
ทุนจีนเทกโอเวอร์‘คาร์ลสัน เรซิดอร์’ แอคคอร์ทุ่ม600ล้านร่วมหุ้นบันยันทรี
ธุรกิจระดับโลก เปิดเกมส์เทกโอเวอร์ ขยายเครือข่ายโรงแรมล่าสุดกลุ่มทุนจีน เอชเอ็นเอทัวริซึมกรุ๊ป ซื้อกิจการ เรซิดอร์ กรุ๊ป ในสัดส่วน 51.3% ขณะที่แอคคอร์โฮเทล ทุ่มกว่า 600 ล้านบาทเข้าเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับบันยันทรี
จากการสำรวจของ “ฐานเศรษฐกิจ”พบว่าในขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมระดับโลก ในการเข้าซื้อกิจการ เพื่อขยายเครือข่ายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด HNA Tourism Group กลุ่มทุนจีนที่ดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยว การบิน ธุรกิจบริการ ประกาศการเข้าซื้อกิจการของเครือคาร์ลสัน เรซิดอร์ เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่ง คาร์ลสัน เรซิดอร์ เป็นเจ้าของแบรนด์โรงแรมดัง อาทิ เรดิสัน บลู,เรดิสัน เรด, พาร์คพลาซ่า
ขณะที่บันยันทรี โฮลดิ้ง ประกาศความร่วมมือในข้อตกลงครั้งใหญ่กับแอคคอร์โฮเทล เพื่อพัฒนาและร่วมบริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์บันยันทรีทั่วโลก โดยแอคคอร์โฮเทลจะทำการลงทุนมูลค่า 24 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือประมาณ 16 ล้านยูโร)หรือราว 600 กว่าล้านบาท และจะทำให้บันยันทรีจะได้ประโยชน์ในการเข้าถึงระบบการสำรองห้องพักครอบคลุมทั่วโลก (global reservations) และเครือข่ายทางการขาย รวมถึงโปรแกรมสะสมคะแนน เลอคลับ แอคคอร์โฮเทลด้วย
รายงานข่าวเอชเอ็นเอ ทัวริซึม กรุ๊ป แจ้งว่า เอชเอ็นเอฯ จะได้ครอบครองหุ้น 51.3% ในเรซิดอร์ กรุ๊ป ด้วย เพราะการซื้อขายในครั้งนี้มีผลต่อการเข้าไปบริหารงาน ในทางอ้อม เอชเอ็นเอ จึงต้องทำตามระเบียบ คือ ทำคำเสนอซื้อหุ้น ภายใน 4 สัปดาห์นับจากวันปิดการควบรวม หมายถึงไม่เกินวันที่ 4 มกราคมปี 2560
ต่อเรื่องนี้นายโฮ ควอน ปิง ประธานกรรมการบริหารของบันยันทรี กล่าวว่า ความตกลงในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปฏิรูปครั้งใหญ่ของบันยันทรีเท่านั้น แต่ยังถือเป็นก้าวใหม่ของวงการธุรกิจบริการทั่วโลก การที่เครือโรงแรมขนาดใหญ่เริ่มรวมตัวกันในปัจจุบัน ทำให้บรรดาธุรกิจโรงแรมระดับโลกที่มีขนาดเล็กและที่ดำเนินกิจการแบบครอบครัว เริ่มมองหาความร่วมมือจากพันธมิตรยักษ์ใหญ่
“ความร่วมมือของเรากับแอคคอร์โฮเทล ทำให้บริษัทของเรายังสามารถดำเนินงานได้อย่างเป็นเอกเทศ สามารถเจรจาทำความตกลงในการบริหารโรงแรมได้ด้วยตัวเอง โดยมีแอคคอร์โฮเทลเป็นผู้ช่วยขยายขอบเขตและเร่งอัตราการเติบโตของแบรนด์บันยันทรีไปทั่วโลก เราเชื่อว่าความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งจะช่วยผลักดันแบรนด์ของเราให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในระดับโลกและช่วยเสริมความพร้อมให้กับเราเพื่อเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงการเปิดรับนวัตกรรมใหม่ๆ ในธุรกิจบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายปิง กล่าวทิ้งท้าย
ด้านนายเซบาสเตียน บาแซง หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการแอคคอร์โฮเทล กล่าวว่า ความร่วมมือของเรากับบันยันทรี ถือเป็นโอกาสในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับข้อเสนอของเราต่อบรรดาเจ้าของแบรนด์ชั้นนำต่างๆ รวมถึงทำให้เราสามารถให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น บันยันทรีโฮลดิ้ง ถือได้ว่าอยู่ในตำแหน่งผู้นำตลาดรีสอร์ทระดับหรูหราในเอเชีย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความเติบโตรวดเร็วที่สุด การเข้ามาพัฒนาและบริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์บันยันทรีทั่วโลกจะช่วยตอกย้ำความแข็งแกร่งของเรามากยิ่งขึ้นในฐานะผู้นำตลาดโรงแรมในระดับหรูหรา เรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าการลงทุนในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับบรรดาผู้ถือหุ้นของเราอย่างแน่นอน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,218 วันที่ 15-17 ธันวาคม 2559
จากการสำรวจของ “ฐานเศรษฐกิจ”พบว่าในขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมระดับโลก ในการเข้าซื้อกิจการ เพื่อขยายเครือข่ายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด HNA Tourism Group กลุ่มทุนจีนที่ดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยว การบิน ธุรกิจบริการ ประกาศการเข้าซื้อกิจการของเครือคาร์ลสัน เรซิดอร์ เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่ง คาร์ลสัน เรซิดอร์ เป็นเจ้าของแบรนด์โรงแรมดัง อาทิ เรดิสัน บลู,เรดิสัน เรด, พาร์คพลาซ่า
ขณะที่บันยันทรี โฮลดิ้ง ประกาศความร่วมมือในข้อตกลงครั้งใหญ่กับแอคคอร์โฮเทล เพื่อพัฒนาและร่วมบริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์บันยันทรีทั่วโลก โดยแอคคอร์โฮเทลจะทำการลงทุนมูลค่า 24 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือประมาณ 16 ล้านยูโร)หรือราว 600 กว่าล้านบาท และจะทำให้บันยันทรีจะได้ประโยชน์ในการเข้าถึงระบบการสำรองห้องพักครอบคลุมทั่วโลก (global reservations) และเครือข่ายทางการขาย รวมถึงโปรแกรมสะสมคะแนน เลอคลับ แอคคอร์โฮเทลด้วย
รายงานข่าวเอชเอ็นเอ ทัวริซึม กรุ๊ป แจ้งว่า เอชเอ็นเอฯ จะได้ครอบครองหุ้น 51.3% ในเรซิดอร์ กรุ๊ป ด้วย เพราะการซื้อขายในครั้งนี้มีผลต่อการเข้าไปบริหารงาน ในทางอ้อม เอชเอ็นเอ จึงต้องทำตามระเบียบ คือ ทำคำเสนอซื้อหุ้น ภายใน 4 สัปดาห์นับจากวันปิดการควบรวม หมายถึงไม่เกินวันที่ 4 มกราคมปี 2560
ต่อเรื่องนี้นายโฮ ควอน ปิง ประธานกรรมการบริหารของบันยันทรี กล่าวว่า ความตกลงในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปฏิรูปครั้งใหญ่ของบันยันทรีเท่านั้น แต่ยังถือเป็นก้าวใหม่ของวงการธุรกิจบริการทั่วโลก การที่เครือโรงแรมขนาดใหญ่เริ่มรวมตัวกันในปัจจุบัน ทำให้บรรดาธุรกิจโรงแรมระดับโลกที่มีขนาดเล็กและที่ดำเนินกิจการแบบครอบครัว เริ่มมองหาความร่วมมือจากพันธมิตรยักษ์ใหญ่
“ความร่วมมือของเรากับแอคคอร์โฮเทล ทำให้บริษัทของเรายังสามารถดำเนินงานได้อย่างเป็นเอกเทศ สามารถเจรจาทำความตกลงในการบริหารโรงแรมได้ด้วยตัวเอง โดยมีแอคคอร์โฮเทลเป็นผู้ช่วยขยายขอบเขตและเร่งอัตราการเติบโตของแบรนด์บันยันทรีไปทั่วโลก เราเชื่อว่าความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งจะช่วยผลักดันแบรนด์ของเราให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในระดับโลกและช่วยเสริมความพร้อมให้กับเราเพื่อเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงการเปิดรับนวัตกรรมใหม่ๆ ในธุรกิจบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายปิง กล่าวทิ้งท้าย
ด้านนายเซบาสเตียน บาแซง หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการแอคคอร์โฮเทล กล่าวว่า ความร่วมมือของเรากับบันยันทรี ถือเป็นโอกาสในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับข้อเสนอของเราต่อบรรดาเจ้าของแบรนด์ชั้นนำต่างๆ รวมถึงทำให้เราสามารถให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น บันยันทรีโฮลดิ้ง ถือได้ว่าอยู่ในตำแหน่งผู้นำตลาดรีสอร์ทระดับหรูหราในเอเชีย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความเติบโตรวดเร็วที่สุด การเข้ามาพัฒนาและบริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์บันยันทรีทั่วโลกจะช่วยตอกย้ำความแข็งแกร่งของเรามากยิ่งขึ้นในฐานะผู้นำตลาดโรงแรมในระดับหรูหรา เรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าการลงทุนในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับบรรดาผู้ถือหุ้นของเราอย่างแน่นอน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,218 วันที่ 15-17 ธันวาคม 2559






