
‘ไทยแลนด์ ยอชต์ โชว์’แรงหนุนไทยฮับมารีน่า
ททท. ตีฆ้อง ไทยแลนด์ ยอชต์ โชว์ กลางเดือนธันวาคมนี้ ขับเคลื่อนไทยฮับมารีน่า เอเชีย ชี้การจัดงานปีนี้มีซุปเปอร์ยอชต์-เรือยอชต์ เข้าร่วมจัดแสดงรวม 40-50 ลำ คาดผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่า 4,700 คน สร้างรายได้ราว 1,000 -2,000 ล้านบาท
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า การจัดงานไทยแลนด์ ยอชต์ โชว์ 2016 ระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคมนี้ ที่ อ่าวปอ แกรนด์มารีน่า จังหวัดภูเก็ต ททท.ได้สนับสนุนงบราว 15-20 ล้านบาทในการจัดงานดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฮับของเรือยอชต์ และมารีนา ของเอเชีย
การจัดงานในปีนี้คาดว่าจะมีเรือซุปเปอร์ยอชต์และเรือยอชต์จากต่างประเทศ เข้ามาจัดแสดงราว 40-50 ลำ มีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 4,700 คน สร้างรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ราว 1,000-2,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับการจัดงานไทยแลนด์ ยอชต์ โชว์ ครั้งแรก เมื่อวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2559
รูปแบบการจัดงานในปีนี้ จะเรื่องของการจัดสัมมนาตั้งแต่วันที่ 12-14 ธันวาคม 2559 จากนั้นในวันที่ 15-18 ธันวาคมนี้ จะเป็นการจัดแสดงเรือซุปเปอร์ ยอชต์ และเรือยอชต์ การจัดการเจรจาธุรกิจ ที่จะมีการออกบู้ธจากบริษัทตัวแทนขายเรือยอชต์ ผู้ประกอบการยอชต์ ชาร์เตอร์ เจ้าของเรือยอชต์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ คือ Sea Trail ที่เจ้าของเรือซุปเปอร์ยอชต์ จะนำเรือมารอบอ่าว เพื่อเป็นโอกาสลูกค้าหรือเอเย่นต์ได้ทดลองใช้บริการ แตกต่างจากปีที่ผ่านมาที่มีเพียงการจอดเทียบเท่า และเปิดให้เข้าชมความหรูหราของซุปเปอร์ยอชต์เท่านั้น ขณะเดียวกันยังจะมีการจัดกิจกรรมทางน้ำในหลากหลายกิจกรรม เพื่อสร้างสีสันของการจัดงาน
“ ปีนี้ททท.คาดหวังว่าจำนวนผู้เข้าชมงานน่าจะเพิ่มขึ้นจากการจัดงานครั้งที่ผ่านมาราว 10% จากจำนวนผู้เข้าชมงานครั้งที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ราว 4,700 คน ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 30% ที่เหลือเป็นกลุ่มคนไทย การจัดงานดังกล่าว เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มฐานรายได้จากนักท่องเที่ยวในกลุ่มคุณภาพ เนื่องจากเป็นกลุ่มตลาดเซ็กเม้นท์ที่มีกำลังซื้อสูง”
นางสาวฐาปนีย์ ยังกล่าวต่อว่า การผลักดันให้มีซุปเปอร์ เข้าไทยมากขึ้น จะยิ่งทำให้ไทยมีรายได้ในส่วนนี้เพิ่มขึ้น การจัดงานไทยแลนด์ ยอชต์ โชว์ ก็เป็นอีกหนี่งช่องทางในการทำตลาด ซึ่งผู้จัดงาน(บริษัททีแอล อีเวนท์ส (ไทยแลนด์) จำกัด ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้ ประเมินว่าโดยเฉลี่ยเรือซุปเปอร์ ยอชต์ 1 ลำ มีการใช้จ่ายอยู่ที่ 1-2 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ( 35-70 ล้านบาท)ต่อทริป ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างบุคลากร คนทำความสะอาด ดูแลเรือ การจัดดอกไม้ อาหาร ที่ล้วนเป็นลูกโซ่ที่ทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และสิ่งสำคัญที่จะได้จากการจัดงานดังกล่าว คือ ดาต้าเบสท์ของนักท่องเที่ยว ที่ททท.สามารถนำมาใช้ในการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
“ ช่วงก่อนหน้านี้ ผู้จัดงานอาจยังไม่มั่นใจว่าจะจัดงานได้หรือไม่ เนื่องจากประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงถวายอาลัย การจัดกิจกรรมต่างๆต้องคำนึงถึงการแสดงถึงความเคารพ และททท.ได้ยืนยันว่ายังคงสามารถจัดงานได้ และที่ผ่านมาก็ได้มีการทำประชาสัมพันธ์การจัดงานออกไปอย่างเป็นทางการแล้ว ประกอบกับการจัดงานที่อยู่ในช่วงเหมาะสม คือ เดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมกับการล่องเรือ ก็เชื่อว่าการจัดงานในครั้งนี้ จะประสบความสำเร็จไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา โดยสเกลของการจัดงานไทยแลนด์ ยอชต์ โชว์ จะใช้งบราว 50-60 ล้านบาท แต่ททท.สนับสนุนงบราว 15-20 ล้านบาท ที่เหลือก็จะเป็นการสนับสนุนจากสปอร์เซอร์ต่างๆ โดยกรมเจ้าท่า ก็จะประสานในเรื่องการอำนวยความสะดวกแก่ซุปเปอร์ ยอชต์ และเรือยอชต์ ที่จะเข้ามาจัดแสดง”นางสาวฐาปนีย์ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับไฮไลต์งานไทยแลนด์ยอชต์ โชว์ ในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากซูเปอร์ยอชต์ 5 ลำ และเรือยอชต์ชั้นนำระดับภูมิภาค ตอบรับเข้าร่วมแสดงเรือ เช่น บริษัท Boat Lagoon Yachting จะนำเรือยอชต์จากแบรนด์ระดับหรูมากมายในเครือ อาทิ Princess Yachts รวม 8 ลำ ส่วนบริษัทค้าเรือยอชต์ชั้นนำของเอเชียอย่าง Simpson Marine ก็จะนำ Forwin เรือซูเปอร์ยอชต์รุ่น Sanlorenzo 46Steel ที่ผลิตในประเทศอิตาลีสำหรับผู้จัดจำหน่ายเรือในประเทศอย่าง Lee Marine จะจัดแสดงเรือยอชต์ขนาดใหญ่จากแบรนด์ชั้นสูงที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกอย่าง Ferretti Cu stom Line รวมถึงเรือ Ocean Emerald ถือเป็นสุดยอดเรือยอชต์แนวร่วมสมัยพร้อมด้วยบริการโดยเชฟระดับมิชลินสตาร์
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,212 วันที่ 24 - 26 พฤศจิกายน 2559
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า การจัดงานไทยแลนด์ ยอชต์ โชว์ 2016 ระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคมนี้ ที่ อ่าวปอ แกรนด์มารีน่า จังหวัดภูเก็ต ททท.ได้สนับสนุนงบราว 15-20 ล้านบาทในการจัดงานดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฮับของเรือยอชต์ และมารีนา ของเอเชีย
การจัดงานในปีนี้คาดว่าจะมีเรือซุปเปอร์ยอชต์และเรือยอชต์จากต่างประเทศ เข้ามาจัดแสดงราว 40-50 ลำ มีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 4,700 คน สร้างรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ราว 1,000-2,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับการจัดงานไทยแลนด์ ยอชต์ โชว์ ครั้งแรก เมื่อวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2559
รูปแบบการจัดงานในปีนี้ จะเรื่องของการจัดสัมมนาตั้งแต่วันที่ 12-14 ธันวาคม 2559 จากนั้นในวันที่ 15-18 ธันวาคมนี้ จะเป็นการจัดแสดงเรือซุปเปอร์ ยอชต์ และเรือยอชต์ การจัดการเจรจาธุรกิจ ที่จะมีการออกบู้ธจากบริษัทตัวแทนขายเรือยอชต์ ผู้ประกอบการยอชต์ ชาร์เตอร์ เจ้าของเรือยอชต์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ คือ Sea Trail ที่เจ้าของเรือซุปเปอร์ยอชต์ จะนำเรือมารอบอ่าว เพื่อเป็นโอกาสลูกค้าหรือเอเย่นต์ได้ทดลองใช้บริการ แตกต่างจากปีที่ผ่านมาที่มีเพียงการจอดเทียบเท่า และเปิดให้เข้าชมความหรูหราของซุปเปอร์ยอชต์เท่านั้น ขณะเดียวกันยังจะมีการจัดกิจกรรมทางน้ำในหลากหลายกิจกรรม เพื่อสร้างสีสันของการจัดงาน
“ ปีนี้ททท.คาดหวังว่าจำนวนผู้เข้าชมงานน่าจะเพิ่มขึ้นจากการจัดงานครั้งที่ผ่านมาราว 10% จากจำนวนผู้เข้าชมงานครั้งที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ราว 4,700 คน ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 30% ที่เหลือเป็นกลุ่มคนไทย การจัดงานดังกล่าว เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มฐานรายได้จากนักท่องเที่ยวในกลุ่มคุณภาพ เนื่องจากเป็นกลุ่มตลาดเซ็กเม้นท์ที่มีกำลังซื้อสูง”
นางสาวฐาปนีย์ ยังกล่าวต่อว่า การผลักดันให้มีซุปเปอร์ เข้าไทยมากขึ้น จะยิ่งทำให้ไทยมีรายได้ในส่วนนี้เพิ่มขึ้น การจัดงานไทยแลนด์ ยอชต์ โชว์ ก็เป็นอีกหนี่งช่องทางในการทำตลาด ซึ่งผู้จัดงาน(บริษัททีแอล อีเวนท์ส (ไทยแลนด์) จำกัด ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้ ประเมินว่าโดยเฉลี่ยเรือซุปเปอร์ ยอชต์ 1 ลำ มีการใช้จ่ายอยู่ที่ 1-2 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ( 35-70 ล้านบาท)ต่อทริป ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างบุคลากร คนทำความสะอาด ดูแลเรือ การจัดดอกไม้ อาหาร ที่ล้วนเป็นลูกโซ่ที่ทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และสิ่งสำคัญที่จะได้จากการจัดงานดังกล่าว คือ ดาต้าเบสท์ของนักท่องเที่ยว ที่ททท.สามารถนำมาใช้ในการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
“ ช่วงก่อนหน้านี้ ผู้จัดงานอาจยังไม่มั่นใจว่าจะจัดงานได้หรือไม่ เนื่องจากประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงถวายอาลัย การจัดกิจกรรมต่างๆต้องคำนึงถึงการแสดงถึงความเคารพ และททท.ได้ยืนยันว่ายังคงสามารถจัดงานได้ และที่ผ่านมาก็ได้มีการทำประชาสัมพันธ์การจัดงานออกไปอย่างเป็นทางการแล้ว ประกอบกับการจัดงานที่อยู่ในช่วงเหมาะสม คือ เดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมกับการล่องเรือ ก็เชื่อว่าการจัดงานในครั้งนี้ จะประสบความสำเร็จไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา โดยสเกลของการจัดงานไทยแลนด์ ยอชต์ โชว์ จะใช้งบราว 50-60 ล้านบาท แต่ททท.สนับสนุนงบราว 15-20 ล้านบาท ที่เหลือก็จะเป็นการสนับสนุนจากสปอร์เซอร์ต่างๆ โดยกรมเจ้าท่า ก็จะประสานในเรื่องการอำนวยความสะดวกแก่ซุปเปอร์ ยอชต์ และเรือยอชต์ ที่จะเข้ามาจัดแสดง”นางสาวฐาปนีย์ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับไฮไลต์งานไทยแลนด์ยอชต์ โชว์ ในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากซูเปอร์ยอชต์ 5 ลำ และเรือยอชต์ชั้นนำระดับภูมิภาค ตอบรับเข้าร่วมแสดงเรือ เช่น บริษัท Boat Lagoon Yachting จะนำเรือยอชต์จากแบรนด์ระดับหรูมากมายในเครือ อาทิ Princess Yachts รวม 8 ลำ ส่วนบริษัทค้าเรือยอชต์ชั้นนำของเอเชียอย่าง Simpson Marine ก็จะนำ Forwin เรือซูเปอร์ยอชต์รุ่น Sanlorenzo 46Steel ที่ผลิตในประเทศอิตาลีสำหรับผู้จัดจำหน่ายเรือในประเทศอย่าง Lee Marine จะจัดแสดงเรือยอชต์ขนาดใหญ่จากแบรนด์ชั้นสูงที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกอย่าง Ferretti Cu stom Line รวมถึงเรือ Ocean Emerald ถือเป็นสุดยอดเรือยอชต์แนวร่วมสมัยพร้อมด้วยบริการโดยเชฟระดับมิชลินสตาร์
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,212 วันที่ 24 - 26 พฤศจิกายน 2559






