thansettakij
thansettakij
ศรีไทยเน็ทเวิร์คบุกตลาดขายตรงเมียนมา ขนสินค้า‘เกษตร-เสริมอาหาร’ดันรายได้พุ่ง

ศรีไทยเน็ทเวิร์คบุกตลาดขายตรงเมียนมา ขนสินค้า‘เกษตร-เสริมอาหาร’ดันรายได้พุ่ง

11 พ.ย. 59 | 09:00 น.
ศรีไทยเน็ทเวิร์ค รุกหนักตลาดเมียนมา หลังได้ทีมนักธุรกิจขายตรงช่วยขยายตลาด พร้อมนำทัพสินค้าการเกษตรและเสริมอาหารตีตลาด เล็งเดินหน้าขยายต่อตลาดกัมพูชา ขนสินค้าเข้าทำตลาดเพิ่ม4 รายการ ชี้ราคาข้าวตกต่ำไม่กระทบยอดขายในไทย หลังกระจายสินค้าเจาะพืชชนิดอื่นทดแทน

นายเศรษฐพงศ์ เหมินทคุณ รองประธานกรรมการผู้จัดการด้านธุรกิจเครือข่าย ศรีไทย เน็ทเวิร์ค บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงแผนการดำเนินธุรกิจว่า ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ได้ขยายตลาดในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศเมียนมา เนื่องจากได้มีกลุ่มนักธุรกิจเครือข่ายจำนวนหนึ่งได้เข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัท ทำให้ธุรกิจมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น ทั้งด้านยอดขายที่เติบโต 25% จากช่วงก่อนหน้าเติบโตในอัตรา 5-10% ส่วนจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 4,000 คน จากปีที่ผ่านมามีสมาชิก 2,500 คน

“บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจในเมียนมาช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาแล้ว แต่ธุรกิจไม่ได้เติบโตมากนัก เพราะชาวเมียนมายังไม่เข้าใจในธุรกิจเครือข่ายเท่าไรนัก ทำให้ไม่มีคนที่มีประสบการณ์เข้ามาทำธุรกิจ แต่ปัจจุบันมีบริษัทเครือข่ายจำนวนมากเข้าไปเปิดธุรกิจ จึงทำให้คนเมียนมารู้จักและเข้าใจธุรกิจเครือข่ายมากขึ้น ช่วง 1-2 ปีนี้ธุรกิจเครือข่ายในเมียนมาจึงขยายตัวอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศเข้าไปทำธุรกิจกว่า 15 บริษัท บางแห่งเข้าไปเปิดในเมียนมาโดยไม่เข้ามาเปิดในประเทศไทยก็มี เช่น บริษัทเครือข่ายจากจีนและสิงคโปร์”

สำหรับแผนการขยายธุรกิจในเมียนมา บริษัทได้วางแผนให้สมาชิกเปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าการเกษตร “เอส-แมททริกซ์ เซ็นเตอร์” (S-Matrix Center) เพิ่มขึ้นอีก 15 แห่ง จากปัจจุบันมี 20 แห่ง ซึ่งจะช่วยทำให้สามารถกระจายสินค้าไปถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น ขณะเดียวกันจะเน้นการจัดกิจกรรมฝึกอบรม การให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าและการดำเนินธุรกิจเพิ่มมากขึ้น โดยกระจายไปยังเมืองต่างๆ ของประเทศเมียนมา ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าจำหน่ายในเมียนมา 21 รายการ แบ่งเป็นสินค้าการเกษตร 6 รายการ และสินค้าเสริมอาหาร 15 รายการ

นายเศรษฐพงศ์ กล่าวอีกว่า สินค้าด้านการเกษตรเอส-แมททริกซ์ถือว่าทำตลาดได้ดีในเมียนมา เนื่องจากส่วนใหญ่ยังทำการเกษตรประเภทต่างๆ ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาผลผลิตเหมือนกับประเทศไทย ทำให้นักธุรกิจสามารถขยายงานได้ง่าย ปัจจุบันสมาชิกที่มีรายได้สูงสุดของศรีไทย เน็ทเวิร์คมีรายได้ 1.5 แสนบาทต่อเดือน มีจำนวน 1 คน และมีรายได้ระดับกว่า 1 แสนบาทอีก 3-4 คน โดยคาดว่าจำนวนสมาชิกในเมียนมาจะเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 คนภายในสิ้นปีนี้

หลังจากรุกตลาดในเมียนมาแล้ว ศรีไทย เน็ทเวิร์คยังได้วางแผนรุกตลาดในประเทศกัมพูชาต่อ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ ด้วยการนำสินค้าเสริมอาหารฟู้ด แมททริกซ์ เข้าไปทำตลาดเพิ่มอีก 4 รายการ จากก่อนหน้าทำตลาดแล้ว 5 รายการ และมีสินค้าการเกษตรทำตลาดแล้ว 6 รายการ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวกัมพูชา บริษัทจึงอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะจัดตั้งสำนักงานสาขาหรือไม่ เนื่องจากปัจจุบันมีสมาชิกได้เป็นศูนย์เอส-แมททริกซ์ เซ็นเตอร์แล้ว 1 แห่ง ซึ่งที่มีศักยภาพในด้านการทำตลาดและการกระจายสินค้าได้เป็นอย่างดี

ส่วนในสปป.ลาว ปัจจุบันมีขนาดตลาดยังเล็กเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างไร แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะเปิดศูนย์เอส-แมททริกซ์ เซ็นเตอร์ ภายในปีนี้เนื่องจากมีผู้สนใจที่จะสั่งซื้อสินค้าเข้าไปจำหน่ายในสปป.ลาว ปัจจุบันในสปป.ลาวมีสมาชิกอยู่ 1,500 คน ส่วนใหญ่จะเข้ามาสั่งซื้อสินค้าผ่านสาขาจังหวัดอุดรธานี ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายในประเทศคิดเป็น 80% และอีก 20% เป็นตลาดต่างประเทศ ซึ่งทำตลาดใน 4 ประเทศหลัก ได้แก่ มาเลเซียมีสัดส่วนยอดขาย 30% ของยอดขายจากต่างประเทศเมียนมา มีสัดส่วน 40% กัมพูชา มียอดขาย15% และสปป.ลาว มียอดขาย 15%

นายเศรษฐพงศ์ กล่างเพิ่มเติมอีกว่า ส่วนปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำในปัจจุบัน ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตรของบริษัทแต่อย่างใด เนื่องจากได้มีการกระจายกลุ่มลูกค้าไปยังเกษตรกรปลูกพืชชนิดอื่น เช่น สวนผลไม้ สวนไม้ดอก ซึ่งราคาสินค้าการเกษตรอื่นๆ นอกจากข้าว ยังมีราคาที่ดี ส่งผลให้ไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายในประเทศคิดเป็น 80% อีก 20% เป็นตลาดต่างประเทศ ที่ปัจจุบันทำตลาดใน 4 ประเทศหลัก ได้แก่ มาเลเซีย เมียนมา กัมพูชา และสปป.ลาว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,208 วันที่ 10 - 12 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline