
โอเปกเชื่อมั่นบรรลุข้อตกลง หวังจัดทำแผนลดการผลิตนํ้ามันในการประชุม 30 พ.ย.
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศสมาชิกโอเปกส่งสัญญาณแสดงความมั่นใจว่า ที่ประชุมจะสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับรายละเอียดกับปรับลดลงกำลังการผลิตน้ำมันดิบได้ในการประชุมปลายเดือนพฤศจิกายนนี้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงบางรายจากประเทศสมาชิกโอเปก หรือผู้ผลิตน้ำมันเป็นสินค้าส่งออก ให้ความเห็นต่อแนวโน้มของการบรรลุข้อตกลงลดการผลิตน้ำมันดิบ ในการประชุมที่จะเกิดขึ้นที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ โดยรัฐมนตรีน้ำมันของอิหร่านกล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า มีความเป็นไปได้สูงที่โอเปกจะบรรลุข้อตกลงในการประชุมที่จะเกิดขึ้น ขณะที่รัฐมนตรีน้ำมันของอิรักเตรียมเสนอแผนการดำเนินการลดกำลังการผลิตของโอเปก ด้านผู้ว่าการประจำโอเปกของลิเบียกล่าวว่า การเจรจาระดับเจ้าหน้าที่เทคนิคที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้เดินหน้าไปได้อย่างดี
สมาชิกกลุ่มโอเปกตกลงกันในการประชุมเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ว่าจะปรับลดกำลังการผลิตลงให้อยู่ในระดับ 32.5-33 ล้านบาร์เรลต่อวันเพื่อผลักดันราคาน้ำมันดิบในตลาดให้สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นการปรับลดกำลังการผลิตครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2551 แต่ยังไม่มีการกำหนดรายละเอียดว่าแต่ละประเทศจะปรับลดลงเป็นปริมาณเท่าใด
นายบีจาน นามดาร์ ซานกาเนห์ รัฐมนตรีน้ำมันของอิหร่าน กล่าวกับสำนักข่าวท้องถิ่นว่า "มีความเป็นไปได้สูงที่สมาชิกโอเปกจะบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการประชุมเดือนพฤศจิกายน ผมคิดว่าสมาชิกโอเปกจะปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้ และพยายามนำมันมาปฏิบัติ" โดยนายซานกาเนห์เชื่อว่า ถ้าโอเปกบรรลุข้อตกลง ราคาน้ำมันดิบจะปรับขึ้นถึงระดับ 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลได้อย่างรวดเร็ว และถ้ามีความร่วมมือจากประเทศนอกกลุ่มโอเปกด้วย ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่ราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้นได้ถึง 55 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนสมาชิกโอเปกเสนอให้อิหร่านจำกัดเพดานการผลิตที่ 3.92 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยก่อนหน้านี้อิหร่านกล่าวว่าจะยอมรับเพดานการผลิตระหว่าง 4.0-4.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ดี อิหร่านยังไม่ได้ตอบรับกับข้อเสนอดังกล่าว
ด้านนายจาบาร์ อาลี อัล-ลูไอบี รัฐมนตรีน้ำมันของอิรัก กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า เตรียมเสนอข้อแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการปรับลดกำลังการผลิตในการประชุมปลายเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ดี แถลงการณ์ไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดของข้อเสนอดังกล่าว และส่งสัญญาณว่าอิรักจะไม่เข้าร่วมกับการลดกำลังการผลิตในครั้งนี้
"ข้อเรียกร้องของอิรักไม่ควรถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุข้อตกลงในการจำกัดกำลังการผลิตครั้งใหม่ อิรักตั้งตาคอยให้มีการบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรมที่นำผลประโยชน์ของทุกฝ่ายมาพิจารณา และยุติภาวะน้ำมันดิบล้นตลาด" นายอัล-ลูไอบี กล่าว
อิรักต้องการที่จะได้รับการยกเว้นจากข้อตกลงการลดกำลังการผลิตของโอเปก โดยอ้างว่าจำเป็นต้องมีรายได้เพื่อนำมาต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ขณะที่อิหร่าน ลิเบีย และไนจีเรีย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาการผลิตน้ำมันได้รับผลกระทบจากการถูกคว่ำบาตรหรือความไม่สงบภายในประเทศ ได้ขอยกเว้นจากข้อตกลงครั้งล่าสุดด้วยเช่นกัน
ข้อมูลจากบลูมเบิร์กระบุว่า การผลิตน้ำมันจากอิรัก อิหร่าน ลิเบีย และไนจีเรีย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของการผลิตน้ำมันดิบทั้งหมดของสมาชิกโอเปกในเดือนตุลาคม ซึ่งถ้าประเทศเหล่านี้ได้รับการยกเว้นจากข้อตกลง หมายความว่าซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และเวเนซุเอลา จะกลายเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่ต้องแบกรับภาระในการลดกำลังการผลิต
ขณะที่นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวภายหลังการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยืนยันว่ารัสเซียพร้อมที่จะจำกัดเพดานการผลิตน้ำมันดิบไว้ที่ระดับปัจจุบัน "ผมไม่สามารถบอกได้ 100% ว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงหรือไม่ แต่มีความเป็นไปได้สูงที่มันจะเกิดขึ้น" นายปูตินกล่าว
แนวโน้มที่โอเปกจะบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ในการประชุมปลายเดือนนี้นั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในช่วงต้นสัปดาห์นี้ปรับตัวขึ้น โกลด์แมน แซกส์ กล่าวผ่านรายงานว่า โอกาสที่โอเปกจะลดกำลังการผลิตมีมากขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตจำเป็นต้องตอบสอนองกับพื้นฐานของอุปสงค์และอุปทานที่ย่ำแย่ลง โดยเฉพาะหลังจากโอเปกประเทศความตกลงลดการผลิตเบื้องต้น
โกลด์แมน แซกส์ ประเมินว่า ถ้าโอเปก รวมถึงผู้ผลิตรายอื่นๆ โดยเฉพาะรัสเซีย ล้มเหลวในการลดกำลังการผลิต ซัพพลายน้ำมันดิบจะสูงเกินกว่าความจำเป็น 0.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,212 วันที่ 24 - 26 พฤศจิกายน 2559
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงบางรายจากประเทศสมาชิกโอเปก หรือผู้ผลิตน้ำมันเป็นสินค้าส่งออก ให้ความเห็นต่อแนวโน้มของการบรรลุข้อตกลงลดการผลิตน้ำมันดิบ ในการประชุมที่จะเกิดขึ้นที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ โดยรัฐมนตรีน้ำมันของอิหร่านกล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า มีความเป็นไปได้สูงที่โอเปกจะบรรลุข้อตกลงในการประชุมที่จะเกิดขึ้น ขณะที่รัฐมนตรีน้ำมันของอิรักเตรียมเสนอแผนการดำเนินการลดกำลังการผลิตของโอเปก ด้านผู้ว่าการประจำโอเปกของลิเบียกล่าวว่า การเจรจาระดับเจ้าหน้าที่เทคนิคที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้เดินหน้าไปได้อย่างดี
สมาชิกกลุ่มโอเปกตกลงกันในการประชุมเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ว่าจะปรับลดกำลังการผลิตลงให้อยู่ในระดับ 32.5-33 ล้านบาร์เรลต่อวันเพื่อผลักดันราคาน้ำมันดิบในตลาดให้สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นการปรับลดกำลังการผลิตครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2551 แต่ยังไม่มีการกำหนดรายละเอียดว่าแต่ละประเทศจะปรับลดลงเป็นปริมาณเท่าใด
