thansettakij
thansettakij
เอสซีจีชี้ภาวะศก.ปีนี้ยังไม่ฟื้น สะท้อนดัชนีการใช้ปูนซิเมนต์ทุกสาขาลดลงต่อเนื่อง

เอสซีจีชี้ภาวะศก.ปีนี้ยังไม่ฟื้น สะท้อนดัชนีการใช้ปูนซิเมนต์ทุกสาขาลดลงต่อเนื่อง

02 พ.ย. 59 | 13:00 น.
อัปเดตล่าสุด :02 พ.ย. 59 | 14:25 น.
เอสซีจี ชี้ภาวะเศรษฐกิจในประเทศปีนี้ยังไม่ฟื้นตัว ดัชนีชี้วัดจากยอดการใช้ปูนซีเมนต์ปรับตัวลดลงจากปีก่อนทุกรายสาขา ไม่เว้นแม้แต่การใช้ในภาครัฐที่เคยเป็นพระเอกในช่วงไตรมาสแรกขยายตัวถึง 21% พอมาไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ทรุดตํ่าขยายตัวแค่ 10% ฉุดรายได้เอสซีจีช่วง 9เดือน เหลือ 8.22 หมื่นล้านบาท ตํ่ากว่าปีก่อน 6% แต่ปีหน้ามีลุ้นยอดการใช้กลับมาขยายตัวได้ จากการลงทุนภาครัฐและเอกชน

แหล่งข่าวจากเอสซีจี เปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ”ถึงแนวโน้มของภาวะเศรษฐกิจปีนี้ว่า ปริมาณความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ถือเป็นดัชนีหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศจะมีการขยายตัวหรือไม่ ซึ่งจากการประเมินแล้วภาวะเศรษฐกิจของประเทศปีนี้ยังมีการชะลอตัวอยู่ และหดตัวลงกว่าปีก่อน เนื่องจากเห็นแนวโน้มของความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ไม่มีการเติบโต และยังมีปริมารการใช้ต่ำกว่าปีก่อนที่เคยอยู่ในระดับ 40 ล้านตัน

ทั้งนี้ เห็นได้จากในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ความต้องการใช้ขยายตัวอยู่ที่ 5 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนติดลบที่ 2% และเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ได้ติดลบที่ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็นบวกที่ 2% และไตรมาสที่ 3 ติดลบที่ 5%จากช่วงเดียวกันของปีก่อนติดลบ 1% เมื่อรวมทั้ง 3 ไตรมาสความต้องการใช้ปูนซีเมนต์โดยรวมติดลบอยู่ที่ 1%

โดยพบว่าความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในแต่ละสาขา ภาคพาณิชย์กรรม ซึ่งมีสัดส่วนความต้องการใช้อยู่ประมาณ 20% ของตลาดโดยรวม ในไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวอยู่ที่ 0%ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของก่อนที่ติดลบ 6%แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ความต้องการปรับตัวลดลงติดลบที่ 7% จากที่เป็นบวก 1% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ยังติดลบที่ 7% ขณะที่ช่วงเดียวกันของก่อนติดลบเพียง 3% เมื่อรวมทั้ง 3 ไตรมาสทำให้ความต้องการใช้ติดลบอยู่ที่ 4% เทียบกับช่วยเดียวกันของปีก่อนติดลบ 2.6%

ขณะที่ภาคที่อยู่อาศัยมีสัดส่วนการใช้ปูนซีเมนต์อยู่ที่ 50% ของตลาดโดยรวม ในไตรมาสแรกของปีนี้ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยแต่ยังติดลบอยู่ที่ 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ติดลบ 7% แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ความต้องการใช้ติดลบมากขึ้นที่ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ติดลบ 3% และในไตรมาสที่ 3 ก็ยังติดลบอยู่ที่ 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนติดลบเพียง 4% เมื่อรวมทั้ง 3 ไตรมาสของสาขานี้ความต้องการใช้ติดลบที่ 6 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนติดลบที่ 5.6%

ส่วนภาครัฐมีสัดส่วนการใช้ปูนซีเมนต์อยู่ที่ 30% ของตลาดโดยรวม มีการขยายตัวค่อนข้างดีโดยในปี 2558 ขยายตัวถึง 11% และต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรกของปีนี้ ขยายตัวได้ถึง 21% เมื่อเทียบช่วงเดียวกับปีก่อนบวกที่ 10% แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ความต้องการใช้ลดลงแต่ยังขยายตัวที่ 9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนขยายตัวที่ 11%และความต้องการใช้ลดลงต่อเนื่องเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ขยายตัวเพียง 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนขยายตัวถึง 11% เมื่อรวมทั้ง 3 ไตรมาสของปีนี้ขยายตัว 10% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนขยายตัว 10.6%

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จากปริมาณความต้องการปูนซีเมนต์ทั้ง 3 ไตรมาสที่ลดลงนี้ สะท้อนให้เห็นถึงภาวะซบเซาของตลาดในประเทศ ที่ผู้บริโภคยังชะลอการใช้จ่าย และการลงทุนของภาคเอกชนที่ยังชะลอการตัดสินใจลงทุนอยู่ ในขณะที่โครงการก่อสร้างของภาครัฐ ก็เริ่มชะลอตัวลงเช่นกันและยังไม่มีการดำเนินโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัจจัยการแข่งขันที่รุนแรงโดยมองว่าความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ก็น่าจะปรับลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากที่เคยขยายตัวถึง 2% ซึ่งเป็นไปตามฤดูการก่อสร้างของทุกปี

โดยเห็นได้จากรายได้การจำหน่ายปูนซีเมนต์ของเอสซีจีช่วงไตรมาที่ 4 ของปีก่อนปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับ 2.64 หมื่นล้านบาท ถือเป็นรายได้ที่มีการปรับตัวต่ำสุดทุกไตรมาส และในปีนี้ก็คาดว่ามีแนวโน้มไม่แตกต่างจากปีก่อน โดยช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาเอสซีจีมีรายได้จากการจำหน่ายปูนซีเมนต์รวม 8.22 หมื่นล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ในระดับ 8.75 หมื่นล้านบาท หรือปรับตัวลดลงมา 6%

ทั้งนี้ ได้รับการยืนยันจากนายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ว่า ปริมาณความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในภาพรวม 9 เดือนยังติดลบอยู่ที่ 1%หรือมีการใช้ราว 25.8 ล้านตัน และในไตรมาสที่ 4 คาดว่าจะยังติดลบอีก จากที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนขยายตัวที่ 2% หากประเมินเบื้องต้นทั้งปีความต้องการใช้น่าจะติดลบประมาณ 2-3% จากกที่ปีก่อนไม่มีการขยายตัวหรืออยู่ที่ 0% จากความต้องการใช้อยู่ 40 ล้านตัน โดยเอสซีจีมีรายได้จากการจำหน่ายปูนซีเมนต์ในปี 2558 อยู่ที่ 1.139 แสนล้านบาท ขณะที่ปีนี้ความต้องการใช้จะปรับตัวลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย ในส่วนของเอสซีจีคาดว่าน่าจะนำหน่ายปูนซีเมนต์ได้ 16 ล้านตัน และส่งออกอีก 4 ล้านตัน จากกำลังการผลิตที่มีอยู่ 23 ล้านตัน

โดยประเมินแนวโน้มแล้ว ความต้องการใช้ปูนซีเมนต์น่าจะกลับมาขยายตัวได้ในช่วงปีหน้า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อในประเทศดีขึ้น รวมทั้งมีการลงทุนจากภาคเอกชนเข้ามา โดยเฉพาะโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐมีความชัดเจนและเริ่มที่จะมีการก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,206 วันที่ 3 - 5 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline