
change ล่าชื่อยื่นนายกฯ "ปฏิวัติเรือด่วนเเสนเเสบ" อ้างสถิติ "ธีระพงษ์"เป็นศพที่4
--15พ.ย.59--ผู้สื่อข่าวรายงานว่า www.change.org ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน(เอ็นจีโอ)ที่เคลื่อนไหวช่วยเหลือสังคมเเละอื่นๆ เน้นการล่ารายชื่อประชาชนลงชื่อเป็นผู้สนับ สนุนในเรื่องที่ต้องการให้เกิดกาเปลี่ยนเเปลง
โดยวันนี้เว็บไซต์นี้ได้ตั้งกระทู้เรื่อง "ปฏิวัติเรือด่วนแสนแสบ! เพื่อความปลอดภัยของตัวเราและคนไทยทุกคน (ขอผู้สนับสนุน 30,000 คน) " ร้องเรียนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเเละฝ่ายที่เกี่ยวข้องอีก7คน ใจความว่า
"เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 พ.ย. คุณลุงธีระพงษ์ ศิลาฤกษ์ อายุ 50 ปี ได้จมน้ำเสียชีวิตในคลองแสนแสบขณะก้าวขึ้นเรือบริเวณท่าเรือนานาชาติ ท้ายซอยสุขุมวิท 15 ซึ่งถือว่า คุณลุงเป็นศพที่ 4 นับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติไว้
"เรือด่วนแสนแสบ" เป็นการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว เป็นทางเลือกที่กำหนดระยะเวลาในการเดินทางได้ง่ายกว่าการใช้รถยนต์ที่เอาแน่เอานอนกับสภาพการจราจรในแต่ละวันไม่ได้ แม้ว่าเรือด่วนแสนแสบนั้นจะมีการบริการที่คุณภาพแย่มาก ชีวิตต้องมาอยู่บนความเสี่ยง ทั้งจำนวนผู้คนที่อัดแน่นเกิน ท่าเรือไม่แข็งแรง เสื้อชูชีพไม่เพียงพอ ยังไม่นับมลพิษทั้งเสียง กลิ่นควัน และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
แต่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องจำใจใช้บริการ เพราะไม่มีทางเลือกอื่นที่รวดเร็วกว่านี้อีกแล้ว หนำซ้ำต้องทนกับการให้บริการของพนักงานบนเรือทั้งคนขับและกระเป๋าที่หยาบคายมาก ผู้โดยสารมักถูกพนักงานบนเรือตะคอกอยู่เป็นประจำ
อีกหนึ่งความจริงที่น่าเศร้า คือ เรือคลองแสนแสบเป็นเรือที่ไม่เคยจอดเทียบท่าอย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือที่มีคนมากหรือท่าเรือที่มีคนน้อย ทันทีที่เรือเทียบท่า พนักงานจะสั่งให้ผู้โดยสารรีบๆ ขึ้น-ลงเรือ และยังไม่ทันที่ผู้โดยสารจะขึ้น-ลงเสร็จเรียบร้อย คนขับก็จะรีบขับเรือออกจากท่าไปด้วยความเร็ว ทำให้ผู้โดยสารต้องประสบอุบัติเป็นจำนวนมาก ทั้งขาพลิก หกล้ม หรือหัวโขกกับเสา ยิ่งท่าเรือที่มีคนขึ้น-ลงน้อยอย่าง ท่าเรือนานาชาติที่คุณลุงเสียชีวิต พนักงานไม่เคยจะนำเชือกขึ้นมาผูกกับเสาท่าเลย(โป๊ะ) คนขับก็ไม่จอดเรือ แต่กลับใช้วิธีการชะลอเรือ และตะโกนให้ผู้โดยสารรีบกระโดดขึ้นไปแทน จากนั้นคนขับก็จะรีบขับเรือออกไปทันที
ในทุกๆวัน ผู้คนจำนวนมากจึงจำเป็นต้องเลือกว่า “จะเสี่ยงชีวิตกระโดดขึ้นไป” หรือ “จะอดขึ้นฝั่ง” เพราะถ้าคุณไม่รีบกระโดดขึ้นฝั่งก็อย่าหวังเลยว่า จะได้ลงจากเรือที่ท่านั้น
มีประชาชนจำนวนมากเคยไปร้องเรียนกับกรมเจ้าท่าแล้ว รวมทั้งตัวคุณลุงธีรพงษ์เองก็เคยไปร้องเรียนเรื่องนี้ด้วย แต่สุดท้ายกลับไม่มีการแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นเลย สุดท้ายแล้ว คุณลุงก็ต้องมาจบชีวิตด้วยเรือคลองแสนแสบ
เรื่องที่น่าเศร้ายิ่งกว่า คือ นายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า และนายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ครอบครัวขนส่ง จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนด้วยคำพูดที่โยนความผิดไปให้ตัวคุณลุง โยนความผิดให้ผู้เสียชีวิต โยนความผิดให้คนตายที่พูดไม่ได้
ช่วยกันลงชื่อกันเถอะค่ะ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่สังคม เพื่อคุณลุงจะได้ไม่ตายอย่างไร้ค่า เพื่อให้เกิดการปฏิวัติเรือคลองแสนแสบ เพื่อผู้คนจำนวนมากที่ต้องใช้เรือทุกวัน เพื่อความปลอดภัยของลูกหลาน และทำให้คุณลุงกลายเป็นศพสุดท้ายอย่างแท้จริง"