นายบีจาน นามดาร์ ซานกาเนห์ รัฐมนตรีน้ำมันของอิหร่าน กล่าวกับสำนักข่าวท้องถิ่นว่า "มีความเป็นไปได้สูงที่สมาชิกโอเปกจะบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการประชุมเดือนพฤศจิกายน ผมคิดว่าสมาชิกโอเปกจะปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้ และพยายามนำมันมาปฏิบัติ" โดยนายซานกาเนห์เชื่อว่า ถ้าโอเปกบรรลุข้อตกลง ราคาน้ำมันดิบจะปรับขึ้นถึงระดับ 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลได้อย่างรวดเร็ว และถ้ามีความร่วมมือจากประเทศนอกกลุ่มโอเปกด้วย ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่ราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้นได้ถึง 55 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนสมาชิกโอเปกเสนอให้อิหร่านจำกัดเพดานการผลิตที่ 3.92 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยก่อนหน้านี้อิหร่านกล่าวว่าจะยอมรับเพดานการผลิตระหว่าง 4.0-4.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ดี อิหร่านยังไม่ได้ตอบรับกับข้อเสนอดังกล่าว
ด้านนายจาบาร์ อาลี อัล-ลูไอบี รัฐมนตรีน้ำมันของอิรัก กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า เตรียมเสนอข้อแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการปรับลดกำลังการผลิตในการประชุมปลายเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ดี แถลงการณ์ไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดของข้อเสนอดังกล่าว และส่งสัญญาณว่าอิรักจะไม่เข้าร่วมกับการลดกำลังการผลิตในครั้งนี้
"ข้อเรียกร้องของอิรักไม่ควรถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุข้อตกลงในการจำกัดกำลังการผลิตครั้งใหม่ อิรักตั้งตาคอยให้มีการบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรมที่นำผลประโยชน์ของทุกฝ่ายมาพิจารณา และยุติภาวะน้ำมันดิบล้นตลาด" นายอัล-ลูไอบี กล่าว
อิรักต้องการที่จะได้รับการยกเว้นจากข้อตกลงการลดกำลังการผลิตของโอเปก โดยอ้างว่าจำเป็นต้องมีรายได้เพื่อนำมาต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ขณะที่อิหร่าน ลิเบีย และไนจีเรีย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาการผลิตน้ำมันได้รับผลกระทบจากการถูกคว่ำบาตรหรือความไม่สงบภายในประเทศ ได้ขอยกเว้นจากข้อตกลงครั้งล่าสุดด้วยเช่นกัน
ข้อมูลจากบลูมเบิร์กระบุว่า การผลิตน้ำมันจากอิรัก อิหร่าน ลิเบีย และไนจีเรีย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของการผลิตน้ำมันดิบทั้งหมดของสมาชิกโอเปกในเดือนตุลาคม ซึ่งถ้าประเทศเหล่านี้ได้รับการยกเว้นจากข้อตกลง หมายความว่าซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และเวเนซุเอลา จะกลายเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่ต้องแบกรับภาระในการลดกำลังการผลิต
ขณะที่นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวภายหลังการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยืนยันว่ารัสเซียพร้อมที่จะจำกัดเพดานการผลิตน้ำมันดิบไว้ที่ระดับปัจจุบัน "ผมไม่สามารถบอกได้ 100% ว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงหรือไม่ แต่มีความเป็นไปได้สูงที่มันจะเกิดขึ้น" นายปูตินกล่าว
แนวโน้มที่โอเปกจะบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ในการประชุมปลายเดือนนี้นั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในช่วงต้นสัปดาห์นี้ปรับตัวขึ้น โกลด์แมน แซกส์ กล่าวผ่านรายงานว่า โอกาสที่โอเปกจะลดกำลังการผลิตมีมากขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตจำเป็นต้องตอบสอนองกับพื้นฐานของอุปสงค์และอุปทานที่ย่ำแย่ลง โดยเฉพาะหลังจากโอเปกประเทศความตกลงลดการผลิตเบื้องต้น
โกลด์แมน แซกส์ ประเมินว่า ถ้าโอเปก รวมถึงผู้ผลิตรายอื่นๆ โดยเฉพาะรัสเซีย ล้มเหลวในการลดกำลังการผลิต ซัพพลายน้ำมันดิบจะสูงเกินกว่าความจำเป็น 0.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,212 วันที่ 24 - 26 พฤศจิกายน 2559






