สอบทุจริตรถไฟฟ้าสีม่วง ป.ป.ช.กังขารฟม.จ่ายเงินล่วงหน้า15%ให้ BEM

10 พ.ย. 2559 เวลา 8:00 น.
รฟม.หนาว ป.ป.ช. ส่งหนังสือบี้ถามหาความโปร่งใสยกสัญญาสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงให้ BEM จี้แจงข้อมูลจ่ายหนี้เงินกู้แทนบริษัท พร้อมให้เบิกค่าจ้างล่วงหน้า15% “ยงสิทธิ์” อดีตผู้ว่าการ รฟม.ยันเรื่องปกติ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) โดยนายสาโรจน์ พึงรำพรรณผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช.ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐาน เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการป.ป.ช.ที่ได้รับเรื่องกล่าวหาพนักงาน รฟม. ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ กรณีทำสัญญาให้สัมปทานรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ระยะที่ 1 ออกแบบและก่อสร้างจัดซื้อขบวนรถ และอุปกรณ์เดินรถระยะที่ 2 การให้บริการเดินรถไฟฟ้า) แก่บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือBEM เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2556 และจ่ายเงินล่วงหน้าโดยมิชอบ

ป.ป.ช.ระบุว่า สำนักงานป.ป.ช. มีความจำเป็นต้องทราบข้อเท็จจริงและขอเอกสารหลักฐาน ประกอบการพิจารณา ดังนี้1. ขอทราบว่ารฟม. ได้ทำสัญญาให้สัมปทานรถไฟฟ้าสายสีม่วง แก่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดย รฟม. รับผิดชอบชำระหนี้เงินกู้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย กรณีการจัดหาขบวนรถ อุปกรณ์และระบบเดินรถ นั้นมีข้อเท็จจริงเป็นประการใด และรฟม. ดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือระเบียบ ข้อบังคับ หรือสัญญาใด
2.ขอทราบว่า ในการทำสัญญาให้สัมปทานรถไฟฟ้าสายสีม่วงดังกล่าว รฟม.ได้ให้ บริษัท BEM เบิกเงินค่าจ้างล่วงหน้า 15% ของค่าอุปกรณ์ระบบงาน หรือไม่ ข้อเท็จจริงเป็นประการใด

นอกจากนี้ ปปช. ยังตั้งคำถามว่ารฟม. ดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือสัญญาใด 3.ขอทราบชื่อและตำแหน่งของบุคคลที่เกี่ยวข้องในการทำสัญญาดังกล่าว และ4.ขอเอกสารหลักฐานแสดงถึงความเป็นรัฐวิสาหกิจของ รฟม.

ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยขอให้รฟม.ชี้แจงข้อเท็จจริงและจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องซึ่งรับรองสำเนาถูกต้องทุกแผ่นให้สำนักงานป.ป.ช. ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือ

 ผู้ว่าการรฟม.เร่งรวบรวมข้อมูล

นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากูล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ต่อกรณีนี้ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงไปยังคณะกรรมการป.ป.ช.ตามที่ได้สอบถามมาแต่ไม่สามารถที่จะเปิดเผยรายละเอียดต่อสื่อมวลชนในขณะนี้ได้

“รฟม.พร้อมให้ข้อมูลแก่ป.ป.ช.ตามที่แจ้งไว้ในหนังสือส่งมายังรฟม. โดยในหนังสือระบุว่าเกิดในวันที่ 4 กันยายน 2556 แต่จากที่อ่านรายละเอียดในหนังสือของป.ป.ช.แล้วจะพบว่าข้อทราบข้อมูลรายละเอียดและยังไม่ได้ชี้ว่าถูกหรือผิดแต่อย่างใด ดังนั้นป.ป.ช.จึงต้องรวบรวมหลักฐานต่างๆเพื่อนำไปพิจารณาว่าคดีนี้มีมูลหรือไม่ จึงต้องทำหนังสือมายังรฟม.ซึ่งรฟม.จะเร่งตอบกลับไปยังป.ป.ช.โดยเร็วต่อไป”

 ซัดเหตุเกิดสมัยผู้ว่าฯยงสิทธิ์

นายรณชิต แย้มสะอาด อดีตรองผู้ว่ารฟม.กล่าวว่า ช่วงนั้นได้ทำหน้าที่คณะกรรมการมาตรา 13 ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยอยู่ในช่วงที่นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรฟม. แต่จำไม่ได้ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้หรือไม่และขอตรวจสอบในรายละเอียดนี้อีกครั้งเนื่องจากผ่านพ้นมาเป็นระยะเวลานานแล้ว ทั้งนี้เข้าใจว่าสัญญาทั้งหมดผ่านการพิจารณาของครม.แล้วพร้อมอนุมัติให้ลงนามว่าจ้างกับผู้รับจ้างต่อไป

 ”ยงสิทธ์”ยันทำถูกขั้นตอน

ด้านนายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล อดีตผู้ว่าการรฟม. กล่าวว่าสัญญาต่างๆจะต้องผ่านการตรวจสอบของอัยการสูงสุด อีกทั้งยังต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 13 ซึ่งหากผ่านการพิจารณาก็จะต้องส่งเรื่องให้รฟม.เสนอคณะกรรมการรฟม.รับทราบเท่านั้นก่อนที่รฟม.จะต้องส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาต่อไป

“เข้าใจว่าป.ป.ช.ยังไม่ตัดสินว่าโดยมิชอบคืออะไร เนื่องจากจะต้องรวบรวมเอกสารข้อเท็จจริงๆต่างก่อนพิจารณาชี้ชัด ยอมรับว่าช่วงนั้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรฟม.และมีหน้าที่เซ็นหนังสือก่อนนำเสนอบอร์ดรฟม.และกระทรวงคมนาคม เสนอครม.ต่อไป ประการสำคัญยังมีเอกสารประกวดราคากำหนดไว้ชัดเจนอย่างไร และผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการมาตรา 13 เรียบร้อยแล้วจึงจะสามารถเปิดประมูลได้ ดังนั้นจึงยืนยันว่าเป็นการดำเนินการที่ปฏิบัติตามขั้นตอนและผ่านการพิจารณาของหน่วยงานและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องครบถ้วนแล้ว ส่วนการจ่ายเงินล่วงหน้าเข้าใจว่าระบุเอาไว้ในเงื่อนไขทีโออาร์ด้วยและเป็นการปฏิบัติตามปกติดังเช่นที่ปฏิบัติในสัญญาการก่อสร้างทั่วไปอยู่แล้วของการเบิกจ่าย 15% เมื่อเซ็นสัญญาว่าจ้าง ขณะเดียวกับเอกชนคู่สัญญายังจะต้องวางเงินประกันหรือแบงค์การันตีเอาไว้ด้วยจึงถือว่ากรณีดังกล่าวเป็นการปฏิบัติตามปกติที่ได้ปฏิบัติกันทั่วไป” อดีตผู้ว่า รฟม. กล่าว

บริษัท BMCLหรือบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน)ต่อมาได้ควบรวมกับบริษัท BECL หรือบริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) เป็นบริษัท BEM หรือบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ราคาซื้อ-ขายปิดตลาดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน อยู่ที่ 7.80 บาท

  T1532082 ผ่าสัญญา 1 สายสีม่วง 1.4 หมื่นล้าน

สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วง หรือสายฉลองรัชธรรม ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีระยะทางประมาณ 23 กม.เป็นทางยกระดับทั้งหมด มีทั้งหมด 16 สถานี งบลงทุนประมาณ 62,902.96 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 9,209 ล้านบาท ค่าก่อสร้างงานโยธา 37,893.37 ล้านบาท และค่างานระบบรถไฟฟ้า 15,800.59 ล้านบาท

โดยสัญญาการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ มีดังนี้ สัญญาที่ 1 โครงสร้างทางยกระดับตะวันออกจาก เตาปูน-สะพานพระนั่งเกล้า ระยะทาง 12 กม. มีสถานีรถไฟฟ้ารวม 8 สถานี เริ่มจากสถานีเตาปูนถึงสถานีพระนั่งเกล้า ค่าก่อสร้าง 14,842 ล้านบาท โดยกลุ่ม CKTC Joint Venture ประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และบริษัท โตคิว คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคาสัญญาที่ 1

สัญญาที่ 2 โครงสร้างยกระดับส่วนตะวันตก ระยะทาง 11 กม.จากสะพานพระนั่งเกล้า-คลองบางไผ่ มีสถานีรถไฟฟ้ารวม 8 สถานี เริ่มจากสถานีสะพานพระนั่งเกล้าถึงสถานีคอลงบางไผ่ ค่าก่อสร้าง 15,314 ล้านบาท โดยบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์ คอนสตรัคชั่นฯ เป็นผู้ชนะการประกวดราคา และสัญญาที่ 3 ศูนย์ซ่อมบำรุงและอาคารจอดรถ ซึ่งประกอบด้วยงานก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงที่บางใหญ่ และอาคารจอดรถแล้ว จำนวน 4 แห่ง บริษัท PAR Joint Venture เป็นผู้ชนะการประกวดราคา

เดือนกันยายน ปี 2556 ที่มีการทำสัญญาและทางป.ป.ช.ขอข้อมูลนั้น อยู่ในช่วงรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีนายพ้อง ชีวานันท์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขณะที่นางสาวรัชนี ตรีพิพัฒน์กุล เป็นประธานบอร์ดรฟม.

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,208 วันที่ 10 - 12 พฤศจิกายน 2559