค้าไฮเอนด์
ด้านผู้นำตลาดบัตรเครดิตอันดับ 2 ของตลาดไทย เช่น บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด ผู้ให้บริการบัตรกรุงศรี มองการที่ AMEX ลงสนามในกลุ่มลูกค้าเงินเดือน 3 หมื่นบาท ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพทั้งในด้านยอดการใช้จ่ายและพฤติกรรมการชำระหนี้คืนที่ค่อนข้างดี แต่บริษัทคงไม่มุ่งเน้นเติบโตกลุ่มนี้เป็นพิเศษ แม้ว่าจะมีผู้เล่นเข้ามาแข่งขันในตลาดจึงไม่มีนโยบายที่จะหั่นดอกเบี้ยลงมาสู้
“เรามีฐานลูกค้าที่กว้างและครอบคลุมทุกกลุ่ม ผู้เล่นที่เข้ามาเจาะกลุ่มรายได้ 3 หมื่นบาท ถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ และเข้าใจว่าไม่ได้ทำตลาดจึงเข้ามาลุย แต่เราคงไม่ลงไปแข่งขันเรื่องลดดอกเบี้ย เพราะต้นทุนการเงินและความเสี่ยงแตกต่างกัน”นางสาววรรวิมล กนกธนาพร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”
ปัจจุบันบริษัทบัตรกรุงศรี คิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตทุกกลุ่มที่ 20% แต่ในบางหมวดการใช้จ่ายหรือมีรายการร่วมกับร้านค้าเสนอโปรโมชันอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนซึ่งเป็นการแข่งขันตามช่วงเวลาและจังหวะ
ฐานลูกค้าของกรุงศรีฯจะครอบคลุมทุกกลุ่มตั้งแต่รายได้ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือนถือว่าเป็นฐานใหญ่สุดมีสัดส่วน 40% รองลงมาเป็นกลุ่มรายได้ 3 หมื่นบาทต่อเดือน เป็นกลุ่ม Platinum อยู่ในฐานลูกค้าทั่วไปมีสัดส่วน30% ขณะที่กลุ่มรายได้ 7 หมื่นบาทต่อเดือนมีประมาณ 10% และกลุ่มที่มีเงินฝาก 1 ล้านบาท หรือกลุ่ม (Prime) มีประมาณ 1 แสนราย
กลยุทธ์บริษัทบัตรกรุงศรี ในปี 2560จะเน้นเติบโตในกลุ่มลูกค้าเพิ่งเริ่มต้นทำงาน และกลุ่มที่มีเงินฝาก 1 ล้านบาทหรือกลุ่ม Primeเพิ่มมากขึ้นซึ่งจะเสนอสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าเข้ามาถือบัตร Signature ซึ่งกลุ่มนี้จะมียอดใช้จ่ายค่อนข้างสูงเฉลี่ย 4-6 หมื่นบาทต่อบัตรต่อเดือน เมื่อเทียบกับกลุ่มทั่วไปที่ใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 1-2 หมื่นบาทต่อบัตรต่อเดือน
นางนพวรรณ เจิมหรรษา รองกรรมการผู้จัดการ ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ขยายตัว 6-7% เป็นอัตราเติบโตปานกลางกลุ่มที่ใช้จ่ายได้อย่างปกติ และมีการเติบโตชัดเจนคือ กลุ่มรายได้ปานกลางขึ้นไป แม้ยังมีสัญญาณการระมัดระวังการใช้จ่าย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,220 วันที่ 22-24 ธันวาคม 2559






