thansettakij
thansettakij
ห่วงท่องเที่ยวฉุดศก.โค้งท้าย ธปท.ประเมินจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญกระทบมากกว่าที่คาด

ห่วงท่องเที่ยวฉุดศก.โค้งท้าย ธปท.ประเมินจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญกระทบมากกว่าที่คาด

04 พ.ย. 59 | 13:00 น.
ธปท. ห่วงผลกระทบปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ ฉุดท่องเที่ยวลึกกว่าที่คาดทั้งปียอดนักท่องเที่ยวต่างประเทศอาจวืดจากเป้าที่ตั้งไว้ 33.6 ล้านคน หลังเห็นสัญญาณชะลอตั้งแต่ไตรมาส3 จับตาปัจจัยตปท..-การบริโภคภาคเอกชนโค้งท้าย แต่มีปัจจัยหนุนทั้งภาคส่งออก การลงทุนในเครื่องจักรใหม่ รายได้ภาคเกษตรเพิ่ม และอัตราว่างงานต่ำ คาดจีดีพีไตรมาส 3 ต่ำกว่าไตรมาส 2 เล็กน้อย

ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยช่วงที่เหลือของปีว่า จากสัญญาณบวกในไตรมาสที่ 3 เช่นภาคส่งออกที่ดีขึ้นคาดว่าจะยังเป็นแรงหนุนต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังแผ่วซึ่งขึ้นกับดีมานด์ของโลก โดยในภาคก่อสร้างในภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงชะลอและไตรมาส 4 อาจโตไม่มาก อย่างไรก็ดีการก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับลงทุนด้านอุปกรณ์เครื่องจักรยังดี ตลอดจนการลงทุนจากภาครัฐจะช่วยชดเชยได้

ส่วนปัจจัยลบไตรมาส4 มาจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ทำให้นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มต่ำกว่าที่คาด ประกอบกับกิจกรรมบางส่วนช่วงท้ายปีที่อาจซบเซาและปัจจัยต่างประเทศ อาทินโยบายธนาคารกลางสหรัฐฯ,ยุโรปและจีน ที่อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดการเงินไทย

“มีแนวโน้มว่า ผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ จะส่งผลจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศมากกว่าที่แบงก์ชาติเคยคาดว่า จะทำให้นักท่องเที่ยวปีนี้ลดลง 1 แสนราย และปีหน้าอีก 2 แสนราย และเป็นไปได้ว่าตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศปีนี้จะต่ำกว่าเป้าที่คาดไว้ทั้งปีที่ 33.6 ล้านคน ”

ส่วนเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ขยายตัวได้ต่อเนื่อง จาก 1.การใช้จ่ายภาครัฐ , 2.ภาคส่งออกโดยมูลค่าส่งออกขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 0.4% และหากไม่รวมทองคำ ส่งออกหดตัวเล็กน้อยที่-0.1% , 3.การบริโภคภาคเอกชนดีขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะแผ่วโดยเฉพาะการใช้จ่ายในกิจกรรมหมวดท่องเที่ยวและ กำลังซื้อครัวเรือนที่ทยอยปรับดีขึ้น และ 4.ภาคท่องเที่ยวแม้จะมีเหตุระเบิดใน 7 จังหวัดภาคใต้ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่นักท่องเที่ยวต่างประเทศขยายได้ 12.6% ที่ 8.2 ล้านคน

“เศรษฐกิจไตรมาส 3 คาดต่ำกว่าไตรมาส 2 (Q2ขยายตัวที่ 3.5% X เล็กน้อยหรือทรงตัวใกล้เคียง เพราะจีดีพีไตรมาส 2 ต้องถือว่าพิเศษจริง ๆ ”

สำหรับเศรษฐกิจไทยเดือนกันยายน 2559ขยายตัวในอัตราเร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าหลัก ๆมาจาก 3 ปัจจัยช่วยขับเคลื่อนคือการใช้จ่ายภาพรวมของรัฐที่ขยายตัวถึง 7.7%ใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้าที่ขยาย 7 %,2.มูลค่าส่งออกสินค้าขยายต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองที่3.5% และหากไม่รวมส่งออกทองคำมูลค่า 363 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งออกขยายตัว 3.9% ต่อเนื่องจากเดือนก่อนที่ขยาย 5% โดยสาเหตุมาจากราคาน้ำมันดิบที่หดตัวน้อยลง และฐานที่ต่ำของปีที่แล้ว และการขยายตัวในหลายหมวดสินค้า ทั้งหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับผลดีจากการผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่รวมทั้งหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผู้ผลิตขยายกาลังการผลิตเพื่อรองรับอุปสงค์ที่เพิ่ม

“ส่งออกหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ขยายตัว 10.6% จากฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า (อาทิแอร์ที่ส่งไปในตลาดยุโรป ,เครื่องซักผ้าไปสหรัฐฯ เป็นต้น ) โต 12.2% และหมวดอิเล็กทรอนิกส์ที่โต 3.4% จากคำสั่งซื้อเช่นสมาร์ทโฟนขณะที่หมวดสินค้าเกษตร มาจากอุปทานข้าวที่เพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มส่งออกที่ยังไม่ดีหรือทรงตัวได้แก่ ส่งออกด้านยานยนต์ หดตัว -4.2% ,ยางและพลาสติก -9.5%”

ส่วนนำเข้าในภาพรวมเดือนกันยายนขยาย 1.7%โดยเฉพาะเป็นการนำเข้าในหมวดสินค้าทุน ขยายตัวถึง 9.4% จากที่หด -3.6% ในเดือนก่อนหน้า แต่ถึงแม้การนำเข้าสินค้าทุนจะขยายตัวเพิ่ม แต่การลงทุนภาคเอกชนยังทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่มีสัญญาณดีขึ้นเมื่อเทียบจากช่วงก่อนหน้าที่เคยติดลบ ทั้งการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ที่เพิ่มขึ้น โดยยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศขยาย 6.8% ช่วยชดเชยในในหมวดก่อสร้างที่แผ่วลง ทั้งพื้นที่ก่อสร้างที่หดตัว -9.5% , ดัชนีวัสดุก่อสร้าง –3.3%

3.ปัจจัยบวกด้านท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวเพิ่มจากระยะเดียวกันของปีก่อนถึง18.3% จากฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว (จากเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ ) แต่เมื่อปรับฤดูกาลแล้ว ท่องเที่ยวในเดือนกันยายนนี้เริ่มซบเซา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน จากผลกระทบการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ และยังต้องติดตามผลในระยะต่อ ๆไป ส่วนเหตุระเบิดใน 7 จังหวัดภาคใต้ไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัย

เช่นเดียวกับดัชนีการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายแผ่วเพียง 2.5%เทียบกับไตรมาสที่ 2 ขยาย3.9%สะท้อนว่าปัจจัยที่สนับสนุนการบริโภคภาคเอกชนยังไม่เข้มแข็ง แม้ว่ารายได้ภาคเกษตรโดยรวมจะปรับดีขึ้น 12.4% ผลผลิตและราคาพืชผลการเกษตร จะปรับเพิ่ม4% และ 8%ตามลำดับ ส่วนรายได้นอกภาคเกษตรยังทรงตัว สอดคล้องกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่โน้มไปด้านต่ำ

ในด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราการว่างงานยังทรงตัวระดับต่ำที่ 0.9 % เงินเฟ้อทั่วไปขยายค่อนข้างต่ำที่ 0.38%เป็นผลจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันโลก ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.75% ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.79%ด้านเสถียรภาพต่างประเทศ ดุลบัญชีเงินสะพัดเกินดุลสูงต่อเนื่องอยู่ที่ 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนหนึ่งมาจากดุลการค้าที่เกินดุล ซึ่งช่วยชดเชยดุลบริการที่ขาดดุลจากส่งกลับกำไรและเงินปันผล ของธุรกิจต่างประเทศในประเทศไทยรายหนึ่งที่จะส่งกลับในเดือนกันยายน

ดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายขาดดุล 3.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเป็นเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้าจากการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ไทย 1.41พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯชะลอการขึ้นดอกเบี้ย หักลบจากเงินลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศของนักลงทุนไทย 829 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการคืนเงินกู้ของบริษัทในเครือค้าปลีกไทยขนาดใหญ่หลังจากที่กู้มาซื้อกิจการเมื่อไตรมาส 1 ปีนี้ โดยทยอยคืนเงินกู้เดือนกันยายน 943 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ

อนึ่งการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559 กนง.ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยหรือจีดีพีปีนี้ เพิ่มจาก 3.1 % เป็น 3.2 % และคงจีดีพีปี 2560 ที่ 3.2 % อย่างไรก็ตาม ธปท.จะมีการทบทวนตัวเลขอีกครั้งในการประชุมปลายปีวันที่ 21 ธันวาคมนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,206 วันที่ 3 - 5 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline