เดอะวินเนอร์ฯอัดยอดโค้งท้าย จัดเต็มโปรโมชัน-บุกเมียนมา

16 พ.ย. 2559 เวลา 5:00 น. 3
เดอะวินเนอร์ รับไฮซีซั่นเปิดแผนรุกตลาดดันรายได้โค้งท้ายโต 10% ทั้งอัดแคมเปญโปรโมชั่น ลดราคาแถมฟรี ผ่าน 500 ดีลเลอร์ หลังภาพรวม 9 เดือนแรกยอดขายพลาดเป้า พร้อมสยายปีกบุกเมียนมาร์รับเทรนด์ตลาดโตปีหน้า

นางสาวประภัสสร คุ้มสุวรรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที่นอนเดอะวินเนอร์ 2003 จำกัด และบริษัท ออเรนจ์แมทเทรส จำกัด ผู้ผลิตเครื่องนอนและชุดที่นอนภายใต้แบรนด์วีวินเนอร์, สลีพพิลและสลีพเปอร์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าในช่วงไตรมาส 4 ถือเป็นช่วงไฮด์ซีซั่นของสินค้าในกลุ่มเครื่องนอน บริษัทจึงมีแผนในการจัดแคมเปญโปรโมชั่นผ่านตัวแทนจำหน่ายทั้ง 500 รายทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่จะมีการลดระดับความสนุกสนานครึกครื้นของแคมเปญลงไป เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชันแถมฟรี ลดราคา หรือการสะสมคะแนนเพื่อแลกสินค้า เป็นต้น

“เดิมช่วงไตรมาส 4 เรามีการจัดแคมเปญสำหรับดีลเลอร์ที่มีแพ็คเกจต่างๆไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยวต่างประเทศ กิจกรรมร่วมสนุก เพื่อเป็นการกระตุ้นการขายของตัวแทนจำหน่ายท้ายปี ที่ผู้คนนิยมซื้อชุดเครื่องนอนใหม่ แต่ปีนี้ทุกคนต่างอยู่ในช่วงของความเศร้าเสียใจบริษัทจึงได้ปรับกลยุทธ์ มาเป็นลดราคาและแถมฟรี”

นางสาวประภัสสร กล่าวอีกว่า สำหรับแผนงานในปีหน้าจะยังให้ความสำคัญกับรูปแบบการขายที่เน้นการทำตลาดผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) เป็นหลัก หลังจากที่การทำตลาดในช่วงแรกมีความพยายามจำหน่ายในช่องทางห้างสรรพสินค้าโมเดิร์นเทรดทั่วไป แต่พบว่ามีข้อจำกัดเรื่องการขนส่งสำหรับที่นอนขนาดใหญ่ ซึ่งบางส่วนอาจจะล่าช้า จึงหันมาให้ความสำคัญกับการขยายตลาดผ่านช่องทางจำหน่ายดีลเลอร์เกือบ 100% เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ความต้องการและมีความสะดวกรวดเร็วมากกว่า

“พฤติกรรมการเลือกซื้อชุดเครื่องนอนและที่นอนของกลุ่มเป้าหมายชาวไทยในปัจจุบัน นิยมซื้อที่นอนในแบบสปริงมากกว่าเนื่องจากเป็นราคาที่ผู้บริโภคในตลาดระดับกลางสามารถเลือกซื้อได้ โดยมีราคาตั้งแต่ 3 หมื่นบาทขึ้นไป ขณะที่ที่นอนเพื่อสุขภาพอย่างที่นอนยางพาราที่มีระดับราคาแพงกว่าราว 20% หรือมีราคาตั้งแต่ 7 หมื่นบาทขึ้นไปนั้นยังถือว่าเป้นกลุ่มสินค้าที่อยู่ในระดับพรีเมี่ยม ซึ่งบริษัทมีแนวทางการทำตลาดเพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายในแต่เซกเมนต์อยู่แล้ว”

นอกจากนี้ในส่วนของตลาดต่างประเทศหลังจากที่ได้เข้าไปขยายตลาดในประเทศลาวและกัมพูชาแล้ว โดยแผนงานในปีหน้าได้เตรียมขยายการทำตลาดในทั้ง 2 ประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังไม่สามารถระบุแผนงานที่แน่ชัดได้ เนื่องจากต้องมีการประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในของแต่ละประเทศเสียก่อนพร้อมกันนี้ยังมีแผนในการรุกเข้าไปทำตลาดในประเทศเมียนมา เพิ่มเติม เบื้องต้นอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบตลาดและพันธมิตร โดยดาดการณ์ว่าจะเริ่มเข้าไปทำตลาดได้ภายในปีหน้า ปัจจุบันบริษัทมียอดขายจากลาวและกัมพูชา 5% จากสัดส่วนยอดขายทั้งหมด

อย่างไรก็ตามสำหรับภาพรวมยอดขายในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมายอมรับว่าพลาดเป้าบ้างเล็กน้อย แต่ยังสามารถรักษาระดับการเติบโตได้ทรงตัวจากปีทีผ่านมา โดยประเมินว่าในช่วงไตรมาส 4 นี้ภาพรวมตลาดจะกลับมาเติบโตได้ที่ 10% และในส่วนของบริษัทวางเป้าหมายการเติบโตไตรมาส 4 นี้ไว้ 10% เทียบเท่าอัตราการเติบโตของตลาด ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายโดยรวมสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย 10% ที่กำหนดไว้ โดยแบ่งเป็นรายได้ที่มาจาก 3 แบรนด์ได้แก่ แบรดน์วีวินเนอร์ 50% ถือเป็นแบรนด์ที่ใช้ในการรุกตลาดกลาง-ล่าง ,แบรนด์สลีพพิล 35% ใช้ในการรุกตลาดระดับบน และแบรนด์สลีพเปอร์ (เอ็กซ์คูลซีพแบรนด์วางจำหน่ายเฉพาะในโกลบอลเฮ้าท์) 15% นางสางประภัสสร กล่าวในที่สุด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,209 วันที่ 13 - 16 พฤศจิกายน 2559