thansettakij
thansettakij
ธ.ก.ส.ยันจำนำยุ้งฉางโปร่งใส ไฟเขียวชาวนาทิ้งข้าวได้-ดึงพาณิชย์ช่วยขาย

ธ.ก.ส.ยันจำนำยุ้งฉางโปร่งใส ไฟเขียวชาวนาทิ้งข้าวได้-ดึงพาณิชย์ช่วยขาย

18 พ.ย. 59 | 09:00 น.
ธ.ก.ส.-ก.พาณิชย์ยันจำนำยุ้งฉาง 59/60 ไม่มีวาระซ่อนเร้น ระบุชาวนาสามารถทิ้งข้าวได้เลย หากราคาตลาดตํ่ากว่า แต่หากราคาดีกว่าก็ให้ขายนำเงินส่วนต่างไปใช้ได้เลย อีกด้านดึง ก.พาณิชย์เตรียมพร้อมช่วยระบายข้าวหลุดจำนำกมธ.เกษตรลงพื้นที่นาแปลงใหญ่พิจิตรพบปัญหาโรงสีตั้งแง่ให้ราคาสูงกว่าตลาด ต้องความชื้นไม่เกิน 14%

จากที่ “ฐานเศรษฐกิจ”ได้ติดตามโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2559/2560 หรือการรับจำนำในยุ้งฉาง โดยได้เปิดประเด็น “สัญญาจำนำยุ้งฉางซ่อนเงื่อน” ในฉบับที่ 3209 วันที่ 13-18 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” โดย ยืนยันว่า โครงการดังกล่าวนี้ไม่มีซ่อนเร้น ยืนยันเหมือนกับ 2 โครงการที่แล้ว (ปี 2557/2558 และปี 2558/2559) เพราะรัฐบาลโดยเฉพาะความตั้งใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการช่วยเหลือชาวนาจริง ดังนั้นหากในอนาคตเกษตรกรไม่พอใจ หรือราคาข้าวในตลาดต่ำกว่าราคาจำนำยุ้งฉางก็สามารถทิ้งข้าวในยุ้งฉางได้

“สาเหตุที่ ธ.ก.ส.ให้สินเชื่อแก่เกษตรกรในราคาต่ำกว่าตลาด ยกตัวอย่างข้าวหอมมะลิ ทุกจังหวัดราคาตลาดเฉลี่ยที่ 1.1 หมื่นบาท ธ.ก.ส.ให้สินเชื่อ 9,500 บาทต่อตัน เพราะคาดว่าเกษตรกรจะขายได้ราคาสูงกว่า เพียงแค่รอจังหวะเวลาแค่นั้น ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรนำข้าวในยุ้งฉางออกมาขาย ทั้งนี้จากบทเรียนที่ผ่านมาตั้งราคาไว้สูงกว่าตลาดทำให้เกษตรกรขายไม่ได้ และเป็นภาระของรัฐบาล แต่ปีนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ก็จะมาช่วยระบายข้าวหลุดจำนำ จากเดิมที่ ธ.ก.ส.จะต้องรับผิดชอบเพียงหน่วยงานเดียว ดังนั้นชาวนาไม่ต้องกังวล"

สอดคล้องกับนางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ (พณ.)ที่กล่าวว่า ขณะนี้ราคาข้าวทุกชนิดเริ่มมีสัญญาณบวก ดังนั้น เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนี้ไม่ต้องกังวลใจ ถ้าราคาตลาดต่ำกว่า ก็ไม่ต้องนำออกไปขายให้กับโรงสี แต่ถ้าราคาดีให้นำออกไปขาย แล้วนำเงินมาใช้คืน ธ.ก.ส.แต่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องไม่ไถ่ถอนข้าวเปลือกหลังจากเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 30 วัน

สำหรับทางเลือกในการชำระหนี้ของชาวนา หากครบกำหนด 6 เดือนราคาข้าวในตลาดตํ่ากว่าเงินกู้ ธ.ก.ส. จะขยายระยะเวลาชำระหนี้ให้อีก 3 เดือนโดยไม่เสียดอกเบี้ย และชาวนาไม่ต้องรับผิดชอบส่วนต่าง เช่น เงินกู้ 9,500 บาทต่อตัน หากราคาตลาดเพียง 8,000 บาทต่อตัน ก็ชำระหนี้เพียง 8,000 บาทต่อตันโดยในสว่ นต่าง 1,500 บาทต่อตัน ชาวนาไม่ต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ และหากระยะเวลาที่กำหนดในการชำระหนี้ราคาข้าวในตลาดสูงกว่าวงเงินกู้ชาวนาสามารถแจ้งธ.ก.ส.แล้วเอาข้าวไปขาย โดยชาวนาสามารถรับส่วนต่างไปได้เลย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากการลงพื้นที่(14 พ.ย.59) ติดตามนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ รองเลขานุการคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และในฐานะประธานประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัจจัยการผลิตลงพื้นที่ดูงาน โครงการ“เกษตรครบวงจร เกษตรกรเข้มแข็ง” และรับฟังปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เป็นเกษตรกรของจังหวัดพิจิตร เพื่อรวบรวมปัญหาดังกล่าวมาพูดคุยกันและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับจังหวัดและระดับกรม กระทรวงฯ หรือรัฐบาล เข้ามาให้การช่วยเหลือตามนโยบายของรัฐบาลโดยเร่งด่วนต่อไป

ทั้งนี้นายจักรพันธ์ เกลียงพุ่ม กรรมการเกษตรแปลงใหญ่ ตำบลทับหมัน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร กล่าวรายงานในที่ประชุมว่า มีเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่ กว่า 70 ราย พื้นที่รวม 1,762 ไร่ โดยเกษตรกรได้รับความพอใจในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิตได้จริง แต่ยังมีปัญหาไม่สามารถเชื่อมการตลาดได้ เนื่องจากโรงสีที่เข้าร่วมโครงการตั้งเงื่อนไขว่าหากจะรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาในราคาสูงกว่าราคาตลาดตันละ 200 บาท จะต้องมีความชื้นไม่เกิน 14% ซึ่งไม่มีชาวนารายใดทำได้จึงอยากร้องเรียนให้ทางคณะนำเรื่องไปพิจารณาเพื่อหาทางช่วยเหลือและแก้ไข

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,210 วันที่ 17 - 19 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline