
สตาร์บัคส์ดัน‘จอห์นสัน’ขึ้นซีอีโอ ลุยเปิดเพิ่มร้านกาแฟพรีเมียม
สตาร์บัคส์ ประกาศแต่งตั้งนายเควิน จอห์นสัน เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ ซึ่งมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 เมษายน 2560 ทั้งยังระบุด้วยว่า มีแผนจะเปิดร้านระดับพรีเมียมStarbucks Reserve Roasteryอีกอย่างน้อย 20 แห่งทั่วโลก โดย 6 สาขาแรกจะเปิดให้เสร็จภายในปี 2562
สตาร์บัคส์ เชนร้านกาแฟชั้นนำของโลก ประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ โดยนายเควิน จอห์นสัน จะเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท สตาร์บัคส์ฯ และจะมีผลในวันที่ 3 เมษายน 2560 โดยมีภารกิจสำคัญในการรับผิดชอบดูแลสาขาสตาร์บัคส์ทั่วโลก ขณะที่นายโฮเวิร์ด ชูลทส์ จะพ้นจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสตาร์บัคส์ และยังคงดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหาร โดยมีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนของ Starbucks Reserve Roasteryแบรนด์ร้านกาแฟสุดพรีเมียม การขยายสาขาของร้านค้าปลีก รวมถึงงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม
นายจอห์นสันเคยเป็นผู้บริหารของไมโครซอฟท์และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทจูปิเตอร์ เน็ทเวิร์คส์ ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายมาก่อน และในปี 2551ได้รับมอบหมายให้เป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาโทรคมนาคมแห่งชาติ จากนั้นในปี 2553 เข้ามารับตำแหน่งเป็นคณะกรรมการของสตาร์บัคส์และร่วมทีมผู้บริหารในปี 2558
นายชูลทส์ กล่าวว่า สตาร์บัคส์ขยายร้านกาแฟมาอย่างยาวนาน และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีทั้งในแง่ของการยอมรับและผลประกอบการ สังเกตได้จากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมและผลของกำไร ทั้งในสหรัฐฯและทั่วโลก อย่างไรก็ดี มองว่าเวลานี้ธุรกิจค้าปลีกของสหรัฐฯ มีร้านค้าเกินความต้องการของตลาดแล้ว ส่งผลให้สตาร์บัคส์ต้องคอยปรับกลยุทธ์ใหม่ตลอดช่วง 40 ปีที่ผ่านมาเพื่อความอยู่รอด ทั้งในเรื่องของการให้บริการเครื่องดื่มและอาหาร ที่สำคัญคือการจับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม โดยแตกโมเดลร้านรูปแบบใหม่ คือ Starbucks Reserve Roasteryซึ่งเน้นไปที่การใช้กาแฟระดับซูเปอร์พรีเมียม ที่ยกโรงคั่วเมล็ดกาแฟมาไว้ที่ร้าน
สาขา Starbucks Reserve Roasteryแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในนครซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา แม้จะเพิ่งเปิดมาได้ 2 ปี แต่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยได้นำเสนอประเภทของกาแฟที่ไม่มีใครเคยได้สัมผัสรสชาติมาก่อน ส่งผลให้เมื่อปีที่ผ่านมา Starbucks Reserve Roasteryมียอดขายของสาขาเดิมสูงขึ้น 24% นอกจากนี้ สตาร์บัคส์มีแผนจะเปิดร้าน Roasteryอีกอย่างน้อย 20 แห่งทั่วโลก โดย 6 สาขาแรกจะเปิดให้บริการภายในปี 2562
ขณะเดียวกัน สตาร์บัคส์จะเพิ่มบริการในส่วนของเคาน์เตอร์บาร์ Reserve ในร้านสตาร์บัคส์ที่มีอยู่ 1,000 แห่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อเปิดประสบการณ์การดื่มกาแฟของลูกค้า ทำให้ลูกค้าได้ใช้เวลาดื่มด่ำกับกาแฟคัดพิเศษได้อย่างเต็มที่ และเห็นทุกขั้นตอนของการชง
ส่วนเหตุผลที่นายชูลทส์ เลือกนายจอห์นสัน มารับตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสตาร์บัคส์แทนนั้น เป็นเพราะนายจอห์นสันมีประสบการณ์บริหารงานองค์กรระดับโลก มีความเข้าใจทั้งเรื่องเทคโนโลยีและผู้บริโภคเป็นอย่างดี ประกอบกับได้เข้ามานั่งเป็นคณะกรรมการบริหารของสตาร์บัคส์นานถึง 7 ปี และร่วมบริหารงานกับนายชูลทส์แบบเต็มเวลามานานกว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งผลประกอบการช่วงสองปีล่าสุดออกมาดีเป็นประวัติการณ์ของบริษัท และทั้งสองคนก็ทำงานช่วยเหลือกัน
ด้านนายจอห์นสัน ระบุว่า จะใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมตลอดระยะ 7 ปี เมื่อครั้งนั่งตำแหน่งคณะกรรมการบริหาร และร่วมบริหารงานกับนายชูลทส์นานกว่า 2 ปี มาสานต่อกิจการ "สตาร์บัคส์ถือเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิต ผมนับถือพาร์ตเนอร์เลือดสีเขียวทุกคนของสตาร์บัคส์ ที่มีมากกว่า 3 แสนคน เขาเหล่านั้นภูมิใจกับการสวมใส่ผ้ากันเปื้อนสีเขียวบริการลูกค้า และเป็นเกียรติอย่างยิ่งกับบทบาทใหม่ของการเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารสตาร์บัคส์"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,217 วันที่ 11 - 14 ธันวาคม 2559
สตาร์บัคส์ เชนร้านกาแฟชั้นนำของโลก ประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ โดยนายเควิน จอห์นสัน จะเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท สตาร์บัคส์ฯ และจะมีผลในวันที่ 3 เมษายน 2560 โดยมีภารกิจสำคัญในการรับผิดชอบดูแลสาขาสตาร์บัคส์ทั่วโลก ขณะที่นายโฮเวิร์ด ชูลทส์ จะพ้นจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสตาร์บัคส์ และยังคงดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหาร โดยมีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนของ Starbucks Reserve Roasteryแบรนด์ร้านกาแฟสุดพรีเมียม การขยายสาขาของร้านค้าปลีก รวมถึงงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม
นายจอห์นสันเคยเป็นผู้บริหารของไมโครซอฟท์และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทจูปิเตอร์ เน็ทเวิร์คส์ ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายมาก่อน และในปี 2551ได้รับมอบหมายให้เป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาโทรคมนาคมแห่งชาติ จากนั้นในปี 2553 เข้ามารับตำแหน่งเป็นคณะกรรมการของสตาร์บัคส์และร่วมทีมผู้บริหารในปี 2558
นายชูลทส์ กล่าวว่า สตาร์บัคส์ขยายร้านกาแฟมาอย่างยาวนาน และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีทั้งในแง่ของการยอมรับและผลประกอบการ สังเกตได้จากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมและผลของกำไร ทั้งในสหรัฐฯและทั่วโลก อย่างไรก็ดี มองว่าเวลานี้ธุรกิจค้าปลีกของสหรัฐฯ มีร้านค้าเกินความต้องการของตลาดแล้ว ส่งผลให้สตาร์บัคส์ต้องคอยปรับกลยุทธ์ใหม่ตลอดช่วง 40 ปีที่ผ่านมาเพื่อความอยู่รอด ทั้งในเรื่องของการให้บริการเครื่องดื่มและอาหาร ที่สำคัญคือการจับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม โดยแตกโมเดลร้านรูปแบบใหม่ คือ Starbucks Reserve Roasteryซึ่งเน้นไปที่การใช้กาแฟระดับซูเปอร์พรีเมียม ที่ยกโรงคั่วเมล็ดกาแฟมาไว้ที่ร้าน
สาขา Starbucks Reserve Roasteryแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในนครซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา แม้จะเพิ่งเปิดมาได้ 2 ปี แต่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยได้นำเสนอประเภทของกาแฟที่ไม่มีใครเคยได้สัมผัสรสชาติมาก่อน ส่งผลให้เมื่อปีที่ผ่านมา Starbucks Reserve Roasteryมียอดขายของสาขาเดิมสูงขึ้น 24% นอกจากนี้ สตาร์บัคส์มีแผนจะเปิดร้าน Roasteryอีกอย่างน้อย 20 แห่งทั่วโลก โดย 6 สาขาแรกจะเปิดให้บริการภายในปี 2562
ขณะเดียวกัน สตาร์บัคส์จะเพิ่มบริการในส่วนของเคาน์เตอร์บาร์ Reserve ในร้านสตาร์บัคส์ที่มีอยู่ 1,000 แห่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อเปิดประสบการณ์การดื่มกาแฟของลูกค้า ทำให้ลูกค้าได้ใช้เวลาดื่มด่ำกับกาแฟคัดพิเศษได้อย่างเต็มที่ และเห็นทุกขั้นตอนของการชง
ส่วนเหตุผลที่นายชูลทส์ เลือกนายจอห์นสัน มารับตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสตาร์บัคส์แทนนั้น เป็นเพราะนายจอห์นสันมีประสบการณ์บริหารงานองค์กรระดับโลก มีความเข้าใจทั้งเรื่องเทคโนโลยีและผู้บริโภคเป็นอย่างดี ประกอบกับได้เข้ามานั่งเป็นคณะกรรมการบริหารของสตาร์บัคส์นานถึง 7 ปี และร่วมบริหารงานกับนายชูลทส์แบบเต็มเวลามานานกว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งผลประกอบการช่วงสองปีล่าสุดออกมาดีเป็นประวัติการณ์ของบริษัท และทั้งสองคนก็ทำงานช่วยเหลือกัน
ด้านนายจอห์นสัน ระบุว่า จะใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมตลอดระยะ 7 ปี เมื่อครั้งนั่งตำแหน่งคณะกรรมการบริหาร และร่วมบริหารงานกับนายชูลทส์นานกว่า 2 ปี มาสานต่อกิจการ "สตาร์บัคส์ถือเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิต ผมนับถือพาร์ตเนอร์เลือดสีเขียวทุกคนของสตาร์บัคส์ ที่มีมากกว่า 3 แสนคน เขาเหล่านั้นภูมิใจกับการสวมใส่ผ้ากันเปื้อนสีเขียวบริการลูกค้า และเป็นเกียรติอย่างยิ่งกับบทบาทใหม่ของการเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารสตาร์บัคส์"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,217 วันที่ 11 - 14 ธันวาคม 2559






