
จับตาคาราบาวกับยุทธการ‘Bold Move’
"สรกฤต ลัทธิธรรม" หนึ่งในนักการตลาดแถวหน้าของเมืองไทยที่เคยพาแบรนด์เครื่องดื่มไทยเข้าไปทำตลาดเป็นรายแรกๆในทวีปยุโรปจนประสบผลสำเร็จมาแล้ว กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า การรุกขยายตลาดของคาราวบาว ต้องยอมรับว่ามีความกล้าที่เข้าไปลงทุน เพื่อให้แบรนด์มีการขับเคลื่อนและเติบโตไปข้างหน้า หรือที่นักการตลาดเรียกว่า "Bold Move" เริ่มต้นตั้งแต่การเข้าไปเป็นผู้สนับสนุนหลักให้กับทีมดังอย่างเชลซี และเรดดิ้ง ก็ถือว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากฐานแฟนของแต่ละทีมที่มีอยู่ในการทำตลาด ขณะที่การใช้ชื่อ "คาราบาวคัพ" นั้นแน่นอนว่าทางคาราบาวจะได้ประโยชน์จากการใช้สื่อโฆษณาทั้งในและนอกสนาม การถ่ายทอดสดแต่ละแม็ตซ์การแข่งขันที่จะมีการถ่ายทอดไปทั่วโลก แฃะโอกาสทางการตลาดที่มหาศาลที่ทางแบรนด์จะได้รับจากการได้รับสิทธิ์ในครั้งนี้
"ต้องยอมรับว่าปัจจุบันต่างชาติโดยเฉพาะในแถบยุโรปนิยมดื่มเครื่องดื่มจากเอเชียหรือว่าเมืองไทยในโอกาสพิเศษเท่านั้น เช่นเครื่องดื่มประเภทเบียร์ก็จะดื่มก็ต่อเมื่อรับประทานอาหารไทยหรือไปในย่านที่มีคนไทย เปรียบเหมือนหากต่างชาติผลิตปลาร้ามาขายให้กับคนไทย ผู้บริโภคก็คงเลือกรับประทานหรือชิมรสเท่านั้น แต่คงไม่เลือกซื้อทานเป็นอาหารติดบ้านดังนั้นโจทย์สำคัญในการพาแบรนด์ไทยให้เติบโตในตลาดต่างประเทศคือทำอย่างไรให้ ผู้คนในประเทศนั้นๆหันมาดื่มเครื่องดื่มของเราในชีวิตประจำวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ เหมือนที่เรดบูลเคยทำได้ "
สิ่งสำคัญที่แบรนด์จะต้องมีในการขยายฐานไปยังตลาดระดับนั้น คือเรื่องของจุดยืนของแบรนด์ที่ต้องเข็มแข็งชัดเจน มีพันธมิตรชาวท้องถิ่นที่แข็งแกร่งสามารถเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำอย่างไรให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ของความเป็นอินเตอร์แบรนด์ที่ผสมผสานเข้ากับความต้องการของท้องถิ่น ขณะที่เรื่องของราคาและภาษีคืออีกเรื่องสำคัญที่แบรนด์ที่เข้าไปทำตลาดจะต้องเผชิญกับอุปสรรคข้อนี้และต้องมีวิธีการบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อรองรับการแข่งขัน และสร้างความสำเร็จในเวทีโลก
"โดยส่วนตัวมองว่าการจะเข้าไปทำตลาดในต่างประเทศภาพลักษณ์ความเป็นอินเตอร์แบรนด์คือสิ่งที่สำคัญ หากเราเข้าไปในนามแบรนด์ไทยสินค้าเราก็จะถูกมองและเลือกดื่มในโอกาสพิเศษเช่นในร้านอาหารไทยหรือทานคู่กับอาหารไทยเท่านั้น แต่ถ้าเราเข้าไปในรูปแบบอินเตอร์เพื่อแข็งขันกับแบรนด์ท้องถิ่นแล้วน่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้มากกว่า ไม่ใช่ว่าเข้าไปในนามแบรนด์ไทยไม่ได้แต่จะต้องมีการปรับให้เข้ากับท้องถิ่นนั้นๆ หากเราต้องการที่จะเติบโตเหมือนเช่นแบรนด์ท้องถิ่นในระยะยาว"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,211 วันที่ 20 - 23 พฤศจิกายน 2559
"ต้องยอมรับว่าปัจจุบันต่างชาติโดยเฉพาะในแถบยุโรปนิยมดื่มเครื่องดื่มจากเอเชียหรือว่าเมืองไทยในโอกาสพิเศษเท่านั้น เช่นเครื่องดื่มประเภทเบียร์ก็จะดื่มก็ต่อเมื่อรับประทานอาหารไทยหรือไปในย่านที่มีคนไทย เปรียบเหมือนหากต่างชาติผลิตปลาร้ามาขายให้กับคนไทย ผู้บริโภคก็คงเลือกรับประทานหรือชิมรสเท่านั้น แต่คงไม่เลือกซื้อทานเป็นอาหารติดบ้านดังนั้นโจทย์สำคัญในการพาแบรนด์ไทยให้เติบโตในตลาดต่างประเทศคือทำอย่างไรให้ ผู้คนในประเทศนั้นๆหันมาดื่มเครื่องดื่มของเราในชีวิตประจำวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ เหมือนที่เรดบูลเคยทำได้ "
สิ่งสำคัญที่แบรนด์จะต้องมีในการขยายฐานไปยังตลาดระดับนั้น คือเรื่องของจุดยืนของแบรนด์ที่ต้องเข็มแข็งชัดเจน มีพันธมิตรชาวท้องถิ่นที่แข็งแกร่งสามารถเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำอย่างไรให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ของความเป็นอินเตอร์แบรนด์ที่ผสมผสานเข้ากับความต้องการของท้องถิ่น ขณะที่เรื่องของราคาและภาษีคืออีกเรื่องสำคัญที่แบรนด์ที่เข้าไปทำตลาดจะต้องเผชิญกับอุปสรรคข้อนี้และต้องมีวิธีการบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อรองรับการแข่งขัน และสร้างความสำเร็จในเวทีโลก
"โดยส่วนตัวมองว่าการจะเข้าไปทำตลาดในต่างประเทศภาพลักษณ์ความเป็นอินเตอร์แบรนด์คือสิ่งที่สำคัญ หากเราเข้าไปในนามแบรนด์ไทยสินค้าเราก็จะถูกมองและเลือกดื่มในโอกาสพิเศษเช่นในร้านอาหารไทยหรือทานคู่กับอาหารไทยเท่านั้น แต่ถ้าเราเข้าไปในรูปแบบอินเตอร์เพื่อแข็งขันกับแบรนด์ท้องถิ่นแล้วน่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้มากกว่า ไม่ใช่ว่าเข้าไปในนามแบรนด์ไทยไม่ได้แต่จะต้องมีการปรับให้เข้ากับท้องถิ่นนั้นๆ หากเราต้องการที่จะเติบโตเหมือนเช่นแบรนด์ท้องถิ่นในระยะยาว"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,211 วันที่ 20 - 23 พฤศจิกายน 2559






