
‘ลาว’ห้ามทำสวนกล้วยแปลงใหญ่
หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทม์ส รายงานว่านายกรัฐมนตรีลาวสั่งห้ามทำสวนกล้วยแปลงใหญ่ หลังจากที่มีรายงานว่า มีการใช้สารเคมีในการปลูกกล้วยทำให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นายกรัฐมนตรีลาวนายทองลุน สีสุลิด ได้กล่าวในการประชุมรัฐสภาของลาวเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่ารัฐบาลได้ออกกฎหมายห้ามการปลูกกล้วยแปลงใหญ่เพื่อการพาณิชย์เพิ่มหลังจากที่ มีรายงานการใช้สารเคมีอันตรายในการปลูกกล้วยทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทำให้ชาวบ้านในชุมชนทางเหนือของประเทศประสบกับปัญหาสุขภาพ
นายทองลุน กล่าวว่ารัฐบาลได้ส่งทีมงานลงพื้นที่ เพี่อตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันทีที่ชาวบ้านร้องเรียนปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ พร้อมกับสั่งปิดสวนและห้ามการเปิดสวนกล้วยแปลงใหม่ทันที โดยเจ้าแขวงส่วนใหญ่ได้รับทราบคำสั่งจากส่วนกลางและปฏิบัติตามนโยบายนี้แล้ว
นายกรัฐมนตรีลาวแจ้งให้สมาชิกรัฐสภาทราบว่า “นักลงทุนทำสวนกล้วยที่มีปัญหา ยอมปิดสวนแต่ขอตัดกล้วยในงวดสุดท้ายก่อนถอนตัว”
นายทองลุน ยังแจ้งให้สมาชิกรัฐสภาให้ช่วยกันสอดส่องในพื้นที่ของตัวเอง หากเจอการทำสวนกล้วยแปลงใหญ่เปิดใหม่ ให้แจ้งรัฐบาลกลางทราบเพื่อดำเนินมาตรการปิดสวนต่อไป เนื่องจากผลกระทบจากการใช้สารเคมี ค่อนข้างรุนแรง อาทิพื้นดินที่ใช้ปลูกกล้วยจะแห้งแข็งหลังการเพาะปลูกและสารเคมีที่หลุดลงไปในแม่น้ำจะทำให้เกิดการปนเปื้อน ชาวบ้านไม่กล้าอาบน้ำและไม่สามารถนำไปบริโภคได้ ส่วนสัตว์เลี้ยงตายจากการดื่มน้ำ
อย่างไรก็ดี เวียงจันทน์ไทม์ส อ้างนายปาน น้อยมานี สมาชิกรัฐสภาจาก แขวงอุดมไชย ว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอาจนำนโยบายปิดสวนกล้วยไปปฏิบัติได้ยากเนื่องจากสวนหลายแห่งเป็นระบบเกษตรพันธะสัญญาระหว่างนักลงทุนกับชาวสวน ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องปฏิบัติตามค่อนข้างมาก ถ้าสั่งห้ามทันทีนักลงทุนอาจถือโอกาสไม่จ่ายค่าเช่าที่ดิน
นายปาน กล่าวว่าปัญหาอีกเรื่องหนึ่งหาก นักลงทุนถอนตัวไปทันทีภาระจะตกหนักกับชาวบ้านทั้งเรื่องการถอนรากกล้วยในแปลงใหญ่ซึ่งถ้าให้ชาวบ้านทำจะใช้เวลานาน “นอกจากนี้ชาวบ้านยังจะต้องรับภาระการฟื้นฟูดินให้กลับมาเพาะปลูกได้อีกครั้งหนึ่ง”
นายปาน กล่าวว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง จะต้องลงรายละเอียดเพื่อทำให้มีการแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี มีการปิดส่วนอย่างรับผิดชอบ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,210 วันที่ 17 - 19 พฤศจิกายน 2559
นายกรัฐมนตรีลาวนายทองลุน สีสุลิด ได้กล่าวในการประชุมรัฐสภาของลาวเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่ารัฐบาลได้ออกกฎหมายห้ามการปลูกกล้วยแปลงใหญ่เพื่อการพาณิชย์เพิ่มหลังจากที่ มีรายงานการใช้สารเคมีอันตรายในการปลูกกล้วยทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทำให้ชาวบ้านในชุมชนทางเหนือของประเทศประสบกับปัญหาสุขภาพ
นายทองลุน กล่าวว่ารัฐบาลได้ส่งทีมงานลงพื้นที่ เพี่อตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันทีที่ชาวบ้านร้องเรียนปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ พร้อมกับสั่งปิดสวนและห้ามการเปิดสวนกล้วยแปลงใหม่ทันที โดยเจ้าแขวงส่วนใหญ่ได้รับทราบคำสั่งจากส่วนกลางและปฏิบัติตามนโยบายนี้แล้ว
นายกรัฐมนตรีลาวแจ้งให้สมาชิกรัฐสภาทราบว่า “นักลงทุนทำสวนกล้วยที่มีปัญหา ยอมปิดสวนแต่ขอตัดกล้วยในงวดสุดท้ายก่อนถอนตัว”
นายทองลุน ยังแจ้งให้สมาชิกรัฐสภาให้ช่วยกันสอดส่องในพื้นที่ของตัวเอง หากเจอการทำสวนกล้วยแปลงใหญ่เปิดใหม่ ให้แจ้งรัฐบาลกลางทราบเพื่อดำเนินมาตรการปิดสวนต่อไป เนื่องจากผลกระทบจากการใช้สารเคมี ค่อนข้างรุนแรง อาทิพื้นดินที่ใช้ปลูกกล้วยจะแห้งแข็งหลังการเพาะปลูกและสารเคมีที่หลุดลงไปในแม่น้ำจะทำให้เกิดการปนเปื้อน ชาวบ้านไม่กล้าอาบน้ำและไม่สามารถนำไปบริโภคได้ ส่วนสัตว์เลี้ยงตายจากการดื่มน้ำ
อย่างไรก็ดี เวียงจันทน์ไทม์ส อ้างนายปาน น้อยมานี สมาชิกรัฐสภาจาก แขวงอุดมไชย ว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอาจนำนโยบายปิดสวนกล้วยไปปฏิบัติได้ยากเนื่องจากสวนหลายแห่งเป็นระบบเกษตรพันธะสัญญาระหว่างนักลงทุนกับชาวสวน ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องปฏิบัติตามค่อนข้างมาก ถ้าสั่งห้ามทันทีนักลงทุนอาจถือโอกาสไม่จ่ายค่าเช่าที่ดิน
นายปาน กล่าวว่าปัญหาอีกเรื่องหนึ่งหาก นักลงทุนถอนตัวไปทันทีภาระจะตกหนักกับชาวบ้านทั้งเรื่องการถอนรากกล้วยในแปลงใหญ่ซึ่งถ้าให้ชาวบ้านทำจะใช้เวลานาน “นอกจากนี้ชาวบ้านยังจะต้องรับภาระการฟื้นฟูดินให้กลับมาเพาะปลูกได้อีกครั้งหนึ่ง”
นายปาน กล่าวว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง จะต้องลงรายละเอียดเพื่อทำให้มีการแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี มีการปิดส่วนอย่างรับผิดชอบ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,210 วันที่ 17 - 19 พฤศจิกายน 2559






