
‘ฮอนด้า’ร่วมลงทุน‘แกร็บ’ ผนึกความร่วมมือบริการเรียกมอเตอร์ไซค์-เล็งต่อยอดสู่รถเก๋ง
บริษัทฮอนด้า มอเตอร์ฯ ผู้ผลิตยานยนต์ของญี่ปุ่น รุกลงทุนในแกร็บ (Grab) แพลตฟอร์มด้านการให้บริการเรียกแท็กซี่ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยไม่เปิดเผยมูลค่า ตั้งเป้าผนึกกำลังการให้บริการเรียกมอเตอร์ไซค์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การผสานบริการของทั้ง 2 บริษัทระหว่างฮอนด้าและแกร็บไบค์ (GrabBike) สำหรับเรียกรถมอเตอร์ไซค์ในครั้งนี้ มีเป้าหมายคือ มุ่งการบริการรับส่งผู้โดยสารอย่างปลอดภัย ลดการจราจรที่ติดขัดและความแออัดในตัวเมือง ผ่านเทคโนโลยีไรด์แชร์ (Rideshare) ที่เปิดให้บริการแอพพลิเคชันเรียกรถโดยสารจากเจ้าของรถยนต์ส่วนบุคคล โดยเจ้าของรถนำรถยนต์คันดังกล่าวมาใช้เป็นรถสาธารณะในบางโอกาส รวมถึงโครงการให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 บริษัทกำลังอยู่ในช่วงการวางแผนว่าความร่วมมือกันจะออกมาในรูปแบบใด โดยมีความเป็นไปได้ที่บริษัทฮอนด้า มอเตอร์ฯ จะเป็นผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์แก่แกร็บ หรือจะจำหน่ายจักรยานยนต์ให้กับผู้ขับขี่
"เรากำลังอยู่ในขั้นของการวางแผนว่าความร่วมมืออย่างเต็มรูปแบบจะเป็นอย่างไร และมีความเป็นไปได้หลายทาง ทางหนึ่งคือการขายมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าภายในภูมิภาค" นายหมิง หม่า ประธานแกร็บ กล่าว พร้อมกับเสริมว่า "เรายินดีที่จะขยายความร่วมมือไปสู่รถเก๋งด้วย"
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา แกร็บได้รับเงินทุนสนับสนุนจากจากซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป คอร์ป บริษัทข้ามชาติด้านโทรคมนาคมและการสื่อสารสัญชาติญี่ปุ่น ที่ให้บริการบรอดแบนด์ โทรศัพท์คู่สาย มูลค่า 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 26.2 หมื่นล้านบาท) เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับ อูเบอร์ (Uber) ผู้ให้บริการเรียกรถยนต์ส่วนตัวเป็นแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือสมาร์ทโฟนหรือทางอินเตอร์เน็ต
แกร็บมีแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนดังกล่าวไปใช้ในการขยายฐานธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แกร็บกำลังเผชิญกับการแข่งขันอย่างหนักจากโก-เจ็ค (Go-Jek) ผู้ให้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชัน ที่มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 4.5 หมื่นล้านบาท) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในกรุงจาการ์ตา ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ด้วยจำนวนประชาชากรถึง 10 ล้านคน
แกร็บไบค์เป็นบริการสำหรับเรียกรถจักรยานยนต์ที่รองรับทั้งการส่งผู้โดยสาร และการส่งพัสดุเอกสาร โดยผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการผ่านแอพพลิเคชันแกร็บแท็กซี่
ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายได้หันมาทุ่มเงินลงทุนกับผู้ให้บริการเรียกรถแท็กซี่และบริการแชร์รถยนต์ เพื่อเป็นการประกันความเสี่ยงสำหรับอนาคต ซึ่งมีแนวโน้มว่าผู้คนจะเป็นเจ้าของรถยนต์ลดน้อยลง โดยโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ได้เข้าไปลงทุนในอูเบอร์และบริษัทสตาร์ทอัพ เก็ตอะราวด์ ส่วนเจเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) เข้าไปลงทุนกับบริษัท ลิฟต์ และโฟล์กสวาเกนถือหุ้น 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ในผู้ให้บริการแอพพลิเคชันเรียกแท็กซี่ของอิสราเอล เก็ตต์
แกร็บก่อตั้งขึ้นในปี 2555 ด้วยเงินลงทุนประมาณ 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 4.9 หมื่นล้านบาท) โดยนายแอนโธนี ตัน และนายโฮย หลิง ตันปัจจุบันเปิดให้บริการใน 34 เมืองใน 6ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้ดาวน์โหลดใช้งานมากกว่า 24 ล้านครั้ง และมีผู้ขับขี่มากกว่า 5 แสนคน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,218 วันที่ 15-17 ธันวาคม 2559
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การผสานบริการของทั้ง 2 บริษัทระหว่างฮอนด้าและแกร็บไบค์ (GrabBike) สำหรับเรียกรถมอเตอร์ไซค์ในครั้งนี้ มีเป้าหมายคือ มุ่งการบริการรับส่งผู้โดยสารอย่างปลอดภัย ลดการจราจรที่ติดขัดและความแออัดในตัวเมือง ผ่านเทคโนโลยีไรด์แชร์ (Rideshare) ที่เปิดให้บริการแอพพลิเคชันเรียกรถโดยสารจากเจ้าของรถยนต์ส่วนบุคคล โดยเจ้าของรถนำรถยนต์คันดังกล่าวมาใช้เป็นรถสาธารณะในบางโอกาส รวมถึงโครงการให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 บริษัทกำลังอยู่ในช่วงการวางแผนว่าความร่วมมือกันจะออกมาในรูปแบบใด โดยมีความเป็นไปได้ที่บริษัทฮอนด้า มอเตอร์ฯ จะเป็นผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์แก่แกร็บ หรือจะจำหน่ายจักรยานยนต์ให้กับผู้ขับขี่
"เรากำลังอยู่ในขั้นของการวางแผนว่าความร่วมมืออย่างเต็มรูปแบบจะเป็นอย่างไร และมีความเป็นไปได้หลายทาง ทางหนึ่งคือการขายมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าภายในภูมิภาค" นายหมิง หม่า ประธานแกร็บ กล่าว พร้อมกับเสริมว่า "เรายินดีที่จะขยายความร่วมมือไปสู่รถเก๋งด้วย"
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา แกร็บได้รับเงินทุนสนับสนุนจากจากซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป คอร์ป บริษัทข้ามชาติด้านโทรคมนาคมและการสื่อสารสัญชาติญี่ปุ่น ที่ให้บริการบรอดแบนด์ โทรศัพท์คู่สาย มูลค่า 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 26.2 หมื่นล้านบาท) เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับ อูเบอร์ (Uber) ผู้ให้บริการเรียกรถยนต์ส่วนตัวเป็นแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือสมาร์ทโฟนหรือทางอินเตอร์เน็ต
แกร็บมีแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนดังกล่าวไปใช้ในการขยายฐานธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แกร็บกำลังเผชิญกับการแข่งขันอย่างหนักจากโก-เจ็ค (Go-Jek) ผู้ให้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชัน ที่มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 4.5 หมื่นล้านบาท) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในกรุงจาการ์ตา ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ด้วยจำนวนประชาชากรถึง 10 ล้านคน
แกร็บไบค์เป็นบริการสำหรับเรียกรถจักรยานยนต์ที่รองรับทั้งการส่งผู้โดยสาร และการส่งพัสดุเอกสาร โดยผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการผ่านแอพพลิเคชันแกร็บแท็กซี่
ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายได้หันมาทุ่มเงินลงทุนกับผู้ให้บริการเรียกรถแท็กซี่และบริการแชร์รถยนต์ เพื่อเป็นการประกันความเสี่ยงสำหรับอนาคต ซึ่งมีแนวโน้มว่าผู้คนจะเป็นเจ้าของรถยนต์ลดน้อยลง โดยโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ได้เข้าไปลงทุนในอูเบอร์และบริษัทสตาร์ทอัพ เก็ตอะราวด์ ส่วนเจเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) เข้าไปลงทุนกับบริษัท ลิฟต์ และโฟล์กสวาเกนถือหุ้น 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ในผู้ให้บริการแอพพลิเคชันเรียกแท็กซี่ของอิสราเอล เก็ตต์
แกร็บก่อตั้งขึ้นในปี 2555 ด้วยเงินลงทุนประมาณ 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 4.9 หมื่นล้านบาท) โดยนายแอนโธนี ตัน และนายโฮย หลิง ตันปัจจุบันเปิดให้บริการใน 34 เมืองใน 6ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้ดาวน์โหลดใช้งานมากกว่า 24 ล้านครั้ง และมีผู้ขับขี่มากกว่า 5 แสนคน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,218 วันที่ 15-17 ธันวาคม 2559






