
รถเช่าแข่งดุรับตลาดโต ทุกค่ายขยับทุ่มทุนซื้อรถ/ขยายสาขาดูดลูกค้าเพิ่ม
ผู้ประกอบการธุรกิจรถเช่าชี้ภาพรวมโตต่อเนื่อง พร้อมลงทุนขยายสาขาและเพิ่มจำนวนรองรับ แบรนด์“เฮิรทซ์”ควงคู่”ทริฟตี้”ทุ่ม 500 ล้านซื้อเพิ่ม 500 คันหวังครอบคลุมกลุ่มพรีเมียมและแมส มั่นใจสิ้นปีรายได้เข้าเป้า 520 ล้าน ด้าน “ชิคคาร์เร้นท์”ฟุ้งยอดบุ๊คกิ้งยาวยันปลายปี ขณะที่เอแซปน้องใหม่ในตลาดชูราคาพิเศษเริ่มต้น 500 บาท
นายศิริวัฒน์ ไหลสืบศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พารากอนคาร์เรนทัล จำกัด ผู้ให้บริการรถเช่าแบรนด์เฮิรทซ์ประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ในระยะนี้ธุรกิจรถเช่ามีการแข่งขันสูงขึ้น โดยมีผู้เล่นรายใหญ่จากเดิมที่มีจำนวน 6 – 7 ราย แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 10 ราย และเมื่อรวมกับโลคัลแบรนด์ที่กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆแล้วถือว่าตลาดนี้มีผู้เล่นอยู่เป็นจำนวนมาก และมีการนำเสนอราคาถูกเข้ามาเป็นกลยุทธ์หลัก ซึ่งผลดีจะตกที่ผู้บริโภคเพราะมีทางเลือกที่หลากหลาย
สำหรับเฮิรทซ์มีการใช้กลยุทธ์การตลาด โดยชูความน่าเชื่อถือของแบรนด์คุณภาพการให้บริการใช้รถใหม่ ราคาแข่งขันได้ในตลาด รวมไปถึงการเข้าร่วมงานอีเว้นท์ เพื่อออกบูธ และนำเสนอแคมเปญเพื่อเป็นการกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้า
[caption id="attachment_110747" align="aligncenter" width="253"]
รถเช่าแข่งดุรับตลาดโต ทุกค่ายขยับทุ่มทุนซื้อรถ/ขยายสาขาดูดลูกค้าเพิ่ม[/caption]
ปัจจุบันรถเช่าในพอร์ตของเฮิรทซ์มีจำนวน 1,100 คัน และในไตรมาส 4 จะเพิ่มรถเข้าพอร์ตอีก 500 คัน หรือคิดเป็นเงินลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ส่วนจำนวนสาขาที่เปิดให้บริการ 17 แห่ง และในปี 2560 คาดว่าจะเปิดสาขาเพิ่มอาทิ สนามบินอู่ตะเภา ชลบุรี ,นครศรีธรรมราช และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกหนึ่งแห่ง
นอกเหนือจากรถเช่าแบรนด์เฮิรทซ์แล้ว บริษัทยังมีอีกหนึ่งแบรนด์น้องใหม่คือทริฟตี้ที่เพิ่งเปิดตัวไปช่วงต้นปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ปัจจุบันมีจำนวนรถในพอร์ต 100 คัน และมี 5สาขา ได้แก่ภูเก็ต เชียงใหม่เชียงรายขอนแก่นและเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี
“รถเช่าของเฮิรทซ์จะมีอายุเฉลี่ยการใช้งาน 2.1ปี การบริการต่างๆของพนักงานจะมีการอบรมและมีการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ ส่วนราคาเริ่มต้นถ้าเป็นโลว์ซีซั่น จะมีตั้งแต่ 600 บาทเป็นต้นไป และหากเป็นช่วงไฮซีซั่น หรือเทศกาลก็จะเริ่มที่ 1,500 บาท ส่วนแบรนด์ทริฟตี้จะเน้นราคาที่ถูกกว่าเฮิรทซ์ อาทิ ช่วงโลว์ซีซั่น ราคาประมาณ 300 บาท หรือโดยเฉลี่ยราคาจะต่ำกว่าเฮิรทซ์ 15% และอายุรถที่จะให้บริการนั้นจะมากกว่าแบรนด์เฮิรทซ์ แต่รูปแบบการให้บริการจะอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน”
นายศิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า ภาพรวมของธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศยังเติบโต ส่งผลให้ธุรกิจรถเช่าเติบโตควบคู่ โดยบริษัทคาดว่ารายได้ของปี 2559 จะทำได้ 520 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไร 20 – 25 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 450 ล้านบาท
ด้านนายเกียรติ ตั้งตรงศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พระราม 3 กรุ๊ป ฮอนด้า จำกัด ผู้ให้บริการรถเช่าน้องใหม่แบรนด์ “ชิคคาร์เร้นท์ (Chic Car Rent) “เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำการซื้อรถเข้าพอร์ตในช่วงไตรมาสที่ 3 และประเมินว่าไตรมาสที่ 4 ภาพรวมธุรกิจรถเช่าทั้งระยะสั้นและระยะยาวจะยังคงมีผลการดำเนินงานได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้คือ 198 ล้านบาท หรือเติบโต 60% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าแบบระยะสั้นจะแบ่งออกเป็น 40% และ 60% เป็นลูกค้าระยะยาว ด้านลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการแบ่งออกเป็นคนไทย 40 % และต่างชาติ 60 % ขณะที่สาขาที่ให้บริการมีจำนวน 7 แห่งกระจายตามสนามบินในหัวเมืองหลัก และภายในช่วงไตรมาสแรกปี 2560 จะเปิดสาขาโซนตะวันออกเฉียงเหนือ 2 แห่ง และภาคใต้ 1 แห่ง
