
‘พาที’ยันพ้นวิกฤติขาดนักบิน นกแอร์ผนึกโบอิ้งเทรนนิ่ง-พร้อมต่อยอดป้อนแอร์ไลน์อื่น
นกแอร์ เดินแผนแก้ปัญหานักบินขาดแคลนสัมฤทธิผล ชี้ปัจจุบันมีอยู่ร่วม 200 คน เกินลิมิตไปร่วม 30-40 คน หลังผนึกโบอิ้ง ทำข้อตกลงส่งนักบินโบอิ้ง เข้ามาเก็บชั่วโมงบินในไทย ทั้งยังนำโบอิ้ง เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์เข้ามาฝึกนักบินเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ภายในศูนย์ฝึกการบินแพนแอมประเทศไทย ที่สายการบินร่วมถือหุ้นอยู่ พร้อมมองไกลเตรียมแผนผลิตนักบินป้อนสายการบินอื่น
นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่านกแอร์ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนนักบินแล้ว หลังจากดำเนินการตามแผนแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิผล ทำให้จำนวนนักบินที่มีอยู่ราว 200 คน ซึ่งก็ถือว่าโดยภาพรวมเรามีจำนวนนักบินเกินอยู่ราว 30-40 คน จากความต้องการนักบินของนกแอร์ โดยเฉพาะนักบินในรุ่นโบอิ้ง737-800 ส่วนนักบินรุ่นQ-400 ก็ถือว่ามีพอดีอยู่ แต่กำลังจะเพิ่มให้มีมากกว่านี้ซึ่งในขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการเทรนนิ่งเพื่อรองรับจำนวนฝูงบินที่ให้บริการอยู่
ทั้งนี้จนถึงสิ้นปีนี้ นกแอร์ จะมีเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง737-800 จำนวน 23 ลำ และเครื่องบินใบพัดรุ่น Q-400 NextGenจำนวน 8 ลำ ดังนั้นการมีนักบินเกิน ก็เป็นสิ่งที่ดีต่อการรองรับการขยายฝูงบินของนกแอร์ ที่เราวางแผนไว้ และนกแอร์ยังได้นำโบอิ้ง เทรนนิ่ง เข้าอยู่ที่ศูนย์ฝึกการบินแพนแอม ประเทศไทย ซึ่งก็มีซิมูเลเตอร์ รองรับการฝึกบินนักบินเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของนกแอร์ได้
กัปตันนรหัช พลอยใหญ่ รองประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการ สายการบินนกแอร์กล่าวว่าที่ผ่านมานกแอร์เคยมีปัญหานักบินไม่เพียงพอ แต่ในขณะนี้ถือว่าไม่มีปัญหาแล้ว เพราะสายการบินได้วางแผนทางแก้ไขไว้หมดแล้ว อย่าง ในกรณีที่นักบินไม่พอก็จ้างนักบินจากต่างชาติเข้าในระยะสั้น ๆ ราว 1-2 ปี ซึ่งนกแอร์ได้ร่วมมือกับทางโบอิ้งเพื่อให้ส่งนักบินโบอิ้งเข้ามาทำการบินกับนกแอร์ประมาณ 1,500 ชั่วโมง เนื่องจากกฎหมายของทางสหรัฐอเมริการะบุว่าผู้ที่ได้ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก (Airline Transport Pilot License : ATPL) มายังไม่สามารถที่จะออกไปทำการบินกับสายการบินได้ แต่จะต้องมีชั่วโมงบิน 1,500 ชั่วโมงก่อนจึงจะไปสมัครกับสายการบินได้ ดังนั้นนกแอร์จึงทำข้อตกลงในโครงการแลกเปลี่ยนให้นักบินเหล่านี้สามารถมาเก็บชั่วโมงบินกับนกแอร์
