อาเบะเยือนสหรัฐฯหารือทรัมป์ ร้อนใจกรณีควํ่าทีพีพี แย้มอาจเดินหน้าแม้ไม่มีสหรัฐฯ

17 พ.ย. 2559 เวลา 3:00 น.
นายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น จะเป็นผู้นำจากต่างประเทศคนแรกที่ได้พบกับนายโดนัลด์ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังจากที่เขาชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยนายอาเบะมีกำหนดเยือนนิวยอร์กในช่วงกลางสัปดาห์นี้ (17 พ.ย.) ข่าวระบุว่า ผู้นำญี่ปุ่นจะหารือกับว่าที่ผู้นำสหรัฐฯในประเด็นข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ (ทีพีพี) ซึ่งโดนัลด์ทรัมป์ ย้ำตลอดช่วงหาเสียงและยังเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในสัญญาประชาคมที่เขาทำไว้กับประชาชนว่า ถ้าหากได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี หนึ่งในสิ่งแรกที่เขาจะทำภายใน 100 วันแรกของการทำงานคือ การให้สหรัฐฯถอนตัวออกจากข้อตกลงทีพีพีที่มีญี่ปุ่นร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้ง

ทรัมป์กล่าวในช่วงหาเสียงว่า ข้อตกลงทีพีพีจะเป็น “มหันตภัยใหญ่หลวง” แต่ข้อตกลงดังกล่าวที่มี 12 ประเทศสมาชิก หากรวมๆจีดีพีหรือขนาดของเศรษฐกิจเข้าด้วยกันทั้งหมดแล้ว จะมีมูลค่าคิดเป็น 40% ของจีดีพีโลก ในส่วนของญี่ปุ่นเองนั้น มีกำหนดนำประเด็นข้อตกลงทีพีพีเข้าอภิปรายในรัฐสภาในสัปดาห์นี้ ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของอาเบะต้องการให้สภาให้การรับรองข้อตกลงดังกล่าวก่อนที่จะหมดสมัยการประชุมในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวต่อรัฐสภาเมื่อต้นสัปดาห์(14 พ.ย.) ว่า เขาจะหยิบยกประเด็นการค้าเสรีมาหารือกับนายโดนัลด์ทรัมป์ ในการพบปะกันที่นิวยอร์ก “น่าเสียดายที่ขณะนี้ได้เกิดกระแสกีดกันการค้าขึ้นในสหรัฐอเมริกา และต้องยอมรับว่าการจะผลักดันข้อตกลงทีพีพีให้เกิดขึ้น คงเป็นเรื่องยากอย่างที่สุด และหากจะเข็นต่อให้บรรลุก็คงต้องฝ่าฟันหนทางอีกยาวไกล แต่สำหรับญี่ปุ่นเองเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องแสดงให้เห็นว่า ญี่ปุ่นเต็มใจที่จะเดินหน้าต่อไป”

[caption id="attachment_114112" align="aligncenter" width="416"] สัญญาประชาคมของทรัมป์ระบุชัดเจนว่า หนึ่งในสิ่งที่เขาจะทำภายใน 100 วันหลังรับตำแหน่งคือการถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงการค้าเสรี ทีพีพี สัญญาประชาคมของทรัมป์ระบุชัดเจนว่า หนึ่งในสิ่งที่เขาจะทำภายใน 100 วันหลังรับตำแหน่งคือการถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงการค้าเสรี ทีพีพี[/caption]

ทั้งนี้ ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของโดนัลด์ทรัมป์ (www.donaldjtrump.com) เขาระบุไว้ชัดเจนว่า รัฐบาลของเขาจะยุตินโยบายที่รัฐบาลก่อนๆใช้มานานนับทศวรรษซึ่งทำให้กระแสการจ้างงานโยกย้ายออกไปนอกสหรัฐอเมริกา เขาไม่ต้องการเดินตามรอยเก่านั้นอีกแล้ว ท่าทีดังกล่าวทำให้ประเทศสมาชิกอื่นๆของข้อตกลงทีพีพีต้องหันมาพิจารณาความเป็นไปได้ใหม่ๆที่ว่า ข้อตกลงทีพีพีอาจจะเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีสหรัฐอเมริกา

ในรัฐสภาของญี่ปุ่นที่มีการอภิปรายต้นสัปดาห์นี้ก็มีการกล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกัน โดยอ้างถึงคำกล่าวของนายเปโดร พาโบล คุกซินสกี ประธานาธิบดีแห่งเปรู และนายอิลเดอฟองโซ กัวคาร์โด รัฐมนตรีเศรษฐกิจของเม็กซิโก ที่มีความเห็นตรงกันว่า ควรพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะเดินหน้าข้อตกลงทีพีพีโดยไม่มีสหรัฐฯ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สำหรับญี่ปุ่น ข้อตกลงการค้าเสรีดังกล่าวเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของแผนปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ และเป็นกลไกหนึ่งที่อาเบะจะนำมาใช้ในการเปิดตลาดภายในประเทศที่เคยถูกปกป้องมายาวนาน เช่น อุตสาหกรรมการเกษตร นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งประเทศญี่ปุ่น (บีโอเจ) ให้ความเห็นเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า การมีผลบังคับใช้ของข้อตกลงทีพีพีจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่นำการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกมาสู่เศรษฐกิจของญี่ปุ่น “ทรัมป์พูดมาตั้งแต่เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีว่า เขาคัดค้านข้อตกลงทีพีพี ตอนนี้เรายังไม่ทราบว่ารัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯจะดำเนินนโยบายอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ถ้าสุดท้ายแล้วเราไม่สามารถเดินหน้าให้ข้อตกลงทีพีพีบรรลุผล เรา(ญี่ปุ่น) ก็จะสูญเสียผลประโยชน์ใหญ่หลวง คุณจะกล่าวว่านี่คือผลลบที่เกิดขึ้นก็ได้ (จากการล้มข้อตกลงทีพีพี)” ผู้ว่าการแบงก์ชาติญี่ปุ่นกล่าวในที่สุด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,210 วันที่ 17 - 19 พฤศจิกายน 2559