
‘โค้ก’ วางตัวซีอีโอคนใหม่ ลุยแตกไลน์ธุรกิจเครื่องดื่ม
นักวิเคราะห์เชื่อว่าการปรับเปลี่ยนประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโคคา-โคลา อาจทำให้บริษัทผู้ผลิตน้ำดำยักษ์ใหญ่ของโลกทำการควบรวมกิจการเพิ่มมากขึ้น เพื่อเร่งสร้างการเติบโตของรายได้และกำไร
โคคา-โคลา ผู้ผลิตเครื่องดื่มอัดลมชั้นนำของโลกภายใต้แบรนด์โค้ก เปิดเผยว่า นายมูทาร์ เคนท์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะก้าวลงจากตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของบริษัท หลังจากดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2551 และนายเจมส์ ควินซีย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารแทน โดยนายเคนท์จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานบริษัท
บอนนี เฮอร์ซอค นักวิเคราะห์จากเวลส์ ฟาร์โก ให้ความเห็นต่อการปรับเปลี่ยนผู้บริหารสูงสุดของโคคา-โคลาในครั้งนี้ว่า เจมส์ ควินซีย์ นับว่าเป็นผู้ที่เหมาะสมในการนำพาโค้กไปสู่อนาคต "เขาจะนำแนวทางที่แปลกใหม่ในการบริหารธุรกิจเข้ามา ยิ่งไปกว่านั้น เราเชื่อว่าเนื่องจากภูมิหลังของเจมส์ และประสบการณ์ในการเจรจาควบรวมธุรกิจอย่างโชกโชน เขาน่าจะเร่งการเติบโตของโค้กผ่านการควบรวมกิจการเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายปีต่อจากนี้"
นายควินซีย์ วัย 51 ปี มีประสบการณ์อยู่กับโคคา-โคลามาเป็นเวลา 20 ปีในหลายตำแหน่งทั่วโลก และมีบทบาทในการเป็นผู้นำเจรจาการควบรวมกิจการส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นในยุโรปเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขนาดและประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ นายควินซีย์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการในเดือนสิงหาคม 2558 และถูกมองว่าเป็นการเตรียมตัวเพื่อขึ้นสู่ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารต่อไป
โคคา-โคลากล่าวว่า คณะกรรมการบริษัทเตรียมเสนอชื่อนายควินซีย์เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรับรอง ในการประชุมสามัญประจำปีที่จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2560
ควินซีย์จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกแบรนด์หนึ่งอย่างโค้ก ในเวลาที่บริษัทเผชิญกับความท้าทายจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคซึ่งลดการดื่มน้ำหวานอัดลม รายได้ของโค้กลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันรายได้ของน้ำอัดลมคิดเป็นสัดส่วน 70% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท หลังจากบริษัทพยายามสร้างความหลากหลายของธุรกิจไปสู่น้ำผลไม้ น้ำดื่ม และเครื่องดื่มอื่นๆ มากขึ้น
ควินซีย์กล่าวว่า ต้องการเร่งแตกประเภทธุรกิจออกจากธุรกิจหลักคือน้ำอัดลมให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยโค้กกำลังเพิ่มจำนวนเครื่องดื่มประเภทแคลอรีต่ำและแคลอรีเป็นศูนย์ อย่างไรก็ดี โค้กยังคงเน้นไปที่ธุรกิจเครื่องดื่ม ทั้งน้ำอัดลมและเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ซึ่งทางบริษัทยังมองเห็นโอกาสในการเติบโตอยู่มาก
ฮาเวิร์ด เทลฟอร์ด นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมเครื่องดื่มจากยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า ความท้าทายสำหรับทีมผู้บริหารใหม่ของโคคา-โคลา คือสร้างการเติบโตให้ได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ และการเติบโตอาจจะรวมถึงโอกาสในการควบรวมกิจการของแบรนด์สินค้าประเภทใหม่และมูลค่าสูง
ภายใต้การบริหารงานของเคนท์ในช่วงที่ผ่านมา โค้กดำเนินยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า "แอสเซต ไลท์" (Asset Light) ด้วยการลดการลงทุนในธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายทั่วโลก และหันไปให้ความสำคัญกับธุรกิจที่สร้างกำไรให้บริษัท ขณะเดียวกันโค้กได้เข้าไปซื้อหุ้นในบริษัทผลิตน้ำผลไม้และผลิตภัณฑ์จากนมในหลายประเทศ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,218 วันที่ 15-17 ธันวาคม 2559
โคคา-โคลา ผู้ผลิตเครื่องดื่มอัดลมชั้นนำของโลกภายใต้แบรนด์โค้ก เปิดเผยว่า นายมูทาร์ เคนท์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะก้าวลงจากตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของบริษัท หลังจากดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2551 และนายเจมส์ ควินซีย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารแทน โดยนายเคนท์จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานบริษัท
บอนนี เฮอร์ซอค นักวิเคราะห์จากเวลส์ ฟาร์โก ให้ความเห็นต่อการปรับเปลี่ยนผู้บริหารสูงสุดของโคคา-โคลาในครั้งนี้ว่า เจมส์ ควินซีย์ นับว่าเป็นผู้ที่เหมาะสมในการนำพาโค้กไปสู่อนาคต "เขาจะนำแนวทางที่แปลกใหม่ในการบริหารธุรกิจเข้ามา ยิ่งไปกว่านั้น เราเชื่อว่าเนื่องจากภูมิหลังของเจมส์ และประสบการณ์ในการเจรจาควบรวมธุรกิจอย่างโชกโชน เขาน่าจะเร่งการเติบโตของโค้กผ่านการควบรวมกิจการเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายปีต่อจากนี้"
นายควินซีย์ วัย 51 ปี มีประสบการณ์อยู่กับโคคา-โคลามาเป็นเวลา 20 ปีในหลายตำแหน่งทั่วโลก และมีบทบาทในการเป็นผู้นำเจรจาการควบรวมกิจการส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นในยุโรปเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขนาดและประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ นายควินซีย์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการในเดือนสิงหาคม 2558 และถูกมองว่าเป็นการเตรียมตัวเพื่อขึ้นสู่ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารต่อไป
โคคา-โคลากล่าวว่า คณะกรรมการบริษัทเตรียมเสนอชื่อนายควินซีย์เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรับรอง ในการประชุมสามัญประจำปีที่จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2560
ควินซีย์จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกแบรนด์หนึ่งอย่างโค้ก ในเวลาที่บริษัทเผชิญกับความท้าทายจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคซึ่งลดการดื่มน้ำหวานอัดลม รายได้ของโค้กลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันรายได้ของน้ำอัดลมคิดเป็นสัดส่วน 70% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท หลังจากบริษัทพยายามสร้างความหลากหลายของธุรกิจไปสู่น้ำผลไม้ น้ำดื่ม และเครื่องดื่มอื่นๆ มากขึ้น
ควินซีย์กล่าวว่า ต้องการเร่งแตกประเภทธุรกิจออกจากธุรกิจหลักคือน้ำอัดลมให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยโค้กกำลังเพิ่มจำนวนเครื่องดื่มประเภทแคลอรีต่ำและแคลอรีเป็นศูนย์ อย่างไรก็ดี โค้กยังคงเน้นไปที่ธุรกิจเครื่องดื่ม ทั้งน้ำอัดลมและเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ซึ่งทางบริษัทยังมองเห็นโอกาสในการเติบโตอยู่มาก
ฮาเวิร์ด เทลฟอร์ด นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมเครื่องดื่มจากยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า ความท้าทายสำหรับทีมผู้บริหารใหม่ของโคคา-โคลา คือสร้างการเติบโตให้ได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ และการเติบโตอาจจะรวมถึงโอกาสในการควบรวมกิจการของแบรนด์สินค้าประเภทใหม่และมูลค่าสูง
ภายใต้การบริหารงานของเคนท์ในช่วงที่ผ่านมา โค้กดำเนินยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า "แอสเซต ไลท์" (Asset Light) ด้วยการลดการลงทุนในธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายทั่วโลก และหันไปให้ความสำคัญกับธุรกิจที่สร้างกำไรให้บริษัท ขณะเดียวกันโค้กได้เข้าไปซื้อหุ้นในบริษัทผลิตน้ำผลไม้และผลิตภัณฑ์จากนมในหลายประเทศ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,218 วันที่ 15-17 ธันวาคม 2559






