thansettakij
thansettakij
‘สตาร์บัคส์’ แตกโมเดลร้านหรู ทุ่มผุดสาขาเพิ่มพันแห่งทั่วโลก

‘สตาร์บัคส์’ แตกโมเดลร้านหรู ทุ่มผุดสาขาเพิ่มพันแห่งทั่วโลก

19 พ.ย. 59 | 05:00 น.
‘สตาร์บัคส์’ เชนร้านกาแฟยักษ์ใหญ่ ทุ่มงบผุดสาขาโมเดลร้านหรูใหม่ทั่วสหรัฐฯ มั่นใจปีหน้าขยายสาขาทะลุ 1,000 แห่ง พร้อมเปิดบริการสั่งกาแฟล่วงหน้าจากแอพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน โดยเล็งเป้าไปที่เขตเมืองใหญ่อย่างวอชิงตัน ดี.ซี. และเซี่ยงไฮ้ หวังเจาะกลุ่มคอกาแฟพันธุ์แท้

นายฮาวเวิร์ด ชูลท์ซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสตาร์บัคส์ เปิดเผยกับนักวิเคราะห์และนักลงทุนว่า บริษัทได้วางแผนในการใช้ประสบการณ์ที่บริษัทสั่งสมมาและกลยุทธ์อื่นๆ มาบริหารธุรกิจ เพื่อมั่นใจได้ว่าเชนกาแฟจะฉีกแนวออกไปจากรูปแบบร้านค้าปลีกเดิมๆ ขณะที่ยังคงไม่พอใจกับยอดขายต่อสาขาเดิมในไตรมาสที่ 4

ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา สตาร์บัคส์มียอดขายจากร้านค้าในแต่ละไตรมาสเติบโตสูงถึง 5 % เป็นอย่างน้อย แต่ยอดขายในไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณที่ผ่านมานั้นเติบโตเพียง 4 % ขณะที่ความเห็นของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าสตาร์บัคส์จะทำยอดขายเติบโตถึง 5 % อีกครั้ง อย่างไรก็ดี การปลดพนักงานหรือแม้แต่การอิ่มตัวของเชนร้านอาหารฟาสฟู้ดและร้านอาหารที่ผสานแนวคิดระหว่างร้านอาหารกับการขายอาหารจานด่วน (fast-casual restaurant) เป็นสิ่งที่บ่งชี้ถึงการเติบโตที่ลดลงของกลุ่มอุตสาหกรรมร้านอาหารในสหรัฐฯ หลังจากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่

MP23-3210-a ด้วยเหตุนี้ สตาร์บัคส์ จึงได้ผุดร้านรูปแบบใหม่ คือ Starbucks Reserve Roasteryโดยเน้นไปที่การใช้กาแฟระดับซูเปอร์พรีเมียม ที่ยกโรงคั่วเมล็ดกาแฟมาไว้ที่ร้าน เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการดื่มกาแฟคั่วสด ทดลองชิมและซื้อกลับบ้านได้ โดยสาขาแห่งแรกตั้งอยู่ในนครซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา ขณะที่ 12 สาขาที่มีอยู่ในตอนนี้ ได้แก่ เมืองนิวยอร์ก ชิคาโก แอตแลนตา บัลติมอร์ และบอสตัน นอกจากนี้ สตาร์บัคส์ยังเตรียมที่จะขยายให้ได้อีก 1,000 สาขาภายในสิ้นปี 2560 ทั้งในสหรัฐฯ เช่น เมืองชิคาโก ลอสแองเจลีส วอชิงตัน ดี.ซี. และซานฟรานซิสโก รวมถึงต่างประเทศอย่างในเซี่ยงไฮ้ในปี 2560 โตเกียวในปี 2561 และยุโรปในปี 2562 ตามลำดับ ทั้งนี้ การเติบโตเป็นผลมาจากกลยุทธ์ที่ชัดเจนและการปรับตัวหรือสรรหาสิ่งใหม่มานำเสนอให้แก่ผู้บริโภค ที่สำคัญคุณภาพของเมล็ดกาแฟและอาหาร

นายชูลท์ซ ระบุว่า The Roastery ที่จะเปิดแห่งแรกในจีน ที่เซี่ยงไฮ้ ในปี 2560 จะแสดงให้เห็นถึงกระบวนการสกัดกาแฟให้แก่ลูกค้าชาวจีน ในส่วนของบาร์นั้นเป็นแบบ Stand Alone ซึ่งการเปิดร้าน Roastery จะแสดงให้เห็นถึงการเติบโตก้าวสำคัญของสตาร์บัคส์ในประเทศจีน

ขณะเดียวกัน การเปิดบริการสั่งกาแฟล่วงหน้าจากแอพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนปัจจุบันคิดเป็น 6 % ของการทำธุรกรรมทั้งหมด อย่างไรก็ดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ สตาร์บัคส์ ยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของร้านกาแฟสตาร์บัคส์ต่ออนาคตของบริษัท

"ไม่ต้องตั้งข้อสงสัยเลยว่าในอีก 5 ปี ข้างหน้า เราจะได้เห็นร้านค้าปลีกจำนวนมากไม่สามารถรักษาระดับของธุรกิจหลักของตนเองเอาไว้ได้ นั่นเป็นเหตุผลว่าการค้าปลีกกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ แต่สุดท้าย ผมเชื่อว่ามันจะนำพาไปสู่ผลดี ที่เราสร้างให้เกิดได้กับร้าน" นายชูลท์ซ กล่าว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,210 วันที่ 17 - 19 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline