thansettakij
thansettakij
เปิดแนวรบซิงเกอร์ยุค4.0 ชูเทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจดันยอดขาย 5 พันล้าน

เปิดแนวรบซิงเกอร์ยุค4.0 ชูเทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจดันยอดขาย 5 พันล้าน

23 พ.ย. 59 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :23 พ.ย. 59 | 11:04 น.
เปิดยุทธศาสตร์ “ซิงเกอร์” ยุค 4.0 ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยี ทุ่ม 100 ล้าน ยกเครื่องระบบไอที ปรับกระบวนการทำงาน พร้อมโครงสร้างการดำเนินธุรกิจใหม่ ทะยานสู่ยอดขาย 5,000 ล้านบาทสูงสุดในรอบ 17 ปี เผยดึงสินค้าใหม่เสริมทัพ ทั้งมอเตอร์ไซค์-เฟอร์นิเจอร์

นางนงลักษณ์ ลักษณะโภคิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าด้วยการขายตรงในระบบเช่าซื้อ ภายใต้แบรนด์ "ซิงเกอร์" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2560 ว่า เป็นการเข้าสู่ยุคซิงเกอร์ 4.0 ที่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี หลังจากปีนี้ได้ปรับปรุงระบบการบริหารงานภายใน แก้ไขจุดบกพร่องของการดำเนินธุรกิจ การวางแนวทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต รวมถึงการจัดการโครงสร้างองค์กรให้มีความกระชับและมีมาตรฐานมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

การปรับเปลี่ยนระบบการทำงานใหม่ที่ชัดเจน ได้แก่ การปรับโครงสร้างการขาย ด้วยการให้พนักงานขายสินค้าเพียงอย่างเดียว จากเดิมที่จะต้องเก็บค่างวดสินค้าด้วย และเปลี่ยนการรับชำระสินค้ามาเป็นจุดให้บริการต่างๆ กว่า 1.8 หมื่นจุด อาทิ เคาน์เตอร์เซอร์วิส เคาน์เตอร์ธนาคาร โมบายแอพพลิเคชั่น ตู้เติมเงินของซิงเกอร์ เป็นต้น การปรับโครงสร้างการอนุมัติสินเชื่อ ด้วยการให้หน่วยงานกลางเป็นผู้อนุมัติคุณสมบัติผู้ซื้อ จากเดิมที่พนักงานขายสามารถอนุมัติสินเชื่อได้โดยตรง ซึ่งปัจจุบันสามารถอนุมัติสินเชื่อได้ภายในเวลา 20 นาที

ซิงเกอร์ยังได้ปรับระบบการบริหารและการควบคุมภายใน ด้วยการใช้ระบบตรวจสอบคลังสินค้า ตรวจสอบใบเสร็จที่ร้านค้า และตรวจสอบบัญชีเช่าซื้อ ซึ่งจะใช้พนักงานภายใน 120 คน ซึ่งแล้วเสร็จภายในวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังจากนั้นจะใช้หน่วยงานตรวจสอบภายนอกเข้าไปสุ่มตรวจระบบการทำงานภายในแต่ละสาขาอีกด้วย

"ระบบการขายและการปล่อยสินเชื่อใหม่ ได้เริ่มเข้าสู่ระบบอย่างเป็นทางการทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้คุณภาพสินเชื่อดีขึ้น เพราะอนุมัติจากส่วนกลางทั้งหมด จากเดิมที่เซลล์เป็นคนปล่อยสินเชื่อ และต้องเก็บเงินค่างวดต่างๆ ด้วย แต่ปัจจุบันเราเปลี่ยนโครงสร้างชัดเจน เซลล์ขายอย่างเดียว ทำให้ประสิทธิภาพการขายดีขึ้น ปัจจุบันมีบัญชีเช่าซื้อกว่า 1.67 แสนบัญชี และบริษัทยังมีกลยุทธ์รีไฟแนนซ์ ด้วยการให้ลูกค้าที่ขาดส่งค่างวด 1-2 เดือนสามารถรีไฟแนนซ์ได้ ปัจจุบันหนี้เกินกำหนดชำระมีสัดส่วนประมาณ 3% แต่ช่วงไตรมาส 3 สูงสุด 12-13% เพราะมีกลุ่มลูกค้า 2,000-3,000 รายที่ยังติดต่อไม่ได้"

หลังจากบริษัทได้มีกลุ่มเจมาร์ทและกลุ่มสหพัฒน์เข้ามาถือหุ้น ทำให้ได้เพิ่มกลุ่มสินค้าโทรศัพท์มือถือ และสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์เข้ามาจำหน่ายด้วย โดยเฉพาะการขายโทรศัพท์มือถือ จากเดิมที่ไม่เคยขายมาก่อน ช่วงแรกสามารถขายได้เดือนละ 3-9 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายกว่า 100 ล้านบาท โดยการปรับระบบการบริหารงานต่างๆ ทั้งหมด ได้มีการลงทุนระบบไอทีประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งการใช้งานจะสมบูรณ์ครบถ้วนภายในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้องค์กรมีความคล่องตัว และสามารถตรวจสอบการทำงานได้ทุกขั้นตอน

M17321203 ด้านช่องทางจัดจำหน่าย ปัจจุบันมีพนักงานขายและทีมซิงเกอร์เน็ตเวิร์ก ซึ่งเป็นบุคคลทั่วไปที่มีงานประจำแต่ต้องการมีรายได้เสริม รวม 8,600 คน คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นคน และในปีหน้าจะเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 2 หมื่นคน นอกจากนี้ ยังมีร้านซิงเกอร์อีกกว่า 170 แห่ง ซึ่งในปีหน้าบริษัทจะขยายสาขาเพิ่มเป็น 200 แห่ง ด้วยงบประมาณการลงทุนประมาณสาขาละ 2 ล้านบาท พร้อมกับปรับโฉมสาขาในรูปแบบใหม่

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมา และมีรายได้รวม 2,001.5 ล้านบาท ลดลง 24.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,652.6 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 86.40 ล้านบาท ลดลง 24.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 114.0 ล้านบาท โดยมียอดขายกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือน สัดส่วน 47% สินค้าเชิงพาณิชย์ 37% และสมาร์ทโฟน 16% ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของบริษัทที่มีการกำหนดเกณฑ์อนุมัติเครดิตสินเชื่อเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสินค้าเชิงพาณิชย์ที่มี มูลค่าสูง ซึ่งจะเป็นเช่นนี้ไปจนกว่าสภาวะเศรษฐกิจจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ขณะที่ผลประกอบการในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 554.5 ล้านบาท ลดลง 30.4% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 796.7 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 5.1 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10.6 ล้านบาท หรือลดลง 51.4% สาเหตุมาจากยอดขายสินค้าหลักเมื่อหักยอดขาย สมาร์ทโฟนตามเงื่อนไขสัญญาการฝาก ขายสินค้ากับเจมาร์ท และดอกเบี้ยรับจากการผ่อนชำระของบัญชีเช่าซื้อปรับตัวลดลง ขณะที่รายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้น

นางนงลักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงานในปีนี้คาดว่าจะมียอดขายแตะ 3,000 ล้านบาท และปีหน้าจะมียอดขายแตะ 5,000 ล้านบาท ถือเป็นยอดขายสูงสุดในรอบ 17 ปี ของการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา และในปีนี้จะพบกับการเปลี่ยนแปลงของซิงเกอร์อีกหลายอย่าง อาทิ รูปแบบการขายที่ใช้แท็บเลตเข้ามาช่วย การเพิ่มกลุ่มสินค้าใหม่ อาทิ การนำเอารถจักรยานยนต์กลับมาขายในระบบเช่าซื้ออีกครั้ง หลังจากยุติการขายไปนับ 10 ปี การขายสินค้ากลุ่มเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น จากก่อนหน้านี้ได้เพิ่มสินค้ากลุ่มกล้องถ่ายรูป

"ซิงเกอร์ยังครองความเป็นผู้นำช่องทางค้าปลีกที่มีเซลล์เน็ตเวิร์คที่เข้มแข็งที่สุดในประเทศไทย ในปีนี้บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ภายใต้การซินเนอร์ยี ร่วมกันกับกลุ่มเจมาร์ท รวมทั้ง ปรับโครงสร้างภายในให้มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และสามารถตรวจสอบได้ แม้จะได้รับผลกระทบจากยอดขายสินค้าหลักที่ปรับตัวลดลงตามสภาวะทางเศรษฐกิจ ที่ยังชะลอตัว กำลังการบริโภคและการจับจ่ายใช้สอยในภาคเอกชนลดลง เว้นเพียงแต่กลุ่มสินค้าตู้เติมน้ำมันหยอด เหรียญ จักรเย็บผ้า และพัดลมไอเย็นที่มียอดขายเพิ่มสูงขึ้นเป็นผลจากโครงการช่วยเหลือประชาชน เศรษฐกิจฐานรากจากภาครัฐ "โครงการประชารัฐ" ที่เริ่มเดินหน้าเข้าถึงหมู่บ้านต่างๆ ในชนบทตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 เป็นต้นมา โดยในปีหน้าบริษัทจะสร้างแบรนด์ให้มากขึ้น รวมถึงการกลับมาสร้างการเติบโตอีกครั้ง"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,212 วันที่ 24 - 26 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline