
ฟิล์มกรองแสงปี59 ทรงตัว ‘คาร์ดินอล’งัดสินค้าใหม่สู้-ลามิน่าขายเข้าเป้า 760 ล้าน
“คาร์ดินอล” ประเมินตลาดฟิล์มกรองแสงติดตั้งรถยนต์ยอดหดเล็งเจาะฐานลูกค้าใหม่ด้วยการเปิดตัวสินค้าพรีเมียมขนาดกลาง เคาะราคา7,000-8,000 บาท มั่นใจส่วนแบ่งเซ็กเมนต์นี้เติบโต ด้านลามิน่ามั่นใจสินค้าหลากหลาย สิ้นปียอดขายเป็นไปตามเป้า 760 ล้านบาท
นายเธนไชย เอี่ยมธงทอง กรรมการผู้จัดการบริษัท อินนิแฟตโต้ จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ภายใต้แบรนด์คาร์ดินอล Cardinal จากประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจฟิล์มกรองแสงติดตั้งรถยนต์ในปี 2559 จะมีมูลค่าประมาณ 1-5 - 1.6 พันล้านบาท เทียบเท่ากับปี 2558 โดยในช่วงที่ผ่านมาตลาดมีการหดตัวลง เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ผู้บริโภคมีการชะลอการซื้อรถใหม่ ส่วนลูกค้าที่มีรถอยู่แล้วก็ไม่มีการเข้ามาติดตั้งฟิล์มใหม่
สำหรับการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา มีรายได้กว่า 30 ล้านบาท และคาดว่าจนถึงสิ้นปีจะมีรายประมาณ 35 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าที่เคยประกาศไว้ตั้งแต่ต้นปีที่คาดว่าจะทำได้ 40 ล้านบาทหรือเติบโต 20%
นายเธนไชย กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านภาพรวมในปี 2560 จะต้องดูหลายปัจจัยที่จะส่งผลต่อตลาด อาทิ เศรษฐกิจ จะเติบโตได้มากน้อยขนาดไหน ,สถาบันการเงินจะมีความผ่อนคลายกับลูกค้าที่จะขอสินเชื่อ และภาวะหนี้สินของผู้บริโภค อย่างไรก็ดีประเมินในเบื้องต้นว่าตลาดน่าจะทรงตัว กล่าวคือไม่ลดลงและไม่เติบโต ในส่วนของบริษัทยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตในแต่ละปีไว้ที่ 20%
ขณะที่กลยุทธ์การตลาดในปี 2560 ได้เตรียมงบ 15 ล้านบาท โดยจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียมขนาดกลาง สนนราคาประมาณ 7,000-8,000 บาท ซึ่งในเซกเมนต์นี้ยังไม่มีระดับราคาดังกล่าวจำหน่าย ขณะที่ราคาในกลุ่มพรีเมียมของบริษัทเริ่มต้นที่ 1.2 – 4 หมื่นบาท
“เรามีส่วนแบ่งการตลาด 2-3 % ในตลาดรวมฟิล์มกรองแสง แต่เมื่อแยกย่อยมาเป็นเซ็กเมนต์พรีเมียม เรามีส่วนแบ่งประมาณ 10 – 20 % โดยตลาดนี้คิดเป็นมูลค่า 200 – 300 ล้านบาท ซึ่งเราตั้งเป้าหมายในปีหน้าว่าจะมีสัดส่วนการขายแบ่งออกเป็น สินค้าฟิล์มพรีเมียม 50 % ,พรีเมียมขนาดกลาง 30% และพรีเมียม พลัส 20%”
ส่วนแผนขยายเครือข่ายนั้น ปัจจุบันมีช่องทางการขายแบ่งออกเป็น 2 แบบได้แก่ ขายผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการมากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ และแบบที่ 2 คือตัวแทนจำหน่าย 30 จุด ซึ่งในจำนวนนี้บริษัทลงทุนเองภายใต้ชื่อศูนย์คาร์ดินอล เอ็กซ์คลูซีฟ จำนวน 20 จุด และอีก 10 จุดมีการขายผ่านร้านประดับยนต์,ศูนย์เคลือบแก้ว
“เรามีแผนที่จะงดการลงทุนบางส่วน โดยเฉพาะในส่วนของการขยายตัวแทนจำหน่าย โดยปีหน้าจะขยายอีกแค่ 5 แห่ง ซึ่งมองพื้นที่ในจังหวัดหนองคาย ,อุดรธานี ,แม่สอด อย่างไรก็ตามกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างอื่นไม่ได้งด โดยยังคงเข้าร่วมอีเวนต์ประจำปีใหญๆ อาทิ มอเตอร์โชว์ ,มอเตอร์เอ็กซ์โป รวมไปถึงแคมเปญโปรโมชันต่างๆ และการลงทุนเกี่ยวกับระบบบริหาร ให้ความรู้ช่าง”
ด้านนางสาวจันทร์นภา สายสมร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ลามิน่าและฟิล์มกรองแสงกลุ่มพิเศษลูมาร์ ซึ่งผลิตโดยซีพีฟิล์ม อิงค์ มาตรฐานไอเอสโอ 9001 ในเครือบริษัท อีสท์แมน เคมิคอล จากประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ปีนี้น่าจะทรงตัวที่ระดับ 1.4 – 1.6 พันล้านบาท เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์มีความผันผวน โดยผู้ผลิตรถยนต์มีการประเมินว่าตลาดรวมในประเทศน่าจะอยู่ที่ระดับ 7.4 - 7.5 แสนคัน ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมของธุรกิจฟิล์มกรองแสงรถยนต์ก็มีโอกาสที่จะผันผวนไปด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเป้าหมายยอดขายที่ 760 ล้านบาทตามที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี โดยแบ่งออกเป็นยอดจำหน่ายจากฟิล์มกรองแสงรถยนต์ 720 ล้านบาทและยอดจำหน่ายสินค้าอื่น ๆ 40 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวทำให้บริษัทยังคงเป็นผู้นำในตลาดนี้
“ผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายมองว่าตลาดน่าจะหดตัวเล็กน้อย ทำให้เราเชื่อว่าตลาดฟิล์มกรองแสงก็ไม่น่าจะแตกต่าง โดยแผนงานในปีนี้เราได้นำเสนอสินค้าที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ เซรามิคฟิล์ม ลามิน่าดิจิตอลซีทีเอ็กซ์ ที่ไม่รบกวนสัญญาณดิจิตอลทุกประเภท ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกเพิ่มขึ้นในการติดตั้งฟิล์มกรองแสงให้กับรถยนต์”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,217 วันที่ 11 - 14 ธันวาคม 2559
นายเธนไชย เอี่ยมธงทอง กรรมการผู้จัดการบริษัท อินนิแฟตโต้ จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ภายใต้แบรนด์คาร์ดินอล Cardinal จากประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจฟิล์มกรองแสงติดตั้งรถยนต์ในปี 2559 จะมีมูลค่าประมาณ 1-5 - 1.6 พันล้านบาท เทียบเท่ากับปี 2558 โดยในช่วงที่ผ่านมาตลาดมีการหดตัวลง เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ผู้บริโภคมีการชะลอการซื้อรถใหม่ ส่วนลูกค้าที่มีรถอยู่แล้วก็ไม่มีการเข้ามาติดตั้งฟิล์มใหม่
สำหรับการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา มีรายได้กว่า 30 ล้านบาท และคาดว่าจนถึงสิ้นปีจะมีรายประมาณ 35 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าที่เคยประกาศไว้ตั้งแต่ต้นปีที่คาดว่าจะทำได้ 40 ล้านบาทหรือเติบโต 20%
นายเธนไชย กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านภาพรวมในปี 2560 จะต้องดูหลายปัจจัยที่จะส่งผลต่อตลาด อาทิ เศรษฐกิจ จะเติบโตได้มากน้อยขนาดไหน ,สถาบันการเงินจะมีความผ่อนคลายกับลูกค้าที่จะขอสินเชื่อ และภาวะหนี้สินของผู้บริโภค อย่างไรก็ดีประเมินในเบื้องต้นว่าตลาดน่าจะทรงตัว กล่าวคือไม่ลดลงและไม่เติบโต ในส่วนของบริษัทยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตในแต่ละปีไว้ที่ 20%
ขณะที่กลยุทธ์การตลาดในปี 2560 ได้เตรียมงบ 15 ล้านบาท โดยจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียมขนาดกลาง สนนราคาประมาณ 7,000-8,000 บาท ซึ่งในเซกเมนต์นี้ยังไม่มีระดับราคาดังกล่าวจำหน่าย ขณะที่ราคาในกลุ่มพรีเมียมของบริษัทเริ่มต้นที่ 1.2 – 4 หมื่นบาท
“เรามีส่วนแบ่งการตลาด 2-3 % ในตลาดรวมฟิล์มกรองแสง แต่เมื่อแยกย่อยมาเป็นเซ็กเมนต์พรีเมียม เรามีส่วนแบ่งประมาณ 10 – 20 % โดยตลาดนี้คิดเป็นมูลค่า 200 – 300 ล้านบาท ซึ่งเราตั้งเป้าหมายในปีหน้าว่าจะมีสัดส่วนการขายแบ่งออกเป็น สินค้าฟิล์มพรีเมียม 50 % ,พรีเมียมขนาดกลาง 30% และพรีเมียม พลัส 20%”
ส่วนแผนขยายเครือข่ายนั้น ปัจจุบันมีช่องทางการขายแบ่งออกเป็น 2 แบบได้แก่ ขายผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการมากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ และแบบที่ 2 คือตัวแทนจำหน่าย 30 จุด ซึ่งในจำนวนนี้บริษัทลงทุนเองภายใต้ชื่อศูนย์คาร์ดินอล เอ็กซ์คลูซีฟ จำนวน 20 จุด และอีก 10 จุดมีการขายผ่านร้านประดับยนต์,ศูนย์เคลือบแก้ว
“เรามีแผนที่จะงดการลงทุนบางส่วน โดยเฉพาะในส่วนของการขยายตัวแทนจำหน่าย โดยปีหน้าจะขยายอีกแค่ 5 แห่ง ซึ่งมองพื้นที่ในจังหวัดหนองคาย ,อุดรธานี ,แม่สอด อย่างไรก็ตามกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างอื่นไม่ได้งด โดยยังคงเข้าร่วมอีเวนต์ประจำปีใหญๆ อาทิ มอเตอร์โชว์ ,มอเตอร์เอ็กซ์โป รวมไปถึงแคมเปญโปรโมชันต่างๆ และการลงทุนเกี่ยวกับระบบบริหาร ให้ความรู้ช่าง”
ด้านนางสาวจันทร์นภา สายสมร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ลามิน่าและฟิล์มกรองแสงกลุ่มพิเศษลูมาร์ ซึ่งผลิตโดยซีพีฟิล์ม อิงค์ มาตรฐานไอเอสโอ 9001 ในเครือบริษัท อีสท์แมน เคมิคอล จากประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ปีนี้น่าจะทรงตัวที่ระดับ 1.4 – 1.6 พันล้านบาท เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์มีความผันผวน โดยผู้ผลิตรถยนต์มีการประเมินว่าตลาดรวมในประเทศน่าจะอยู่ที่ระดับ 7.4 - 7.5 แสนคัน ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมของธุรกิจฟิล์มกรองแสงรถยนต์ก็มีโอกาสที่จะผันผวนไปด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเป้าหมายยอดขายที่ 760 ล้านบาทตามที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี โดยแบ่งออกเป็นยอดจำหน่ายจากฟิล์มกรองแสงรถยนต์ 720 ล้านบาทและยอดจำหน่ายสินค้าอื่น ๆ 40 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวทำให้บริษัทยังคงเป็นผู้นำในตลาดนี้
“ผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายมองว่าตลาดน่าจะหดตัวเล็กน้อย ทำให้เราเชื่อว่าตลาดฟิล์มกรองแสงก็ไม่น่าจะแตกต่าง โดยแผนงานในปีนี้เราได้นำเสนอสินค้าที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ เซรามิคฟิล์ม ลามิน่าดิจิตอลซีทีเอ็กซ์ ที่ไม่รบกวนสัญญาณดิจิตอลทุกประเภท ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกเพิ่มขึ้นในการติดตั้งฟิล์มกรองแสงให้กับรถยนต์”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,217 วันที่ 11 - 14 ธันวาคม 2559






