thansettakij
thansettakij
ทล.โชว์แผนรับเดินทางปีใหม่ ติดCCTV334ตัวเฝ้าระวัง

ทล.โชว์แผนรับเดินทางปีใหม่ ติดCCTV334ตัวเฝ้าระวัง

21 ธ.ค. 59 | 08:00 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ธ.ค. 59 | 11:16 น.
ทล.โชว์แผนเตรียมความพร้อมรับมือเดินทางช่วงปีใหม่ กำหนด 7 มาตรการรองรับ ตั้ง 125 ศูนย์ประสานงาน 408 จุดให้บริการทั่วไทยร่วมบูรณาการกับหน่วยอื่น ใช้กล้อง CCTV 334 ตัวเฝ้าระวัง

ใกล้เทศกาลปีใหม่ 2560 โดยปีนี้รัฐบาลกำหนดให้วันที่ 29 ธันวาคม 2559 -4 มกราคม 2560 เป็นช่วง 7 วันอันตราย ในส่วนการเตรียมความพร้อมของกรมทางหลวงนั้นนายสราวุธ ทรงศิวิไล รองอธิบดีฝ่ายบำรุงทาง กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงมาตรการเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกภายใต้โครงการ“เดินทางอุ่นใจ ปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง เทศกาลปีใหม่ 2560” ว่า ปีนี้ได้เตรียม 7 มาตรการหลักคือ 1. ทางดี พร้อมใช้ ปลอดภัย ไร้จุดเสี่ยง 2. ป้ายเด่นชัด ไม่พลัด ไม่หลง 3.ไฟฟ้าส่องสว่าง เดินทางปลอดภัย สัญญาไฟจราจร เห็นชัด อุบัติเหตุลดลง 4. จุดให้บริการทั่วไทย พักรถก่อนไป เดินทางใกล้ไกล ปลอดภัยทุกเส้นทาง 5. รายงานสภาพการจราจรออนไลน์ แบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง 6.โทร.ฟรี 1586 สายด่วนคู่ใจเพื่อนเดินทาง พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง และ 7. ใช้มอเตอร์เวย์ฟรี ของขวัญจากใจกรมทางหลวง

สำหรับปีนี้ ทล.จัดเต็มรูปแบบโดยบูรณาการหน่วยงานคมนาคมเพื่อดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ ด้วยการจัดตั้ง 125 ศูนย์ประสานงาน 212 จุดให้บริการทั่วไทย ทั้งการตั้งเต็นท์ของทล.เอง และร่วมกับหน่วยอื่นๆตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนั้นยังมีการพยากรณ์ปริมาณรถที่จะใช้เส้นทางต่างๆ เพื่อรับมือการจราจรเส้นทางนั้นๆได้อย่างสอดคล้องกัน ทั้งขาไปและขากลับ

ประการสำคัญ ทล.ได้ติดตั้งกล้อง CCTV บนทางหลวง 334 ตัว โดยเป็นของสำนักอำนวยความปลอดภัย 210 ตัว สำนักบริหารบำรุงทาง 25 ตัว ตำรวจทางหลวง 40 ตัว และของทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 59 ตัว ทั้งนี้ผู้ใช้ทางสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ http://www.highwaytraffic.go.th/DOHWEb/Home.aspx โดยกล้องทั้ง 294 ตัวจะสามารถติดตามความเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แบ่งเป็น 210 ตัวบนถนนสายหลัก 25 ตัวบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น และ 59 ตัวบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง นอกเหนือจากการติดตามผ่านแอฟปิเคชั่น Thailand Highway Traffic ที่จะเห็นสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ทล.ยังได้จัดเส้นทางเลือกสู่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยเฉพาะจุดจากกรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา-อ่างทองเพื่อเลี่ยงติดขัดในเส้นทางสายหลักอย่างถนนหมายเลข 32 (แนวเส้นปะสีเหลืองในแผนที่ไปตามถนนสาย 347 สาย 1 และสาย 309 ) โดยแนวเส้นทางสีน้ำเงินจะเป็นถนนวงแหวน ส่วนสายสีเขียวจะเป็นเส้นทางหลัก และสายสีแดงจะเป็นเส้นทางสำรอง หรือเส้นทางเลือก นอกจากนั้นยังแนะนำให้ประชาชนเลี่ยงใช้เส้นทางหมายเลข 304 และเส้นทางสายชลบุรี-บ้านบึงที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างทั้ง 2 เส้นทางในช่วงดังกล่าวนี้ด้วย

“ปัจจุบันปริมาณรถที่ใช้มอเตอร์เวย์วันละ 5-6 แสนคัน โดยจะมีรายรับวันละประมาณ 16 ล้านบาท ปีนี้สายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือยังเป็นเส้นทางสายหลัก เส้นเดียวกับสายใต้ช่วงผ่านอุทยานราชภักดิ์ได้แนะนำเส้นทางเลี่ยงเอาไว้ด้วยแล้ว”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,219 วันที่ 18-21 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline