
ธพว.เร่งปรับหนี้ร้านค้าชุมชน พิษ‘มัน-ยาง’ราคาตกฉุดสภาพคล่อง-2เดือนแก้สำเร็จ 2.3พันล.
ธพว.รับราคาสินค้าเกษตรตกตํ่า กระทบร้านค้าชุมชนทั่วประเทศขาดสภาพคล่อง ความสามารถชำระหนี้ลด ดันยอดเอ็นพีแอลเอสเอ็มอีพุ่ง เผย 2 เดือนปรับโครงสร้างหนี้ 1,800 ราย วงเงินกว่า 2,300 ล้านบาท พร้อมผ่อนปรนเงื่อนไข เปิดทางรายย่อยเจรจามากกว่าใช้มาตรการกฎหมาย
แหล่งข่าวจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า จากปัญหาผลผลิตพืชไร่ตกต่ำเนื่องจากภัยแล้ง และราคาพืชเศรษฐกิจสำคัญเช่น มันสำปะหลัง และยางพาราตกต่ำ ส่งผลให้กำลังซื้อภาคเกษตรทรุดตัว และกระทบต่อร้านค้าในชุมชุนทั่ว ประเทศ ต่างประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน และกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ในที่สุด
“หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคาร(ธพว.)ที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มการค้า ที่เป็นร้านค้าชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งธนาคารได้มีการปรับโครงสร้างหนี้ไปตามกระแสเงินสดของแต่ละราย ส่วนสถานการณ์โดยทั่วไปก็ยังทรงๆ และอยู่ในแนวโน้มที่บริหารจัดการได้”แหล่งข่าวกล่าว
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธพว.กล่าวว่า ในการแก้ไขหนี้เอ็นพีแอลของธนาคารช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (ก.ย.-ต.ค. 2559) สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ปรับเงื่อนไข และปรับโครงสร้างหนี้ได้จำนวนกว่า 1,800 ราย เป็นจำนวนเงินกว่า 2,300 ล้านบาท
ทั้งนี้ในปี 2559 ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษาไปแล้ว 1.2 หมื่นราย จำนวนเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท และปรับสถานะเป็นลูกหนี้ที่ชำระตามปกติไม่มีฐานะเป็นเอ็นพีแอล ซึ่งลูกค้าสามารถชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็นเจรจาปรับเงื่อนไข (DR) และปรับโครงสร้างหนี้ (TDR) กว่า 8,800 ราย วงเงินกว่า 1.1หมื่นล้านบาท ช่วยปรับชั้นลูกหนี้ให้อยู่ในเกณฑ์สามารถชำระหนี้ได้กว่า 700 ราย วงเงินกว่า 470 ล้านบาท และจัดเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ไตรมาส 3 และไตรมาส 4 รวม จำนวนกว่า 2,100 ราย เป็นจำนวนเงินกว่า 1,000 ล้านบาท
“ธนาคารของรัฐแต่ละแห่งไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่อกรณีกระแสข่าวเอ็นพีแอลของระบบธนาคารพาณิชย์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นนโยบายธพว. เน้นภารกิจให้ความช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหา พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ และเชื่อมั่นว่าปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน”นายมงคล กล่าว
นายมงคล กล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหา ธนาคารพยายามหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการทางกฎหมายกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อย ซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคาร โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ยังดำเนินธุรกิจอยู่ และให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา ขอแต่เพียงผู้ประกอบการอย่าหนีปัญหา ไม่ต้องกลัวที่จะมาพูดคุยเจรจากับเจ้าหน้าที่ของธนาคาร สถานการณ์เช่นนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการแข่งขัน ซึ่งเป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้น
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถติดต่อเจรจาลดจำนวนเงินค่างวด ขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปหรือประนอมหนี้ โดยงดการขายทอดตลาดหลักประกันชั่วคราว หรือขอความช่วยเหลือด้านอื่นๆ จากธนาคารได้ เช่น ด้านการตลาด การบริหารจัดการ ภาษีการเงิน ตลอดจนด้านการปรับปรุงดีไซน์บรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย สร้างมูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายสู่ตลาดโลกผ่าน Alibaba.com
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,210 วันที่ 17 - 19 พฤศจิกายน 2559
แหล่งข่าวจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า จากปัญหาผลผลิตพืชไร่ตกต่ำเนื่องจากภัยแล้ง และราคาพืชเศรษฐกิจสำคัญเช่น มันสำปะหลัง และยางพาราตกต่ำ ส่งผลให้กำลังซื้อภาคเกษตรทรุดตัว และกระทบต่อร้านค้าในชุมชุนทั่ว ประเทศ ต่างประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน และกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ในที่สุด
“หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคาร(ธพว.)ที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มการค้า ที่เป็นร้านค้าชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งธนาคารได้มีการปรับโครงสร้างหนี้ไปตามกระแสเงินสดของแต่ละราย ส่วนสถานการณ์โดยทั่วไปก็ยังทรงๆ และอยู่ในแนวโน้มที่บริหารจัดการได้”แหล่งข่าวกล่าว
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธพว.กล่าวว่า ในการแก้ไขหนี้เอ็นพีแอลของธนาคารช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (ก.ย.-ต.ค. 2559) สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ปรับเงื่อนไข และปรับโครงสร้างหนี้ได้จำนวนกว่า 1,800 ราย เป็นจำนวนเงินกว่า 2,300 ล้านบาท
ทั้งนี้ในปี 2559 ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษาไปแล้ว 1.2 หมื่นราย จำนวนเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท และปรับสถานะเป็นลูกหนี้ที่ชำระตามปกติไม่มีฐานะเป็นเอ็นพีแอล ซึ่งลูกค้าสามารถชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็นเจรจาปรับเงื่อนไข (DR) และปรับโครงสร้างหนี้ (TDR) กว่า 8,800 ราย วงเงินกว่า 1.1หมื่นล้านบาท ช่วยปรับชั้นลูกหนี้ให้อยู่ในเกณฑ์สามารถชำระหนี้ได้กว่า 700 ราย วงเงินกว่า 470 ล้านบาท และจัดเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ไตรมาส 3 และไตรมาส 4 รวม จำนวนกว่า 2,100 ราย เป็นจำนวนเงินกว่า 1,000 ล้านบาท
“ธนาคารของรัฐแต่ละแห่งไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่อกรณีกระแสข่าวเอ็นพีแอลของระบบธนาคารพาณิชย์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นนโยบายธพว. เน้นภารกิจให้ความช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหา พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ และเชื่อมั่นว่าปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน”นายมงคล กล่าว
นายมงคล กล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหา ธนาคารพยายามหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการทางกฎหมายกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อย ซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคาร โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ยังดำเนินธุรกิจอยู่ และให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา ขอแต่เพียงผู้ประกอบการอย่าหนีปัญหา ไม่ต้องกลัวที่จะมาพูดคุยเจรจากับเจ้าหน้าที่ของธนาคาร สถานการณ์เช่นนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการแข่งขัน ซึ่งเป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้น
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถติดต่อเจรจาลดจำนวนเงินค่างวด ขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปหรือประนอมหนี้ โดยงดการขายทอดตลาดหลักประกันชั่วคราว หรือขอความช่วยเหลือด้านอื่นๆ จากธนาคารได้ เช่น ด้านการตลาด การบริหารจัดการ ภาษีการเงิน ตลอดจนด้านการปรับปรุงดีไซน์บรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย สร้างมูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายสู่ตลาดโลกผ่าน Alibaba.com
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,210 วันที่ 17 - 19 พฤศจิกายน 2559