โดยในช่วงบ่ายวันนี้มีผู้ลงชื่อสนับสนุน5,000กว่าคน โดยเว็บไซต์ต้องการผู้สนับสนุน7,000คนในการรรณรงค์ครั้งนี้
โดยวันนี้เว็บไซต์นี้ได้ตั้งกระทู้เรื่อง "ปฏิวัติเรือด่วนแสนแสบ! เพื่อความปลอดภัยของตัวเราและคนไทยทุกคน (ขอผู้สนับสนุน 30,000 คน) " ร้องเรียนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเเละฝ่ายที่เกี่ยวข้องอีก7คน ใจความว่า
"เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 พ.ย. คุณลุงธีระพงษ์ ศิลาฤกษ์ อายุ 50 ปี ได้จมน้ำเสียชีวิตในคลองแสนแสบขณะก้าวขึ้นเรือบริเวณท่าเรือนานาชาติ ท้ายซอยสุขุมวิท 15 ซึ่งถือว่า คุณลุงเป็นศพที่ 4 นับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติไว้
"เรือด่วนแสนแสบ" เป็นการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว เป็นทางเลือกที่กำหนดระยะเวลาในการเดินทางได้ง่ายกว่าการใช้รถยนต์ที่เอาแน่เอานอนกับสภาพการจราจรในแต่ละวันไม่ได้ แม้ว่าเรือด่วนแสนแสบนั้นจะมีการบริการที่คุณภาพแย่มาก ชีวิตต้องมาอยู่บนความเสี่ยง ทั้งจำนวนผู้คนที่อัดแน่นเกิน ท่าเรือไม่แข็งแรง เสื้อชูชีพไม่เพียงพอ ยังไม่นับมลพิษทั้งเสียง กลิ่นควัน และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
แต่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องจำใจใช้บริการ เพราะไม่มีทางเลือกอื่นที่รวดเร็วกว่านี้อีกแล้ว หนำซ้ำต้องทนกับการให้บริการของพนักงานบนเรือทั้งคนขับและกระเป๋าที่หยาบคายมาก ผู้โดยสารมักถูกพนักงานบนเรือตะคอกอยู่เป็นประจำ
อีกหนึ่งความจริงที่น่าเศร้า คือ เรือคลองแสนแสบเป็นเรือที่ไม่เคยจอดเทียบท่าอย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือที่มีคนมากหรือท่าเรือที่มีคนน้อย ทันทีที่เรือเทียบท่า พนักงานจะสั่งให้ผู้โดยสารรีบๆ ขึ้น-ลงเรือ และยังไม่ทันที่ผู้โดยสารจะขึ้น-ลงเสร็จเรียบร้อย คนขับก็จะรีบขับเรือออกจากท่าไปด้วยความเร็ว ทำให้ผู้โดยสารต้องประสบอุบัติเป็นจำนวนมาก ทั้งขาพลิก หกล้ม หรือหัวโขกกับเสา ยิ่งท่าเรือที่มีคนขึ้น-ลงน้อยอย่าง ท่าเรือนานาชาติที่คุณลุงเสียชีวิต พนักงานไม่เคยจะนำเชือกขึ้นมาผูกกับเสาท่าเลย(โป๊ะ) คนขับก็ไม่จอดเรือ แต่กลับใช้วิธีการชะลอเรือ และตะโกนให้ผู้โดยสารรีบกระโดดขึ้นไปแทน จากนั้นคนขับก็จะรีบขับเรือออกไปทันที
ในทุกๆวัน ผู้คนจำนวนมากจึงจำเป็นต้องเลือกว่า “จะเสี่ยงชีวิตกระโดดขึ้นไป” หรือ “จะอดขึ้นฝั่ง” เพราะถ้าคุณไม่รีบกระโดดขึ้นฝั่งก็อย่าหวังเลยว่า จะได้ลงจากเรือที่ท่านั้น
มีประชาชนจำนวนมากเคยไปร้องเรียนกับกรมเจ้าท่าแล้ว รวมทั้งตัวคุณลุงธีรพงษ์เองก็เคยไปร้องเรียนเรื่องนี้ด้วย แต่สุดท้ายกลับไม่มีการแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นเลย สุดท้ายแล้ว คุณลุงก็ต้องมาจบชีวิตด้วยเรือคลองแสนแสบ
เรื่องที่น่าเศร้ายิ่งกว่า คือ นายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า และนายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ครอบครัวขนส่ง จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนด้วยคำพูดที่โยนความผิดไปให้ตัวคุณลุง โยนความผิดให้ผู้เสียชีวิต โยนความผิดให้คนตายที่พูดไม่ได้
ช่วยกันลงชื่อกันเถอะค่ะ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่สังคม เพื่อคุณลุงจะได้ไม่ตายอย่างไร้ค่า เพื่อให้เกิดการปฏิวัติเรือคลองแสนแสบ เพื่อผู้คนจำนวนมากที่ต้องใช้เรือทุกวัน เพื่อความปลอดภัยของลูกหลาน และทำให้คุณลุงกลายเป็นศพสุดท้ายอย่างแท้จริง"
โดยในช่วงบ่ายวันนี้มีผู้ลงชื่อสนับสนุน5,000กว่าคน โดยเว็บไซต์ต้องการผู้สนับสนุน7,000คนในการรรณรงค์ครั้งนี้






