ฉีดยาแรงล่อเด็กไทยเรียนนอก 'ฟิลิปปินส์' จัดหนัก 10ฟรี 1 หวังเฉือนคม'นิวซีแลนด์'

06 พ.ย. 2559 เวลา 7:25 น. 1
เปิดศึกชิงเด็กไทยเรียนนอก จับตา “ฟิลิปปินส์”ฉีดยาแรงล่อทั้งเรียนตัวต่อตัว /การันตีเก่งได้ใน 3เดือน/ 10 ฟรี 1 หวังตอดแชร์ “นิวซีแลนด์” ประเทศในฝัน ซึ่งรัฐบาลไฟเขียวหนุนเต็มสูบดึงเด็กต่างชาติแห่เรียน ขณะที่ “อังกฤษ” ส้มหล่นอานิสงส์เงินปอนด์อ่อนค่า ทำรายจ่ายลด 8%

นายคมพิชญ์ พนาสุภน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่นจำกัด ผู้บริหารศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ “มีก้า” (MIECA) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ประเทศที่เด็กไทยนิยมไปศึกษาต่อต่างประเทศคืออังกฤษ นิวซีแลนด์ และออสเตรเลียจากปัจจัยหลายประการ แต่พบว่าในปีนี้มีสถาบันการศึกษาจาประเทศฟิลิปปินส์ เข้ามาทำกิจกรรมทางการตลาดในเมืองไทยผ่านตัวแทนหรือเอเยนต์ที่ให้คำปรึกษาจำนวนมาก โดยมีเป้าหมายที่ต้องการจะดึงเด็กไทยให้เข้าไปศึกษาต่อทั้งในหลักสูตรระยะสั้น เช่น คอร์สเรียนภาษาอังกฤษ และระยะยาวคือในระดับอุดมศึกษา

โดยปัจจุบันมีเด็กต่างชาติเดินทางไปเรียนในฟิลิปปินส์มากถึง 6 แสนราย ซึ่งสร้างรายได้ให้กับประเทศได้จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กจากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี ขณะที่มีเด็กไทยเข้าไปเรียนคิดเป็นสัดส่วนราว 1% เท่านั้น ทั้งนี้สถาบันการศึกษาในฟิลิปปินส์มองว่า ประเทศไทยมีจำนวนประชากรมาก มีจุดอ่อนด้านภาษา ทำให้แต่ละปีมีเด็กไทย รวมถึงคนทำงานต่างสนใจไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองจำนวนมาก ทำให้มองว่าไทยเป็นตลาดสำคัญ

เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่างนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่เด็กไทยให้ความนิยมสูงสุดในขณะนี้ แล้วฟิลิปปินส์จะเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า มีหลักสูตรการเรียนที่เอื้อกว่า โดยเฉพาะการจัดทำหลักสูตรเพื่อรองรับโดยเฉพาะ อาทิ คอร์สเรียนภาษาแบบเข้มข้น หรือคอร์สปาร์ตัน ของสถาบัน IDEA Academy ที่จะต้องเรียน 12 ชั่วโมงต่อเนื่องแบบตัวต่อตัว ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนมีทักษะและเก่งภาษาอังกฤษภายใน 3 เดือน ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของเด็กญี่ปุ่นและเกาหลี ขณะที่ด้านค่าใช้จ่ายในฟิลิปปินส์จะต่ำกว่าประเทศอื่นๆ โดยเบื้องต้นจะเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียนและกินอยู่ราว 5.5-6 หมื่นบาทต่อเดือน เท่านั้น

อีกจุดเด่นของฟิลิปปินส์คือ การที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และมีสถาบันการศึกษาให้เลือกจำนวนมาก บางเมืองมีมากกว่า 60 โรงเรียน โดยเฉพาะในระดับไฮสคูล นอกจากนี้ยังมีการจัดโปรโมชั่น อาทิ 10 ฟรี 1 เมื่อมีนักเรียนสมัคร 10 คน ครูจะได้รับสิทธิ์ฟรี 1 คน (ตลอดระยะเวลาที่เรียน) หรือสำหรับในหน่วยงาน หรือบริษัทก็จะได้รับสิทธิ 10 ฟรี 1 เช่นกัน

“ฟิลิปปินส์เริ่มเดินสายโปรโมตอย่างจริงจังในประเทศรัสเซีย จีน และไทย เพื่อดึงให้เด็กหันไปเรียน ซึ่งหากพิจารณาในหลายๆ ปัจจัยฟิลิปปินส์ก็ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ”

นอกจากนี้จะเห็นได้ว่า เริ่มมีสถาบันการศึกษาในสหรัฐอเมริกาเข้ามาสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยล่าสุดได้รวมตัวกัน 6 โรงเรียนเข้ามาแนะนำหลักสูตรให้กับเด็กไทย ซึ่งพบว่ามีผู้สนใจเข้ามาดูและศึกษารายละเอียดมากกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ ทำให้มีแผนจัดงานเพื่อแนะนำหลักสูตรอีกในปีหน้า นอกจากนี้ยังมีแผนจัดทำหนังสือคู่มือแนะนำการศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยจะวางจำหน่ายคู่มือภายใต้ชื่อ Study in New Zealand ในปีนี้ โดยจะแนะนำสถาบันการศึกษาต่างๆ รวมถึงขั้นตอนการเตรียมพร้อมและการคัดเลือกสถาบัน ในราคาเล่มละ 260 บาท และในปีหน้าจะจัดทำ Study in Australia , Study in England ,Study in Philippines ด้วย

ขณะที่นิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศในฝันของผู้ปกครอง ก็ยังได้รับความนิยมสูงสุด เพราะมีการวางรากฐานที่สำคัญ โดยนางสาวสุพัตรา บุญส่ง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็นแซด สตั๊ดดี้ (ประเทศไทย) จำกัด ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศนิวซีแลนด์ กล่าวว่า นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่คนไทยนิยมไปเรียนภาษาจำนวนมาก เห็นได้จากตัวเลขจำนวนคนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในระดับไฮสคูล และปริญญาตรี โท เอก โดยเฉพาะในระดับปริญญเอก ซึ่งพบว่า รัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยคิดค่าเล่าเรียนราย 1-2 แสนบาทต่อปีเท่านั้น และเมื่อรวมกับค่ากินอยู่อีก 2-3 แสนบาทต่อปี ถือว่าต่ำกว่าประเทศอังกฤษมาก ขณะที่ระดับปริญญาโท จะเสียค่าใช้จ่ายราว 1 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเล่าเรียน 7 แสนบาทต่อปี และค่ากินอยู่ 2-3 แสนบาทต่อปี

“นิวซีแลนด์ มีความโดดเด่นด้านความปลอดภัยสูง และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทั้งในเรื่องของวีซ่า ทุนการศึกษาที่มีทั้งแบบเต็มจำนวน 100% และทุนแบบสัดส่วน นอกจากนี้นิวซีแลนด์ยังได้เซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับโรงเรียนในเมืองไทย ราว 10-20 โรงเรียนในการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการเรียนในต่างประเทศ โดยแต่ละปีจะมีการจับคู่กับโรงเรียนใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย”

ทั้งนี้ปัจจุบันพบว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์เองก็ให้การสนับสนุนให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไปเรียนมากขึ้น โดยให้ทั้งทุนการศึกษา และสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น การทำงานพิเศษ ฯลฯ และหากศึกษาในระดับปริญญาเอก จะให้ทุนโดยจ่ายค่าเล่าเรียนเทียบเท่ากับเด็กนิวซีแลนด์ คือประมาณ 1 แสนบาทต่อปี และเมื่อสำเร็จการศึกษาก็ให้สิทธิในการทำงาน และอยู่อาศัยพร้อมกับครอบครัวในนิวซีแลนด์ได้ทันที อย่างไรก็ดีสิทธิต่างๆนี้เปิดกว้างให้กับชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้าไปศึกษาต่อ โดยพบว่ามีทั้งชาวลาว และเวียดนามต่างให้ความสนใจเดินทางเข้าไปเรียนต่อมากขึ้น

ด้านนายอรรณพ กันทาธรรม นายกสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (Thai International Education Consultants Association :TIECA) และผู้อำนวยการ – สถาบันยอร์ค กล่าวว่า ภาพรวมของคนไทยที่เดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศขณะนี้ยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาด้านเศรษฐกิจแต่อย่างใด โดยประเทศที่ได้รับคามนิยมยังคงเป็นอังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ขณะที่ในเอเชียจะเป็นประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ ส่วนฟิลิปปินส์ ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทและแสดงความสนใจที่จะชักชวนเด็กไทยไปเรียนด้านภาษามากขึ้นในปีนี้

“ปีก่อนจำนวนเด็กไทยไปเรียนออสเตรเลียลดลง แต่ปีนี้เริ่มขยับสูงขึ้น ส่วนในอังกฤษยังเป็นที่นิยมทั้งคอร์สเรียนภาษาระยะสั้น และระดับอุดมศึกษาทั้งปริญญาตรีและโท ซึ่งปีนี้เชื่อว่าจะมีผู้ไปเรียนมากขึ้น หลังจากที่ค่าใช้จ่ายลดลงราว 8% หลังจากเงินปอนด์อ่อนตัวลง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,207 วันที่ 6 - 9 พฤศจิกายน 2559