thansettakij
thansettakij
โหมแคมเปญจับนักช็อปจีน พารากอน/เซ็นทรัลเสริมบริการ ปลุกยอดร้านค้าพุ่ง

โหมแคมเปญจับนักช็อปจีน พารากอน/เซ็นทรัลเสริมบริการ ปลุกยอดร้านค้าพุ่ง

16 พ.ย. 59 | 07:00 น.
อัดแคมเปญแรง! ดูดกำลังซื้อนักท่องเที่ยวจีน "สยามพิวรรธน์" ชี้เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ ยอดใช้จ่าย 1-1.2 หมื่นบาทต่อคน มั่นใจดันยอดร้านค้าเพิ่ม 10-15% ขณะที่ "เซ็นทรัล" ส่งล่าม รถรับ-ส่ง โปรโมชันเกาะติด เช่นเดียวกับเถ้าแก่น้อย ที่แตกไลน์สินค้าใหม่รองรับ

นางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า นักท่องเที่ยวจีน เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่มีความสำคัญสร้างยอดขายให้แก่ร้านค้าแบรนด์ดังอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากตัวเลขในครึ่งปีแรกที่พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยกว่า 10.5 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง ทำให้ศูนย์การค้าแต่ละแห่งต่างเร่งจัดแคมเปญขึ้นมารองรับโดยเฉพาะ

ในไตรมาสสุดท้ายนี้บริษัทได้เตรียมโปรโมชัน Tourist Year-End Campaign เพื่อกระตุ้นการจับจ่าย โดยเริ่มจากก้าวแรกที่นักท่องเที่ยวเข้ามาภายในศูนย์ จะต้อนรับด้วยการแจกผลไม้อบแห้งฟรีสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาลงทะเบียนรับบัตร Tourist Discount Card ที่ Tourist Lounge เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย โดยเฉพาะอย่างนักท่องเที่ยวชาวจีน นอกจากนี้ ยังทำการติดตั้ง Tourist Signage เพื่อให้ข้อมูล Tourist Promotion ต่างๆ รวมสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทั้ง 3 ศูนย์เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องการให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว เน้นสื่อ 3 ภาษาคือ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาอาหรับ

"การจัดโปรโมชั่นแต่ละครั้งจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจีน รวมถึงฮ่องกง ไต้หวันเป็นอย่างมาก โดยมียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 1-1.2 หมื่นบาทต่อคน ถือเป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ จากปัจจุบันสัดส่วนลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาช็อปปิ้งในสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจาก จีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย" นางมยุรีกล่าวและว่า

ด้วยแคมเปญโปรโมชันที่เข้าใจง่ายและของรางวัลโดนใจ ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาจับจ่ายได้อย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างยอดขายให้ร้านค้าแบรนด์ดังในทั้งสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ เพิ่มขึ้น 10 – 15% ได้อย่างแน่นอน

สำหรับในช่วงสิ้นปีนี้ คาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเข้ามาท่องเที่ยวและช็อปปิ้งภายในศูนย์เพิ่มขึ้น 5-10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยจากข้อมูลการลงทะเบียนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาช็อปปิ้งทั้ง 3 ศูนย์พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวอิสระ (Foreign Individual Tourism : FIT) ยังคงมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกๆ เดือน

ด้านนางสาวปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักและมีศักยภาพที่เข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าในเมืองไทย โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเอฟไอที ดังนั้นเซ็นทรัลจึงเพิ่มบริการไว้รองรับทั้งล่ามแปลภาษา บริการชัตเติล แวน เซอร์วิสรับ-ส่งระหว่างห้างสรรพสินค้าทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัลเอ็มบาสซี , เซ็นทรัล ชิดลม และเซ็น บริการส่งสินค้าไปยังโรงแรม พร้อมกับมีโปรโมชั่นรองรับตลอดทั้งปี

"ประเทศไทยถือเป็นเดสติเนชันของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่วางแผนที่จะเดินทางมาล่วงหน้าอยู่แล้ว แม้จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นในประเทศก็ยังคงเดินทางมา ซึ่งทางห้างเองไม่ได้ปรับลดโปรโมชั่นแต่อย่างใด และมีแผนจัดแคมเปญ "เซ็นทรัล ซีซั่นออฟกิ๊ฟวิ่ง" ขึ้นในปลายเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาช็อปปิ้งเพิ่มมากขึ้นด้วย"

ขณะที่นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายสาหร่ายปรุงสำเร็จ "เถ้าแก่น้อย" กล่าวว่า เถ้าแก่น้อยถือเป็นสินค้าที่นักท่องเที่ยวจีนให้ความนิยมสูง ทำให้บริษัทต้องปรับยุทธศาสตร์รองรับ โดยเริ่มตั้งแต่การขยายสาขาของเถ้าแก่น้อยแลนด์ ซึ่งเป็นช็อปจำหน่ายของที่ระลึกของผลิตภัณฑ์ในเครือทั้งหมด โดยในปีหน้าบริษัทวางแผนขยายเพิ่ม เป็น10 แห่งจากปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งสิ้น 7 แห่ง ด้วยงบลงทุนประมาณ 20 ล้านบาท

"ภายในร้านจะแบ่งการจำหน่ายสินค้าออกเป็นสินค้าพื้นเมืองของแต่ละภาคในประเทศไทย โดยคัดเลือกสินค้าที่นักท่องเที่ยวจีนให้ความนิยมมาก ซึ่งบริษัทได้สำรวจความต้องการไว้รองรับอยู่แล้ว โดยสาหร่ายเถ้าแก่น้อยถือเป็นสินค้าที่ติด 1 ใน 3 ที่ชาวจีนต้องการซื้อมากที่สุด รองลงมาได้แก่ ผลไม้อบแห้ง และผลิตภัณฑ์กูลิโกะก็ถือว่าติดลำดับท็อปที่นักท่องเที่ยวชาวจีนต้องการเช่นกัน นอกจากนี้ยังจะมีสินค้าโออีเอ็มที่จ้างบริษัทอื่นผลิตให้ด้วย"

นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนโดยเฉพาะ อย่าง "เถ้าแก่น้อย ราเมน" ซึ่งเริ่มวางจำหน่าย 2 รสชาติคือรสต้นตำรับและรสต้มยำกุ้ง เมื่อ 6 เดือนก่อน พบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีโดยเฉพาะเถ้าแก่น้อย ราเมน รสต้มยำกุ้ง ซึ่งแผนงานนับจากนี้จะเดินหน้ารุกตลาดอย่างจริงจังเพื่อขยายฐานและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน

"หลังจากที่เราวางจำหน่ายเถ้าแก่น้อยราเมนถือว่าได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายโดยมียอดขายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จะมีช่วงจังหวะที่ได้รับผลกระทบจากปัญหานักท่องเที่ยวที่หายไปในช่วงที่ผ่านมาบ้างเล็กน้อย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ แต่โดยส่วนตัวมองว่าพื้นฐานการท่องเที่ยวของเมืองไทยค่อนข้างแข็งแรงมั่นใจว่าในระยะยาวอย่างไรปัญหานักท่องเที่ยวชะลอตัวจะต้องกลับมาฟื้นและดีขึ้นอย่างแน่นอน"

อย่างไรก็ตามบริษัทก็มีการจัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบอะโบฟเดอะไลน์ และบีโลวเดอะไลน์อยู่แล้ว โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่จะเน้นการทำตลาดแบบบีโลวเดอะไลน์เพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มมากขึ้นส่วนผลิตภัณฑ์ใหม่ถือ กูลิโกะ เพรทซ์ เถ้าแก่น้อย รสโนริสาหร่าย ซึ่งเป็นลิมิเต็ดเอดิชันที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างเถ้าแก่น้อยและกูลิโกะ ก็จะเป็นหนึ่งในสินค้าที่ถูกนำไปวางจำหน่ายในร้านเถ้าแก่น้อยแลนด์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเลือกซื้อด้วย เพราะทั้งกูลิโกะและเถ้าแก่น้อยต่างเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวจีนที่เลือกซื้อเป็นของฝากกลับประเทศจำนวนมากนั่นเอง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,210 วันที่ 17 - 19 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline