thansettakij
thansettakij
‘สมคิด’จี้คลังเคลียร์ภาษีเชฟรอน เร่งอันดับทำธุรกิจง่ายขึ้น 10 กลุ่ม

‘สมคิด’จี้คลังเคลียร์ภาษีเชฟรอน เร่งอันดับทำธุรกิจง่ายขึ้น 10 กลุ่ม

08 พ.ย. 59 | 09:00 น.
“สมคิด สั่งเร่งติดตามผล Doing Business รายเดือน โดยเฉพาะ 10กลุ่ม พร้อมฝากการบ้านสคร.เร่งปรับแก้และเสนอแผนถึงมือนายกรัฐมนตรีพิจารณาภายในเดือนพฤษภาคมปีหน้า มั่นใจอนาคตวางพิมพ์เขียวรองรับเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ / จี้ “ขุนคลัง”เคลียร์ปม -ตอบคำถามสังคม กรณีคืนภาษีเชฟรอน 3 พันล้าน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการ Doing Business โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยระบุว่า ที่ประชุมได้สรุปถึงผลการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจโดยธนาคารโลก ( Doing Business 2017 ) จาก 190 ประเทศพบว่า กรณีไทยได้ขยับอันดับขึ้นจากที่ 49 ขึ้นมาเป็นอันดับ 46 อย่างไรก็ดี ในแง่การอำนวยความสะดวกของหน่วยงานรัฐหลายด้านของไทย ได้ถูกแก้ไขปัญหาไปมากแล้ว คงเหลือเพียงการสื่อสารข้อมูลกับธนาคารโลกและแก้ปัญหาเพียงเล็กน้อยจะช่วยให้อันดับดีขึ้น โดยเฉพาะ 10 กลุ่มที่คะแนนของไทยใกล้เคียงประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกับกันไทย อาทิ การจดทะเบียนทรัพย์สิน การแก้ปัญหาล้มละลาย การคุ้มครองผู้ลงทุน การขอรับสินเชื่อ การชำระภาษี การอนุญาตก่อสร้าง การเริ่มต้นธุรกิจ การค้าระหว่างประเทศ การขอใช้ไฟฟ้า การบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง ดังนั้นหากเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ชัดเจน ก็มีโอกาสสูงที่ไทยจะสามารถขยับขึ้นจาก อันดับ46 เป็น 30 ได้ในปี 2560

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นได้กำหนดว่า แต่ละเดือนจะต้องมีการประชุมเพื่อติดตามพร้อมประเมินความคืบหน้าทุกเดือน โดยรัฐบาลจะมีการจ้าง world bank ให้เข้ามาช่วยตรวจทานหรือดูแลทั้งระบบ ซึ่งมั่นใจว่าภาพรวมน่าจะทำให้การประเมินด้านความยากง่ายในการทำธุรกิจในไทยได้ดีขึ้น และมีผลต่อความเชื่อมั่นของการลงทุนต่างประเทศ และในอีก 10 ปีข้างหน้า มั่นใจว่าเม็ดเงินจากทั่วโลกจะไหลเข้ามาในเอเชีย และอาเซียนที่จะเป็นตัวเลือกที่ทั่วโลกสนใจ ดังนั้นหากประเทศไทยสามารถปรับปรุงขั้นตอนต่างๆ ให้ง่ายต่อการประกอบธุรกิจแล้ว ภายในระยะเวลาอันใกล้ก็น่าที่จะดึงดูดเม็ดเงินจากการลงทุนจากต่างประเทศ เพราะถือเป็นการวางรากฐานให้ต่างประเทศทำธุรกิจในไทยได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

“ผมได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) โดยให้เร่งเสนอแผนการลงทุนของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ ให้แล้วเสร็จ พร้อมรายงานความคืบหน้าให้รับทราบภายในเดือน มกราคมปีหน้า (ตามกรอบการทำงานนั้นต้องเสนอท่านนายกรัฐมนตรีพิจารณาภายในเดือนพฤษภาคมปีหน้า)เพื่อจะได้พิจารณาปรับปรุงแก้ไขแผนการลงทุนของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ไม่ว่าประเด็นปัญหาอุปสรรค หรือข้อจำกัดต่างๆให้ชัดเจนในปี 2560 เพื่อให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการลงทุนที่แท้จริง”

ต่อข้อถามกรณีข้อพิพาทบริษัทเชฟรอน(ไทย)ที่ได้ขอคืนภาษีสรรพสามิตนั้น นายสมคิดกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องได้ข้อสรุป โดยกระทรวงการคลังเองที่เป็นหน่วยงานดูแลกำกับ ทั้งกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร จะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ทุกอย่างต้องทำไปตามขั้นตอน ข้อเท็จจริงจะต้องออกมาแนวทางเดียวกกันโดยจะแตกออกเป็น 2 ทางไม่ได้ ที่สำคัญขณะนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็ได้รับทราบเรื่องนี้แล้ว ส่วนตัวจึงมองว่าไม่ใช่เรี่องที่น่าเป็นห่วง คาดว่าเร็วๆนี้คงต้องรอผลตีความจากคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าจะตีความออกมาในรูปแบบไหน อย่างไร หลังจากนั้นจึงจะให้คำตอบได้มากกว่านี้

อนึ่งกรณีดังกล่าว แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ได้หารือกับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถึงข้อพิพาทกรณีบริษัท เชฟรอน (ไทย) ที่ได้ขอคืนภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มน้ำมันสำเร็จรูป ที่ส่งไปใช้ยังแท่นขุดเจาะของบริษัทเชฟรอนในพื้นที่ไหล่ทวีป ได้ถูกสำนักกฎหมายกรมศุลกากรตีความว่าเป็นพื้นที่นอกเขต 12 ไมล์ทะเล กรณีดังกล่าวจึงถือเป็นการส่งน้ำมันออกนอกราชอาณาจักร ทำให้บริษัท เชฟรอน สามารถมาขอคืนภาษี รวมมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,207 วันที่ 6 - 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline