
เครือข่ายหมอค้านคุม‘นมผง’ ดันแม่ลางานเลี้ยงลูก 6 เดือน
เครือข่ายหมอเด็กออกโรง พ.ร.บ.นม ทำร้ายเด็กไทย แนะแก้ปัญหาคุมเฉพาะทารกขวบปีแรก พร้อมออกกฎหมายให้แม่พักงานเลี้ยงลูกได้ถึง 6 เดือน ระบุต้องส่งเสริมการดื่มนมแม่ถึง 2 ปี พร้อมกับโภชนาการที่ดีด้วยอาหารอื่น
ศ.เกียรติคุณ น.พ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา เปิดเผยว่า ร่างพ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ..... ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาแก้ไข เพื่อนำออกมาใช้นั้น ทางแพทยสภาและกลุ่มแพทย์เด็กเห็นด้วยในหลักการของกฎหมาย ที่ต้องการส่งเสริมให้คนไทยเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่มีความเห็นว่าควรจะควบคุมการส่งเสริมการตลาดเฉพาะอาหารสำหรับทารก หรือเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 1 ปีเท่านั้น โดยเปลี่ยนชื่อเป็นพ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารก พ.ศ.... จากเดิมที่กฎหมายควบคุมถึงอายุ 3 ปี
ด้าน รศ.น.พ.สังคม จงพิพัฒน์วณิชย์ ประธานชมรมโภชนาการเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในร่างกฎหมายดังกล่าวจะต้องแก้ไขตั้งแต่มาตรา 1-3 เรื่องชื่อพ.ร.บ. ที่จะต้องตัดคำว่าเด็กเล็กออก ซึ่งปัจจุบันกฎหมายยังไม่ได้มีผลบังคับใช้ จึงสามารถแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสมได้ แต่คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายยังยืนยันที่จะไม่แก้ไข โดยยืนยันที่จะดำเนินการตามการประชุมร่วมกับสมัชชาอนามัยโลก (WHA) และแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO)
ทั้งนี้ในการเข้าร่วมประชุมสมัชชาอนามัยโลก ครั้งที่ 69 ที่องค์การสหประชาชาติ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 23-28 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา ของผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข โดยหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความสนใจจากประเทศสมาชิกคือ โภชนาการมารดา ทารก และเด็กเล็ก ซึ่งเนื้อหาแนวทางการควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กขององค์การอนามัยโลก แนะนำให้มีการออกกฎหมายควบคุมการส่งเสริมการตลาดที่ไม่เหมาะสมในผลิตภัณฑ์นมผสม อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก รวมถึงเครื่องดื่มจนถึง 3 ปี โดยครอบคลุมตั้งแต่การโฆษณา การลด แลก แจก แถม การประชาสัมพันธ์ การให้ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมโดยตัวแทนบริษัท และการส่งเสริมการตลาดผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ
น.พ.สังคม กล่าวอีกว่า หากกฎหมายฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้สินค้าหลายรายการไม่สามารถโฆษณา หรือทำกิจกรรมการตลาดใดๆ ได้ อาทิ นมสด โยเกิร์ต นมเปรี้ยว เป็นต้น เนื่องจากเป็นนมที่สามารถดื่มได้ทุกวัย แต่กฎหมายดังกล่าวระบุไว้ห้ามทำกิจกรรมการตลาด หรือแม้แต่มีป้ายโฆษณาได้ ซึ่งจะส่งผลให้คนไทยขาดข้อมูลข่าวสารในการพิจารณาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ รวมถึงจะส่งผลต่อโภชนาการของเด็กด้วย
ล่าสุด ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ถูกเสนอต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระแรก ก่อนส่งให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ซึ่งมีระยะเวลาอีก 1 เดือน แต่ยังมีประเด็นที่ยังมีความเห็นคัดค้าน ซึ่งได้มีการยื่นขอยืดระยะเวลาการพิจารณาในวาระแรกนี้ออกไปอีก 1 เดือน ก่อนที่จะเสนอเข้าสนช.ในวาระ 2 และวาระ 3 ต่อไป
ขณะที่ศ.เกียรติคุณ น.พ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและโภชนาการองค์การอาหารและเกษตร แห่งสหประชาชาติ (FAO) สำนักงานใหญ่ที่กรุงโรม กล่าวว่า นอกจากการปรับแก้ไขร่างกฎหมายในประเด็นการควบคุมเฉพาะเด็กใน 1 ขวบปีแรกแล้ว เสนอให้มีการออกกฎหมายเพื่อให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมตนเองถึง 6 เดือน ซึ่งในต่างประเทศมีการส่งเสริมให้แม่ที่มีลูกหยุดพักเพื่อเลี้ยงลูกได้ถึง 6 เดือน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,219 วันที่ 18-21 ธันวาคม 2559
ศ.เกียรติคุณ น.พ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา เปิดเผยว่า ร่างพ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ..... ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาแก้ไข เพื่อนำออกมาใช้นั้น ทางแพทยสภาและกลุ่มแพทย์เด็กเห็นด้วยในหลักการของกฎหมาย ที่ต้องการส่งเสริมให้คนไทยเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่มีความเห็นว่าควรจะควบคุมการส่งเสริมการตลาดเฉพาะอาหารสำหรับทารก หรือเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 1 ปีเท่านั้น โดยเปลี่ยนชื่อเป็นพ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารก พ.ศ.... จากเดิมที่กฎหมายควบคุมถึงอายุ 3 ปี
ด้าน รศ.น.พ.สังคม จงพิพัฒน์วณิชย์ ประธานชมรมโภชนาการเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในร่างกฎหมายดังกล่าวจะต้องแก้ไขตั้งแต่มาตรา 1-3 เรื่องชื่อพ.ร.บ. ที่จะต้องตัดคำว่าเด็กเล็กออก ซึ่งปัจจุบันกฎหมายยังไม่ได้มีผลบังคับใช้ จึงสามารถแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสมได้ แต่คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายยังยืนยันที่จะไม่แก้ไข โดยยืนยันที่จะดำเนินการตามการประชุมร่วมกับสมัชชาอนามัยโลก (WHA) และแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO)
ทั้งนี้ในการเข้าร่วมประชุมสมัชชาอนามัยโลก ครั้งที่ 69 ที่องค์การสหประชาชาติ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 23-28 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา ของผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข โดยหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความสนใจจากประเทศสมาชิกคือ โภชนาการมารดา ทารก และเด็กเล็ก ซึ่งเนื้อหาแนวทางการควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กขององค์การอนามัยโลก แนะนำให้มีการออกกฎหมายควบคุมการส่งเสริมการตลาดที่ไม่เหมาะสมในผลิตภัณฑ์นมผสม อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก รวมถึงเครื่องดื่มจนถึง 3 ปี โดยครอบคลุมตั้งแต่การโฆษณา การลด แลก แจก แถม การประชาสัมพันธ์ การให้ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมโดยตัวแทนบริษัท และการส่งเสริมการตลาดผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ
น.พ.สังคม กล่าวอีกว่า หากกฎหมายฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้สินค้าหลายรายการไม่สามารถโฆษณา หรือทำกิจกรรมการตลาดใดๆ ได้ อาทิ นมสด โยเกิร์ต นมเปรี้ยว เป็นต้น เนื่องจากเป็นนมที่สามารถดื่มได้ทุกวัย แต่กฎหมายดังกล่าวระบุไว้ห้ามทำกิจกรรมการตลาด หรือแม้แต่มีป้ายโฆษณาได้ ซึ่งจะส่งผลให้คนไทยขาดข้อมูลข่าวสารในการพิจารณาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ รวมถึงจะส่งผลต่อโภชนาการของเด็กด้วย
ล่าสุด ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ถูกเสนอต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระแรก ก่อนส่งให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ซึ่งมีระยะเวลาอีก 1 เดือน แต่ยังมีประเด็นที่ยังมีความเห็นคัดค้าน ซึ่งได้มีการยื่นขอยืดระยะเวลาการพิจารณาในวาระแรกนี้ออกไปอีก 1 เดือน ก่อนที่จะเสนอเข้าสนช.ในวาระ 2 และวาระ 3 ต่อไป
ขณะที่ศ.เกียรติคุณ น.พ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและโภชนาการองค์การอาหารและเกษตร แห่งสหประชาชาติ (FAO) สำนักงานใหญ่ที่กรุงโรม กล่าวว่า นอกจากการปรับแก้ไขร่างกฎหมายในประเด็นการควบคุมเฉพาะเด็กใน 1 ขวบปีแรกแล้ว เสนอให้มีการออกกฎหมายเพื่อให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมตนเองถึง 6 เดือน ซึ่งในต่างประเทศมีการส่งเสริมให้แม่ที่มีลูกหยุดพักเพื่อเลี้ยงลูกได้ถึง 6 เดือน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,219 วันที่ 18-21 ธันวาคม 2559






