thansettakij
thansettakij
‘แอตต้า’ต่อจิ๊กซอว์ นโยบายฟรีวีซ่าบูมท่องเที่ยวไทย-ไต้หวัน

‘แอตต้า’ต่อจิ๊กซอว์ นโยบายฟรีวีซ่าบูมท่องเที่ยวไทย-ไต้หวัน

05 พ.ย. 59 | 04:00 น.
หลังจากรัฐบาลไต้หวัน ยกเลิกวีซ่าให้กับคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวไต้หวัน แถมยังเปิดให้สามารถพำนักได้ 30 วัน เป็นเวลา 1 ปีตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2559- 31 กรกฎาคม 2560 เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีน (ไต้หวัน) กับประเทศไทย จากเหตุผลดังกล่าวจึงเป็นโอกาสในการพัฒนาตลาดการท่องเที่ยวระหว่างไทยและไต้หวัน ดังนั้นล่าสุดสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ แอตต้า จึงได้จัดโรดโชว์ ไปยังเมืองไทเป และเกาเสา เมื่อวันที่ 24-26 ตุลาคมที่ผ่านมา

 ดึง 80 ผู้ประกอบการไทยโรดโชว์

การจัดโรดโชว์ในครั้งนี้ แอตต้าได้นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ทั้งบริษัทนำเที่ยว โรงแรม และ แหล่งท่องเที่ยว รวมกว่า 80 คน จาก 40 บริษัท เดินทางไปพบปะกับตัวแทนนำเที่ยวในไต้หวันกว่า 200 ราย เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ โดยที่ผ่านมานับจากไต้หวัน ใช้โมเดลเรื่องฟรีวีซ่าให้คนไทยเหมือนประเทศญี่ปุ่น จะเห็นว่ามีคนไทยเริ่มเดินทางเที่ยวไต้หวันมากขึ้น ซึ่งการจัดโรดโชว์ของแอตต้า มุ่งหวังที่จะดึงคนไต้หวันให้เดินทางมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันสร้างโอกาสส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่าง 2 ฝ่าย ด้วยศักยภาพในการเข้าถึงของนักท่องเที่ยว จากจำนวนเที่ยวบินตรงไทเป-กรุงเทพฯ รวม 380 ไฟลต์ต่อเดือน รวม 105,937 ที่นั่งต่อเดือน

ต่อเรื่องนี้นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่าหลังจากที่ไต้หวันยกเลิกวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย ทางแอตต้า เล็งเห็นโอกาสในการเผยแพร่สถานที่ท่องเที่ยวไทยในไต้หวัน โดยได้นำผู้ประกอบการไทย เดินทางไปประชาสัมพันธ์ด้านการตลาดและส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อให้คนไต้หวัน มั่นใจในศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวของไทย

[caption id="attachment_111230" align="aligncenter" width="476"] ‘แอตต้า’ต่อจิ๊กซอว์ นโยบายฟรีวีซ่าบูมท่องเที่ยวไทย-ไต้หวัน ‘แอตต้า’ต่อจิ๊กซอว์ นโยบายฟรีวีซ่าบูมท่องเที่ยวไทย-ไต้หวัน[/caption]

การโรดโชว์ในครั้งนี้แอตต้าได้นำผู้ประกอบการไทย ไปยัง 2 เมืองหลักของไต้หวัน คือ “ไทเป” ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประกอบกับมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นจะทำให้การโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวของไทยได้รับการตอบรับที่ดี และเมือง “เกาสง” ซึ่งเป็นเมืองท่าและศูนย์กลางธุรกิจทางภาคใต้และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของไต้หวัน อีกทั้งยังมีท่าเรือใหญ่ที่มีปริมาณการขนส่งอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก

ด้านนายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวไทย (แอตต้า) กล่าวว่า ประชากรของไต้หวัน มีประมาณ 20 ล้านคน มีรายได้ต่อหัวค่อนข้างสูง แอตต้า จึงพยายามนำสินค้าด้านการท่องเที่ยวของไทยมาโปรโมต เพราะประเทศคู่แข่งของไทย ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง เวียดนาม ญี่ปุ่นต่างใช้กลยุทธ์ในการดึงนักท่องเที่ยวเข้าไปเพิ่มขึ้น

 หวังไทยยกเว้นวีซ่าให้คนไต้หวัน

นายจาง หย่ง เฉิน รองนายกสมาคมธุรกิจนำเที่ยวในไต้หวัน กล่าวว่า การโรดโชว์ของผู้ประกอบการไทยในครั้งนี้ น่าจะนำสินค้าและบริการที่ดีมาแนะนำ และเสนอให้กับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทั้งในไทเปและที่เกาสง เพราะผู้ประกอบการในไต้หวัน มองว่าสินค้าท่องเที่ยวไทยมีคุณภาพ และหวังว่านักท่องเที่ยวไต้หวันจะเดินทางไปเที่ยวไทยมากขึ้น เช่นเดียวกันเราก็หวังว่านักท่องเที่ยวไทยจะเดินทางมาไต้หวันมากขึ้นเช่นกันหลังจากที่รัฐบาลไต้หวันยกเลิกวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวไทย ทั้งนี้ไต้หวันเองก็หวังว่ารัฐบาลไทยจะยกเลิกว่าให้กับคนไต้หวันเช่นกัน

“ประเทศไทยถือว่าเป็นตัวเลือกหลักๆของคนไต้หวันในการเดินทางไปเที่ยวเพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยและมีอาหารอร่อย ส่วนการที่รัฐบาลไต้หวันยกเลิกวีซ่าให้นักท่องเที่ยวไทยน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะมีนักท่องเที่ยวไทยเข้ามาเที่ยวในไต้หวันมากขึ้น ซึ่งในส่วนของผู้ประกอบการเองก็มีการปรับตัวมีการปรับแผนการเที่ยวในไต้หวันมากขึ้น” รองนายกธุรกิจนำเที่ยวไต้หวัน กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้การเติบโตด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและไต้หวันนั้น ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ตารางประกอบ) มีคนไทยเดินทางไปเที่ยวไต้หวันเพิ่มขึ้นทุกปี และในปี 2559 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปไต้หวัน1.7-1.8 แสนคน มีค่าใช้จ่ายต่อคน 3 หมื่นบาทต่อ 4วัน หรือ 5.4 พันล้านบาทต่อปี ขณะที่คนไต้หวันมาเที่ยวเมืองไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีมากกว่าจำนวนคนไทยเดินทางไปเที่ยวไต้หวัน แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การขยายตัวของตลาดตัวเลขก็ขึ้นๆลงๆตามสถานการณ์โดยในปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)คาดว่าจะมีชาวไต้หวันมาเที่ยวไทยตลอดทั้งปีอยู่ที่ราว 552,000 คนคน ลดลงจากปีก่อน 4.7 หมื่นคน เนื่องจากเกิดเหตุระเบิดย่านราชประสงค์ ซึ่งผลต่อความมั่นใจของนักท่องเที่ยว

 ททท.รุกเจาะกลุ่มตลาดไฮเอนด์

ต่อเรื่องนี้นายชูเกียรติ โพชิโต ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานไทเป กล่าวว่าการที่นักท่องเที่ยวไต้หวัน เดินทางมาเที่ยวไทยลดลงมาหลายปีแล้ว เนื่องจากนักท่องเที่ยวไต้หวันมีทางเลือกมากขึ้นและเดินทางไปบางประเทศ เช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา ที่คนไต้หวันได้รับการยกเว้นวีซ่าขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีนโยบายยกเลิกวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวไต้หวัน ทำให้ไทยอาจจะไม่ได้อยู่ในตัวเลือกต้นๆของนักท่องเที่ยวไต้หวัน

สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวไต้หวันเดินทางมาเที่ยวไทย 432,419 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 9% การชะลอตัวของนักท่องเที่ยวไต้หวัน สาเหตุน่าจะมาจากเหตุการณ์ระเบิดบริเวณราชประสงค์เมื่อช่วงก่อนหน้าแต่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไต้หวัน เริ่มกลับมาเห็นได้จากตัวเลขในเดือนสิงหาคม 2559 ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 4% และเชื่อว่าในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคมนี้ตัวเลขนัดท่องเที่ยวจะเป็นบวก
ทั้งนี้ยอมรับว่านักท่องเที่ยวไต้หวันเป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมาก และมีกำลังใช้จ่ายสูงถือเป็นตลาดไฮเอนด์ โดยนิยมไปเที่ยว หัวหิน สมุย ภูเก็ต กรุงเทพฯ เชียงใหม่ เป็นต้น และชื่นชอบช็อปปิ้ง โดยมีค่าใช้จ่ายต่อคน 4 หมื่นบาทต่อทริป (4 คืน 5 วัน)

กลยุทธในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในตลาดนี้ททท.จะเน้นการดึงตลาดไฮเอนท์เดินทางมาเที่ยวไทย ซึ่งในวันที่ 4-7 พฤศจิกายนนี้ จะมีงาน ITF ไต้หวัน เทรด ซึ่งทางไทยก็จะไปร่วมงานเพื่อพบปะกับตัวแทนด้านการท่องเที่ยวของไต้หวัน ในการเสนอขายแพคเกจทัวร์ และช่วงปลายพฤศจิกายนนี้ จะมีการจัดงานคอนซูเมอร์ เกาสง โดยเป็นการร่วมมือกับการท่องเที่ยวไทเป กับไถหนาน เพื่อไปโปรโมตให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักด้วย โดยททท.ตั้งเป้าหมายปี 2560 ว่าจะเพิ่มรายได้จากตลาดนักท่องเที่ยวไต้หวันเพิ่มขึ้น 10% หรือราว 2 หมื่นล้านบาท

 ไต้หวันดันคนไทยเที่ยวเมืองรอง

ไม่เพียงแต่ททท.จะดึงตลาดไต้หวันมาเที่ยวไทยเท่านั้น ทางไต้หวันเองก็มีแผนดึงคนไทยไปเที่ยวไต้หวันอย่างต่อเนื่อง อย่างในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทางไต้หวันได้เชิญผู้ประกอบการไทยมาสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในไต้หวันเพื่อเจาะลึกแหล่งท่องเที่ยวในไต้หวัน เพราะเดิมนักท่องเที่ยวไทยนิยมเดินทางไปแค่ ไทเป เกาสง ไทจง เท่านั้น ขณะที่เมืองรองอื่นๆยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เช่น ไถตง ผิงตง หรือ ฮวาเหลียน ที่ถือว่ายังมีความน่าสนใจและยังไม่เป็นที่รู้จักของคนไทย ซึ่งหลังรัฐบาลไต้หวันยกเลิกวีซ่า ก็มีการโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

"การยกเลิกวีซ่าให้คนไทยของรัฐบาลไต้หวันถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งรัฐบาลเขาดูญี่ปุ่นเป็นต้นแบบเพราะหลังจากที่ญี่ปุ่นยกเลิกวีซ่าให้คนไทยปรากฏว่าคนไทยเดินทางไปเที่ยวในญี่ปุ่นมากขึ้น ดังนั้นไต้หวันเองก็หวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวไทยมาไต้หวันมากเช่นกัน เขาก็คาดหวังว่าใน 3 ปีข้างหน้าถ้ามีนักท่องเที่ยวไทยมาไต้หวัน 5 แสนคนคนก็พอใจแล้วและปีหน้าก็หวังว่าจะมีคนไทยมาไต้หวันถึง 2 แสนราย โดยพฤติกรรมการมาเที่ยวของคนไทยส่วนใหญ่ยังมาแบบกรุ๊ปทัวร์ แต่ในอนาคตจะมาแบบเดินทางเที่ยวด้วยตัวเอง(เอฟไอที)หรือแบ๊กแพคมากขึ้นเพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม"นายศิษฏิวัชร ชีวรัตนพร ที่ปรึกษาสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตามแม้นโยบายฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยว จะให้เฉพาะแค่ 1 ปีแต่ก็มีแนวโน้มว่าอาจจะขยายได้ เพราะก็ไม่ต่างจากญี่ปุ่น ที่เดิมก็ฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวไทย 1 ปี แต่พอครบก็ขยายต่อไปอีก 3 ปี

ทั้งหมดล้วนเปน็ ทศิ ทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกันที่เกิดขึ้นภายใต้การนำทีมของแอตต้าในครั้งนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,206 วันที่ 3 - 5 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline