thansettakij
thansettakij
น้อมนำหลักปรัชญาศก.พอเพียง ‘ประสาร’ ชี้โจทย์ใหญ่ภาคธุรกิจไม่สามารถมองข้ามอัตตา

น้อมนำหลักปรัชญาศก.พอเพียง ‘ประสาร’ ชี้โจทย์ใหญ่ภาคธุรกิจไม่สามารถมองข้ามอัตตา

04 พ.ย. 59 | 01:00 น.
อดีตผู้ว่าการธปท. “ประสาร” ชี้อุปสรรคภาคธุรกิจต้องปรับกระบวนความคิด เรื่องการให้ความสำคัญ “จิตสาธารณะ” รับโจทย์ท้าทาย ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถมองข้ามอัตตา ไปสู่การทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เปิดเผยกับ”ฐานเศรษฐกิจ” ถึงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy )มาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ ปัจจุบันต้องถือว่าดีขึ้นกว่าก่อนปี 2540 มากแต่ก็ยังมีพื้นที่ที่สามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้อีกมาก โดยหัวใจสำคัญคือเรื่อง “จิตสาธารณะ “ซึ่งจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนความคิดหรือ public mindset เพราะอุปสรรคใหญ่คือ การไม่สามารถมองข้ามอัตตาหรือประโยชน์ส่วนตัว ไปสู่ประโยชน์ส่วนรวมซึ่งถือเป็นโจทย์ท้าทาย

“เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีมาก่อนปี 2540 หลายสิบปีแล้วแต่ว่าคนไม่ได้ให้ความสนใจจนกระทั่งปี 2540 เราประสบปัญหาเจ็บตัวคนก็ให้ความสนใจน้อมนำมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจอย่างวงการบริษัทจดทะเบียนองค์กรต่างๆไม่ว่าตลาดหลักทรัพย์ ,กลต. และธปท. ก็จะมีการชักชวนและปัจจุบันก็มีเทคนิควิธีอย่างเช่นในตลาดหลักทรัพย์ ฯจะมีDow Jones Sustainability Index (DJSI)ก็ยึดถือเรื่องเหล่านี้เพราะบริษัทจดทะเบียนต่างก็อยากให้ชื่อตัวเองอยู่ในDJSI หรือปัจจุบันมีหลายองค์กรมีแนวคิดและพัฒนาในแนวเดียวกันเรื่องของธรรมาภิบาลเช่นสถาบันไอโอดี(สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย )สมาคมผู้ลงทุนไทย อย่างไรก็ดียังมีพื้นที่ที่จะพัฒนาอีกเอยะ และหัวใจสำคัญคือเรื่องจิตสาธารณะ “ดร.กล่าว พร้อมย้ำว่า

แนวความคิดเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บางทียังมีผู้เข้าใจผิดว่าเป็น Self Sufficiency คือไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้า ซึ่งเป็นแนวคิดหนึ่งการพัฒนาประเทศของบางประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่ 2ที่ทดแทนการนำเข้าด้วยการช่วยเหลือค้ำจุนอุตสาหกรรมในประเทศจนกระทั่งนำไปสู่การขาดประสิทธิภาพและพิสูจน์ภายหลังแล้วว่าโมเดลแบบนี้อาจไม่ดี

แต่แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ขัดแย้งกับกระแสโลกาภิวัฒน์ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงตามการค้าระหว่างประเทศที่มีมากขึ้นและตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี่ในด้านต่างๆสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเรื่องไปค้านเพียงแต่ว่าการจะทำอะไรตามกระแสโลกาภิวัฒน์ก็ให้คิดหลักในเรื่องของการพอประมาณความมีเหตุมีผลและการมีภูมิคุ้มกันอย่างเช่นเราเปิดประเทศด้านตลาดการเงินเราก็ควรต้องเข้าใจว่าได้มีการเตรียมความพร้อมแค่ไหนเช่นวิกฤติต้มยำกุ้งเราเปิดให้เงินทุนไหลเข้าเสรีแต่เราอาจจะไม่ได้เตรียมพร้อมเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเรียกว่าไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันให้ดีพอนั่นเอง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,206 วันที่ 3 - 5 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline