thansettakij
thansettakij
หวั่นอิตาลีไม่รับรัฐธรรมนูญ เสี่ยงฉุดโอกาสแก้ปัญหาหนี้เสียในระบบธนาคาร

หวั่นอิตาลีไม่รับรัฐธรรมนูญ เสี่ยงฉุดโอกาสแก้ปัญหาหนี้เสียในระบบธนาคาร

02 ธ.ค. 59 | 00:00 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ธ.ค. 59 | 08:30 น.
นักลงทุนกังวลสถานการณ์ของระบบธนาคารพาณิชย์อิตาลี ก่อนการทำประชามติรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 4 ธันวาคม หวั่นผลการลงมติอาจจุดชนวนความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศ

อิตาลีมีกำหนดจัดการลงประชามติในวันที่ 4 ธันวาคมที่จะถึงนี้ เพื่อตัดสินใจว่าจะยอมรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยนายมัตเตโอ เรนซี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ซึ่งเป็นผู้ผลักดันการจัดทำประชามติในครั้งนี้ กล่าวว่าจะก้าวลงจากตำแหน่งถ้าผลประชามติออกมาว่าประชาชนไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญใหม่ ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดบ่งชี้ว่ามีแนวโน้มที่รัฐธรรมนูญใหม่จะไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน

ความเป็นไปได้ที่จะเกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองภายหลังการทำประชามติ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อมูลค่าหุ้นของธนาคารพาณิชย์ของอิตาลีในช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนเกรงว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะเป็นอุปสรรคต่อแผนการแก้ปัญหาหนี้เสียในระบบธนาคารพาณิชย์ของอิตาลี

รายงานจากเดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส ระบุว่า มีธนาคารพาณิชย์ของอิตาลีมากถึง 8 แห่งที่มีความเสี่ยงที่จะประสบปัญหา ถ้าผลประชามตินำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จนส่งผลกระทบต่อแผนการฟื้นฟูธนาคารต่างๆ โดยนอกเหนือจากธนาคารขนาดใหญ่ มอนเต้ เด ปาสคี แล้ว ยังมีธนาคารขนาดกลาง โปโปลาเร ดิ วิเชนซา, เวเนโต้ บังก้า และคาริเก้ รวมถึงธนาคารขนาดเล็ก 4 แห่งที่ได้รับการช่วยเหลือเมื่อปีก่อน คือ บังก้า เอทรูเรีย, คาริคิเอติ, บังก้า เดลเล มาร์เค และคาร์ริเฟอร์รารา

ธนาคารพาณิชย์อิตาลีมีหนี้เสียมูลค่า 3.6 แสนล้านยูโร เทียบกับมูลค่าหุ้น 2.25 แสนล้านยูโร หลังจากความพยายามในการแก้ปัญหาระบบธนาคาร ซึ่งมีผลกำไรอ่อนแอเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและการปล่อยสินเชื่ออย่างผิดกฎหมายในหลายสถาบันการเงินล้มเหลว

ทั้งนี้ ชาวอิตาลีจะต้องตัดสินใจในการลงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคมว่าจะยอมรับการปฏิรูปรัฐธรรมนูญของประเทศหรือไม่ ซึ่งหลายฝ่ายกล่าวว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐธรรมนูญใหม่จะประกอบไปด้วยการลดขนาดวุฒิสมาชิกลงไป 2 ใน 3 และลดอำนาจของรัฐบาลท้องถิ่นทั้ง 20 ภูมิภาค ขณะที่นายเรนซีเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญจะช่วยให้การทำงานของรัฐสภามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายปีเตอร์ โดนิซานู นักวิเคราะห์จากเวลส์ ฟาร์โก ระบุว่า การปฏิรูปจะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายสำคัญ อาทิ มาตรการช่วยเหลือภาคการธนาคารที่มีปัญหา ทำได้ง่ายขึ้น ลดทอนความเสี่ยงที่รัฐบาลจะล้มระหว่างเกิดความขัดแย้งทางการเมือง ขณะที่ฝ่ายคัดค้านรัฐธรรมนูญใหม่กล่าวว่า ข้อเสนอการปฏิรูปเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยในอิตาลี เนื่องจากอำนาจจะกระจุกตัวอยู่ในมือของคนเพียงไม่กี่คน ไม่สะท้อนถึงความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่

ขณะเดียวกันผลโพลส่วนใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นโพลสุดท้ายก่อนการทำประชามติ แสดงให้เห็นว่าฝ่ายโหวต "โน" มีคะแนนนำ โพลที่จัดทำโดยไอก์ซ สำหรับสถานีโทรทัศน์อาโกรา-ไร3 แสดงให้เห็นว่าฝ่ายคัดค้านมีคะแนนเพิ่มขึ้นจาก 40% เป็น 42% ส่วนฝ่ายสนับสนุนมีคะแนนอยู่ที่ 37% ด้านโพลจากเดมอส แอนด์ ไพ ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ลา รีพับบิกา แสดงให้เห็นว่าช่องว่างระหว่างฝ่ายคัดค้านและสนับสนุนเพิ่มมากขึ้นในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ด้วยคะแนนนำของฝ่ายคัดค้าน 41% ต่อ 34%

ความคิดเห็นของชาวอิตาลีต่อการทำประชามติมีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทั้งการทำประชามติ "เบร็กซิท" ของสหราชอาณาจักร และชัยชนะของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเหนือความคาดหมาย สะท้อนถึงความรู้สึกของประชาชนที่ไม่พึงพอใจการทำงานของรัฐบาล

"การทำประชามติของอิตาลีในวันอาทิตย์เปรียบได้กับเบร็กซิทของอิตาลี และการโหวตไม่ยอมรับจะสร้างแรงสะเทือนต่อตลาด และระบบธนาคารพาณิชย์" นีล วิลสัน นักวิเคราะห์อาวุโสของอีทีเอ็กซ์ แคปิตอล ให้ความเห็น

อย่างไรก็ดี นายเรนซีกล่าวยืนยันว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในการทำประชามติ อิตาลีจะยังคงมีรัฐบาลบริหารประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งหรือการแต่งตั้งก็ตาม "เราจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่าอิตาลีสามารถรับมือกับความท้าทายได้ แต่เราเชื่อว่าประเทศจะเข้มแข็งขึ้นถ้าอิตาลียอมรับการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,214 วันที่ 1 - 3 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline