
เวียดปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ นายกฯ ‘ฟุก’ เร่งแปรรูป-นำเข้าตลาดหุ้น-โละที่ขาดทุนหนัก
รัฐบาลเวียดนามประกาศเอาจริงรัฐวิสาหกิจขาดทุน ไม่เลี้ยงอีกต่อไป เตรียมโละขายหรือปล่อยให้ล้มละลายถ้าขาดทุนจนทุนหมด เผยแผนแม่บทปฏิรูป 10 ปีฉบับใหม่ นายกฯ ลงมือเอง เดินหน้าแปรรูปและนำเข้าตลาดหลักทรัพย์
หนังสือพิมพ์เวียดนามนิวส์รายงานว่า การจัดการกับรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนด้วยมาตรการเด็ดขาดเป็นดำริ ของนายกรัฐมนตรี นายเหวียน ซวน ฟุก (Nguyen Xuan Phuc) เพี่อเร่งกระบวนการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ภายใต้แผนแม่บทปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ 10 ปีฉบับใหม่ที่ใช้สำหรับปี 2559-2563
นายฟุก กล่าวในการประชุมรัฐสภาเมี่อเร็ว ๆ นี้ว่าจากการทบทวนการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปรัฐวิสาหกิจในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาพบว่าการปฏิรูปยังทำได้ล่าช้ากว่าแผนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขายหุ้นของรัฐวิสาหกิจที่ไม่จำเป็นต้องเป็นของรัฐอีกต่อไป ทำให้จะต้องมีมาตรการเร่งให้งานเดินหน้าไปโดยเร็ว
นายฟุก กล่าวว่ามีรัฐวิสากิจจำนวนมากที่แปรรูปแล้วแต่ขายหุ้นออกไปในปริมาณที่น้อยเกินไป โดยรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพหลายแห่งมีปัญหาเรี่องความโปร่งใส โครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจในกลุ่มธุรกิจประสบปัญหาความล่าช้า ขาดทุนและสูญเปล่า มีความล่าช้าในการตรวจจับความผิดพลาดและไม่ได้แก้ปัญหาอย่างถูกต้อง
รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่าเวียดนามมีแผนแปรรูปและขายหุ้นรัฐวิสาหกิจ 514 แห่ง ตามแผน 10 ปีที่สิ้นสุดปี 2558 แต่แปรรูปและขายหุ้นได้เพียง 289 แห่ง
เวียดนามนิวส์รายงานว่าในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ มีรัฐวิสาหกิจ 48 แห่งที่แปรรูปเสร็จแล้ว มี 10 แห่งที่เลิกธุรกิจไปและ 1 แห่งที่ล้มละลาย โดยมีการขายหุ้นวิสาหกิจ 1 กิจการและหน่วยงานให้บริการขนส่งสาธารณะ 3 กิจการ รวมแล้วมีการขายหุ้นรัฐวิสาหกิจที่แปรรูปแล้วคิดเป็นเงิน 2.8 ล้านล้านด่อง (ประมาณ 4,400 ล้านบาท) จากมูลค่าหุ้นตามบัญชี 5 ล้านล้านด่อง
เวียดนามนิวส์ระบุว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายฟุก ได้อนุมัติให้มีการขายหุ้นของรัฐวิสาหกิจใหญ่ ๆ 10 กว่ากิจการอาทิ ไซ่ง่อนเบียร์ ฮานอยเบียร์แอลกอฮอล์แอนด์เบเวอเรจจ้อยท์สต็อคคอร์เปอเรชัน และ ไวนามิลค์ ซึ่งล้วนเป็นรัฐวิสาหกิจที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ
กิจการไซ่ง่อนเบียร์ ซึ่งรู้จักกันในนามของซาบีโก้ รัฐบาล มีแผนจะขายหุ้นจำนวน 89.59 % มูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 63,000 ล้านบาท) โดยจะแบ่งการขายออกเป็น 2 รอบในปีนี้และปีหน้าโดยในปีนี้จะขายหุ้น 53.59 % ส่วนฮานอยเบียร์หรือที่รู้จักกันในนามฮาบีโก้จะขายหุ้นมูลค่า 404 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 14,140 ล้านบาท) ในปีนี้
สำหรับไวนามิลค์ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายนมและผลิตภัณฑ์นมใหญ่ที่สุดในเวียดนาม รัฐบาลเวียดนามมีแผนจะขายหุ้นล็อตแรก 9 % มูลค่าประมาณ 800 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 28,000 ล้านบาท) จากจำนวนกว่า 44 % ที่รัฐบาลถือหุ้นอยู่ โดย 1 ในบริษัทที่สนใจประมูลซื้อหุ้นไวนามิลค์คือบริษัทเฟรเซอร์แอนด์นีฟ ของบริษัทไทยเบฟ โดยเฟรเซอร์แอนด์นีฟ มีหุ้นไวนามิลค์อยู่แล้ว 11%
นายฟุกกล่าวว่า ในช่วง 5 ปีแรกของแผนปฏิรูปรัฐวิสาหกิจฉบับใหม่ รัฐบาลจะเน้นการแปรรูปและนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้มีการปรับปรุงในเรื่องความโปร่งใส และป้องกันความสูญเสียของเงินและทรัพย์สินของรัฐ โดยจะให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินตรวจบัญชีรัฐวิสาหกิจที่มีเงินทุนมากกว่า 5 ล้านล้านด่องก่อนจะนำไปแปรรูป
นายกรัฐมนตรีเวียดนามกล่าวว่า “รัฐวิสาหกิจใดที่ประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องและไม่สามารถปรับปรุงได้จะมีการขายทิ้งหรือปล่อยให้ล้มละลายไปตามกระบวนการกฎหมาย”