นอกจากนี้ยังมีการหารือกับสายการบินประเทศต่าง ๆ ในระดับภูมิภาคเรื่องการแลกเปลี่ยนนักบินในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อให้เราสามารถที่จะใช้เวลาในการฝึกกัปตันของนกแอร์ขึ้นมาได้ เนื่องจากนกแอร์ต้องรักษามาตรฐานในการเลื่อนขั้นจากนักบินผู้ช่วยสู่การเป็นกัปตัน ซึ่งก็คือนักบินผู้ช่วยจะต้องมีประสบการณ์บินมากกว่า 4,500 ชั่วโมง และเป็นนักบินสายการบินมาแล้วอย่างน้อย 4 ปี จึงจะสามารถเข้าฝึกเพื่อเป็นกัปตันได้ ปัจจุบันนกแอร์จึงมีครูและนักบินต่างชาติอยู่ราว 20 คน และจะมีการหมุนเวียนกันเข้ามาเรื่อย ๆ โดยใช้เวลาชุดละประมาณ 3-4 เดือน ส่วนนักบินทั้งหมดของนกแอร์ในปัจจุบันมีอยู่ราว 200 คน และเราก็ผลิตใหม่ออกมาเรื่อย ๆ ซึ่งจะทำให้นกแอร์มีนักบินจำนวนคงที่อยู่ตลอดเวลา เหมือนเมื่อมีน้ำไหลออก ก็เติมเข้าเรื่อย ๆ
ขณะเดียวกัน นกแอร์ทยอยฝึกนักบินของเราเอง โดยได้ส่งนักบินไปทำการฝึกที่โตรอนโท และขณะนี้เรามีนักบินที่อยู่ในกระบวนฝึกราว30 คน คาดว่าจะพร้อมใช้งานได้ในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า ส่วนนักบินเครื่องบินแบบโบอิ้ง ก็ส่งไปฝึกที่สิงคโปร์ และฝึกที่ศูนย์ฝึกการบินนานาชาติแพมแอม ประเทศไทย ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ บางนาซึ่งนกแอร์ถือหุ้นอยู่ด้วย และเมื่อฝึกจนถึงขั้นตอน On Route Training ที่นักบินขึ้นไปบินบริการผู้โดยสาร เราก็มีครูโบอิ้งขึ้นไปสอนด้วย
“ปัจจุบันนี้เรามีศิษย์การบินที่อยู่ในกระบวนการเรียนเพื่อเป็นนักบินผู้ช่วยและกัปตันรวมกันอยู่ราว 60 คน เพื่อให้เพียงพอต่อการทำงานกับเครื่องบินที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งการฝึกนักบินของนกแอร์ ไม่ได้เน้นที่ปริมาณอย่างเดียว จะเน้นเรื่องของคุณภาพด้วย นี่เองทำให้เราจึงเลือกครูและหลักสูตรการบินของโบอิ้ง ครูที่ทำการฝึกให้เราส่วนใหญ่มาจากโบอิ้ง มีครูไทยเพียงบางส่วน และหลักสูตรการฝึกทั้งหมดก็ได้รับการรับรองโดยโบอิ้ง เพื่อรักษามาตรฐานนักบินของเราให้ได้ตามมาตรฐาน เพราะนกแอร์ไม่ได้ทำการบินเพียงแต่ในประเทศไทย แต่ยังบินไปยังจุดหมายต่างประเทศในภูมิภาคด้วย”
กัปตันนรหัช กล่าวต่อว่าไม่เพียงแต่การฝึกนักบินของนกแอร์เองเท่านั้น ยังมองไปถึงการฝึกนักบินให้กับสายการบินอื่นๆ ที่ต้องการ เพื่อลดปัญหาการดึงตัวหรือแย่งตัวนักบินกันเอง โดยนกแอร์จะร่วมมือกับโบอิ้งเพราะฝูงบินที่เราใช้ก็เป็นเครื่องบินแบบโบอิ้ง737-800 ที่ผ่านมานักบินที่นกแอร์ฝึกอบรมแล้วไปอยู่กับสายการบินอื่น ๆราว100 คน เราจึงไปหารือกับโบอิ้งว่า นกแอร์ จะเป็นผู้ฝึกนักบินโบอิ้ง737-800 ให้กับสายการบินอื่น ๆ โดยสร้างโครงการร่วมกับโบอิ้งที่จะรับผู้จบปริญญาตรีที่ผ่านกระบวนการคัดกรองเข้ามาฝึกบินแบบเป็น Student Pilot ซึ่งโบอิ้งจะเป็นผู้กำหนดโรงเรียนการบิน เมื่อเรียนจบได้ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี(CPL) มาก็ให้เข้ามาเรียนเปลี่ยนแบบเครื่องบินกับครูโบอิ้งแล้วก็มาบินกับเรา เป็นพนักงานของนกแอร์1-2 ปี เก็บชั่วโมงได้แล้วก็ให้กับสายการบินต่าง ๆ ที่ต้องการและทำสัญญาไว้กับนกแอร์
นอกจากนี้ยังได้หารือกับโบอิ้งว่าควรมาเปิดศูนย์ฝึกบินจำลองในไทยด้วย และส่งครูเข้ามาประจำกับนกแอร์ โดยครูอาจเป็นคนในท้องถิ่นแต่ได้รับการฝึกฝนจนได้มาตรฐานของโบอิ้ง กล่าวคือโบอิ้งเป็นผู้จ้างครู ในทำนองเดียวกันนกแอร์ก็หารือกับบอมบาร์ดิเอร์ด้วยว่าต่อไปมีสายการบินซื้อเครื่องมาก เราก็ยินดีที่จะทำการฝึกนักบินให้ หรือเป็นตัวแทนให้
ทั้งนี้โครงการเหล่านี้จะมีความต่อเนื่องตลอดเวลา นกแอร์จะไม่เอาตัวนักบินใครมา แต่จะเป็นผู้ผลิตนักบินให้เลย ถือเป็นผลดีกับประเทศไทยในด้านที่ไม่ต้องมีการแย่งนักบิน หรือถ้าสายการบินอื่น ๆ มีแผนจะรับมอบเครื่องเข้ามา 3-4 ลำในปีหน้า ก็ให้มาบอกนกแอร์ทำการผลิตนักบินให้ได้ โดยรับการรับรองจากโบอิ้งกัปตันนรหัช กล่าวทิ้งท้าย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,219 วันที่ 18-21 ธันวาคม 2559
นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่านกแอร์ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนนักบินแล้ว หลังจากดำเนินการตามแผนแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิผล ทำให้จำนวนนักบินที่มีอยู่ราว 200 คน ซึ่งก็ถือว่าโดยภาพรวมเรามีจำนวนนักบินเกินอยู่ราว 30-40 คน จากความต้องการนักบินของนกแอร์ โดยเฉพาะนักบินในรุ่นโบอิ้ง737-800 ส่วนนักบินรุ่นQ-400 ก็ถือว่ามีพอดีอยู่ แต่กำลังจะเพิ่มให้มีมากกว่านี้ซึ่งในขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการเทรนนิ่งเพื่อรองรับจำนวนฝูงบินที่ให้บริการอยู่
ทั้งนี้จนถึงสิ้นปีนี้ นกแอร์ จะมีเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง737-800 จำนวน 23 ลำ และเครื่องบินใบพัดรุ่น Q-400 NextGenจำนวน 8 ลำ ดังนั้นการมีนักบินเกิน ก็เป็นสิ่งที่ดีต่อการรองรับการขยายฝูงบินของนกแอร์ ที่เราวางแผนไว้ และนกแอร์ยังได้นำโบอิ้ง เทรนนิ่ง เข้าอยู่ที่ศูนย์ฝึกการบินแพนแอม ประเทศไทย ซึ่งก็มีซิมูเลเตอร์ รองรับการฝึกบินนักบินเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของนกแอร์ได้
กัปตันนรหัช พลอยใหญ่ รองประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการ สายการบินนกแอร์กล่าวว่าที่ผ่านมานกแอร์เคยมีปัญหานักบินไม่เพียงพอ แต่ในขณะนี้ถือว่าไม่มีปัญหาแล้ว เพราะสายการบินได้วางแผนทางแก้ไขไว้หมดแล้ว อย่าง ในกรณีที่นักบินไม่พอก็จ้างนักบินจากต่างชาติเข้าในระยะสั้น ๆ ราว 1-2 ปี ซึ่งนกแอร์ได้ร่วมมือกับทางโบอิ้งเพื่อให้ส่งนักบินโบอิ้งเข้ามาทำการบินกับนกแอร์ประมาณ 1,500 ชั่วโมง เนื่องจากกฎหมายของทางสหรัฐอเมริการะบุว่าผู้ที่ได้ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก (Airline Transport Pilot License : ATPL) มายังไม่สามารถที่จะออกไปทำการบินกับสายการบินได้ แต่จะต้องมีชั่วโมงบิน 1,500 ชั่วโมงก่อนจึงจะไปสมัครกับสายการบินได้ ดังนั้นนกแอร์จึงทำข้อตกลงในโครงการแลกเปลี่ยนให้นักบินเหล่านี้สามารถมาเก็บชั่วโมงบินกับนกแอร์
นอกจากนี้ยังมีการหารือกับสายการบินประเทศต่าง ๆ ในระดับภูมิภาคเรื่องการแลกเปลี่ยนนักบินในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อให้เราสามารถที่จะใช้เวลาในการฝึกกัปตันของนกแอร์ขึ้นมาได้ เนื่องจากนกแอร์ต้องรักษามาตรฐานในการเลื่อนขั้นจากนักบินผู้ช่วยสู่การเป็นกัปตัน ซึ่งก็คือนักบินผู้ช่วยจะต้องมีประสบการณ์บินมากกว่า 4,500 ชั่วโมง และเป็นนักบินสายการบินมาแล้วอย่างน้อย 4 ปี จึงจะสามารถเข้าฝึกเพื่อเป็นกัปตันได้ ปัจจุบันนกแอร์จึงมีครูและนักบินต่างชาติอยู่ราว 20 คน และจะมีการหมุนเวียนกันเข้ามาเรื่อย ๆ โดยใช้เวลาชุดละประมาณ 3-4 เดือน ส่วนนักบินทั้งหมดของนกแอร์ในปัจจุบันมีอยู่ราว 200 คน และเราก็ผลิตใหม่ออกมาเรื่อย ๆ ซึ่งจะทำให้นกแอร์มีนักบินจำนวนคงที่อยู่ตลอดเวลา เหมือนเมื่อมีน้ำไหลออก ก็เติมเข้าเรื่อย ๆ
ขณะเดียวกัน นกแอร์ทยอยฝึกนักบินของเราเอง โดยได้ส่งนักบินไปทำการฝึกที่โตรอนโท และขณะนี้เรามีนักบินที่อยู่ในกระบวนฝึกราว30 คน คาดว่าจะพร้อมใช้งานได้ในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า ส่วนนักบินเครื่องบินแบบโบอิ้ง ก็ส่งไปฝึกที่สิงคโปร์ และฝึกที่ศูนย์ฝึกการบินนานาชาติแพมแอม ประเทศไทย ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ บางนาซึ่งนกแอร์ถือหุ้นอยู่ด้วย และเมื่อฝึกจนถึงขั้นตอน On Route Training ที่นักบินขึ้นไปบินบริการผู้โดยสาร เราก็มีครูโบอิ้งขึ้นไปสอนด้วย
“ปัจจุบันนี้เรามีศิษย์การบินที่อยู่ในกระบวนการเรียนเพื่อเป็นนักบินผู้ช่วยและกัปตันรวมกันอยู่ราว 60 คน เพื่อให้เพียงพอต่อการทำงานกับเครื่องบินที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งการฝึกนักบินของนกแอร์ ไม่ได้เน้นที่ปริมาณอย่างเดียว จะเน้นเรื่องของคุณภาพด้วย นี่เองทำให้เราจึงเลือกครูและหลักสูตรการบินของโบอิ้ง ครูที่ทำการฝึกให้เราส่วนใหญ่มาจากโบอิ้ง มีครูไทยเพียงบางส่วน และหลักสูตรการฝึกทั้งหมดก็ได้รับการรับรองโดยโบอิ้ง เพื่อรักษามาตรฐานนักบินของเราให้ได้ตามมาตรฐาน เพราะนกแอร์ไม่ได้ทำการบินเพียงแต่ในประเทศไทย แต่ยังบินไปยังจุดหมายต่างประเทศในภูมิภาคด้วย”
กัปตันนรหัช กล่าวต่อว่าไม่เพียงแต่การฝึกนักบินของนกแอร์เองเท่านั้น ยังมองไปถึงการฝึกนักบินให้กับสายการบินอื่นๆ ที่ต้องการ เพื่อลดปัญหาการดึงตัวหรือแย่งตัวนักบินกันเอง โดยนกแอร์จะร่วมมือกับโบอิ้งเพราะฝูงบินที่เราใช้ก็เป็นเครื่องบินแบบโบอิ้ง737-800 ที่ผ่านมานักบินที่นกแอร์ฝึกอบรมแล้วไปอยู่กับสายการบินอื่น ๆราว100 คน เราจึงไปหารือกับโบอิ้งว่า นกแอร์ จะเป็นผู้ฝึกนักบินโบอิ้ง737-800 ให้กับสายการบินอื่น ๆ โดยสร้างโครงการร่วมกับโบอิ้งที่จะรับผู้จบปริญญาตรีที่ผ่านกระบวนการคัดกรองเข้ามาฝึกบินแบบเป็น Student Pilot ซึ่งโบอิ้งจะเป็นผู้กำหนดโรงเรียนการบิน เมื่อเรียนจบได้ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี(CPL) มาก็ให้เข้ามาเรียนเปลี่ยนแบบเครื่องบินกับครูโบอิ้งแล้วก็มาบินกับเรา เป็นพนักงานของนกแอร์1-2 ปี เก็บชั่วโมงได้แล้วก็ให้กับสายการบินต่าง ๆ ที่ต้องการและทำสัญญาไว้กับนกแอร์
นอกจากนี้ยังได้หารือกับโบอิ้งว่าควรมาเปิดศูนย์ฝึกบินจำลองในไทยด้วย และส่งครูเข้ามาประจำกับนกแอร์ โดยครูอาจเป็นคนในท้องถิ่นแต่ได้รับการฝึกฝนจนได้มาตรฐานของโบอิ้ง กล่าวคือโบอิ้งเป็นผู้จ้างครู ในทำนองเดียวกันนกแอร์ก็หารือกับบอมบาร์ดิเอร์ด้วยว่าต่อไปมีสายการบินซื้อเครื่องมาก เราก็ยินดีที่จะทำการฝึกนักบินให้ หรือเป็นตัวแทนให้
ทั้งนี้โครงการเหล่านี้จะมีความต่อเนื่องตลอดเวลา นกแอร์จะไม่เอาตัวนักบินใครมา แต่จะเป็นผู้ผลิตนักบินให้เลย ถือเป็นผลดีกับประเทศไทยในด้านที่ไม่ต้องมีการแย่งนักบิน หรือถ้าสายการบินอื่น ๆ มีแผนจะรับมอบเครื่องเข้ามา 3-4 ลำในปีหน้า ก็ให้มาบอกนกแอร์ทำการผลิตนักบินให้ได้ โดยรับการรับรองจากโบอิ้งกัปตันนรหัช กล่าวทิ้งท้าย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,219 วันที่ 18-21 ธันวาคม 2559