นอกจากนี้รัฐบาลเวียดนาม เตรียมปรับปรุงประสิทธิภาพของกิจการรัฐทางด้านเกษตรและ สนับสนุนให้กิจการที่ให้บริการสาธารณะ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,206 วันที่ 3 - 5 พฤศจิกายน 2559
หนังสือพิมพ์เวียดนามนิวส์รายงานว่า การจัดการกับรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนด้วยมาตรการเด็ดขาดเป็นดำริ ของนายกรัฐมนตรี นายเหวียน ซวน ฟุก (Nguyen Xuan Phuc) เพี่อเร่งกระบวนการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ภายใต้แผนแม่บทปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ 10 ปีฉบับใหม่ที่ใช้สำหรับปี 2559-2563
นายฟุก กล่าวในการประชุมรัฐสภาเมี่อเร็ว ๆ นี้ว่าจากการทบทวนการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปรัฐวิสาหกิจในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาพบว่าการปฏิรูปยังทำได้ล่าช้ากว่าแผนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขายหุ้นของรัฐวิสาหกิจที่ไม่จำเป็นต้องเป็นของรัฐอีกต่อไป ทำให้จะต้องมีมาตรการเร่งให้งานเดินหน้าไปโดยเร็ว
นายฟุก กล่าวว่ามีรัฐวิสากิจจำนวนมากที่แปรรูปแล้วแต่ขายหุ้นออกไปในปริมาณที่น้อยเกินไป โดยรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพหลายแห่งมีปัญหาเรี่องความโปร่งใส โครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจในกลุ่มธุรกิจประสบปัญหาความล่าช้า ขาดทุนและสูญเปล่า มีความล่าช้าในการตรวจจับความผิดพลาดและไม่ได้แก้ปัญหาอย่างถูกต้อง
รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่าเวียดนามมีแผนแปรรูปและขายหุ้นรัฐวิสาหกิจ 514 แห่ง ตามแผน 10 ปีที่สิ้นสุดปี 2558 แต่แปรรูปและขายหุ้นได้เพียง 289 แห่ง
เวียดนามนิวส์รายงานว่าในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ มีรัฐวิสาหกิจ 48 แห่งที่แปรรูปเสร็จแล้ว มี 10 แห่งที่เลิกธุรกิจไปและ 1 แห่งที่ล้มละลาย โดยมีการขายหุ้นวิสาหกิจ 1 กิจการและหน่วยงานให้บริการขนส่งสาธารณะ 3 กิจการ รวมแล้วมีการขายหุ้นรัฐวิสาหกิจที่แปรรูปแล้วคิดเป็นเงิน 2.8 ล้านล้านด่อง (ประมาณ 4,400 ล้านบาท) จากมูลค่าหุ้นตามบัญชี 5 ล้านล้านด่อง
เวียดนามนิวส์ระบุว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายฟุก ได้อนุมัติให้มีการขายหุ้นของรัฐวิสาหกิจใหญ่ ๆ 10 กว่ากิจการอาทิ ไซ่ง่อนเบียร์ ฮานอยเบียร์แอลกอฮอล์แอนด์เบเวอเรจจ้อยท์สต็อคคอร์เปอเรชัน และ ไวนามิลค์ ซึ่งล้วนเป็นรัฐวิสาหกิจที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ
กิจการไซ่ง่อนเบียร์ ซึ่งรู้จักกันในนามของซาบีโก้ รัฐบาล มีแผนจะขายหุ้นจำนวน 89.59 % มูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 63,000 ล้านบาท) โดยจะแบ่งการขายออกเป็น 2 รอบในปีนี้และปีหน้าโดยในปีนี้จะขายหุ้น 53.59 % ส่วนฮานอยเบียร์หรือที่รู้จักกันในนามฮาบีโก้จะขายหุ้นมูลค่า 404 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 14,140 ล้านบาท) ในปีนี้
สำหรับไวนามิลค์ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายนมและผลิตภัณฑ์นมใหญ่ที่สุดในเวียดนาม รัฐบาลเวียดนามมีแผนจะขายหุ้นล็อตแรก 9 % มูลค่าประมาณ 800 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 28,000 ล้านบาท) จากจำนวนกว่า 44 % ที่รัฐบาลถือหุ้นอยู่ โดย 1 ในบริษัทที่สนใจประมูลซื้อหุ้นไวนามิลค์คือบริษัทเฟรเซอร์แอนด์นีฟ ของบริษัทไทยเบฟ โดยเฟรเซอร์แอนด์นีฟ มีหุ้นไวนามิลค์อยู่แล้ว 11%
นายฟุกกล่าวว่า ในช่วง 5 ปีแรกของแผนปฏิรูปรัฐวิสาหกิจฉบับใหม่ รัฐบาลจะเน้นการแปรรูปและนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้มีการปรับปรุงในเรื่องความโปร่งใส และป้องกันความสูญเสียของเงินและทรัพย์สินของรัฐ โดยจะให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินตรวจบัญชีรัฐวิสาหกิจที่มีเงินทุนมากกว่า 5 ล้านล้านด่องก่อนจะนำไปแปรรูป
นายกรัฐมนตรีเวียดนามกล่าวว่า “รัฐวิสาหกิจใดที่ประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องและไม่สามารถปรับปรุงได้จะมีการขายทิ้งหรือปล่อยให้ล้มละลายไปตามกระบวนการกฎหมาย”
นอกจากนี้รัฐบาลเวียดนาม เตรียมปรับปรุงประสิทธิภาพของกิจการรัฐทางด้านเกษตรและ สนับสนุนให้กิจการที่ให้บริการสาธารณะ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,206 วันที่ 3 - 5 พฤศจิกายน 2559