“เรายังมั่นใจในภาพรวมธุรกิจรถเช่าอยู่ เพราะยอดจองยาวไปจนถึงเดือน พฤศจิกายน แต่เบื้องต้นในระยะสั้นตลาดท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มคนไทยอาจจะมีผลกระทบเล็กน้อย ซึ่งเราก็เตรียมปรับแผนการเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาด ส่วนลูกค้าที่เช่ารถระยะยาวหรือมากกว่า 6 เดือนเป็นต้นไป กลุ่มนี้ไม่มีผลกระทบใดๆ”
ส่วนนางสาวณัฏฐิรา บุญใจ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด ผู้ให้บริการรถเช่าระยะสั้นแบรนด์ เอแซป(ASAP) เปิดเผยว่า ตลาดรถเช่ามีการขยายตัวค่อนข้างสูง โดยลูกค้ายังคงจองรถเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเอแซปมีจุดเด่นคือรถใหม่ ไมล์น้อย บริการดี และมีการทำราคาพิเศษในช่วงต่างๆ อาทิ เริ่มต้นที่ 500 -550 บาทสำหรับรถขนาดเล็ก อีโคคาร์ ขณะที่จำนวนรถบริการมีกว่า 200 คัน และภายในสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 500 คัน
“เราเป็นน้องใหม่ในผู้เล่นรถเช่าระยะสั้น แต่จริงๆแล้วเราอยู่ในวงการนี้มากว่า 12 ปีและมีรถให้บริการในพอร์ตมากกว่า 5,600 คัน และจนถึงสิ้นปีจะมี 7,000 คัน ซึ่งการมีรถในพอร์ตระยะยาวอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถขยับหรือปรับเปลี่ยนรถเข้ามารองรับกลุ่มระยะสั้น ในกรณีที่รถไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตามเมื่อเดือน กันยายน-ตุลาคม เราเพิ่งลงทุนกว่า 100 ล้านบาทเพื่อซื้อรถเข้ามาในพอร์ตระยะสั้น”
ปัจจุบันเอแซปมี 6 สาขาให้บริการตามสนามบินได้แก่ ดอนเมือง สุวรรณภูมิเชียงใหม่เชียงรายภูเก็ตหาดใหญ่ สงขลา และในปี 2560 จะเปิดเพิ่มในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และใต้ โดยคาดว่าจะเป็นที่จังหวัดอุบลราชธานี อุดรธานีขอนแก่นกระบี่และสุราษฎร์ธานี
ขณะที่บริษัท มาสเตอร์ไดรฟเวอร์แอนด์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย ) จำกัด (MDS) ในเครือ มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด ( เอ็มจีซี-เอเชีย) ก็มีการวางแผนเพื่อรองรับกับธุรกิจรถเช่าที่มีแนวโน้มเติบโต โดยบริษัทจะให้บริการรถเช่าพร้อมคนขับ ซึ่งจะมีการฝึกอบรมบุคลากรผ่านหลักสูตรด้านต่างๆจากศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมบุคลากร ภายใต้ มาสเตอร์ ออโตโมทีฟเทรนนิ่งเซ็นเตอร์ (MAT)ทั้งนี้เพื่อ ให้มีความเป็นมืออาชีพ และให้บริการในรูปแบบพรีเมียม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,205 วันที่ 30 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2559
นายศิริวัฒน์ ไหลสืบศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พารากอนคาร์เรนทัล จำกัด ผู้ให้บริการรถเช่าแบรนด์เฮิรทซ์ประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ในระยะนี้ธุรกิจรถเช่ามีการแข่งขันสูงขึ้น โดยมีผู้เล่นรายใหญ่จากเดิมที่มีจำนวน 6 – 7 ราย แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 10 ราย และเมื่อรวมกับโลคัลแบรนด์ที่กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆแล้วถือว่าตลาดนี้มีผู้เล่นอยู่เป็นจำนวนมาก และมีการนำเสนอราคาถูกเข้ามาเป็นกลยุทธ์หลัก ซึ่งผลดีจะตกที่ผู้บริโภคเพราะมีทางเลือกที่หลากหลาย
สำหรับเฮิรทซ์มีการใช้กลยุทธ์การตลาด โดยชูความน่าเชื่อถือของแบรนด์คุณภาพการให้บริการใช้รถใหม่ ราคาแข่งขันได้ในตลาด รวมไปถึงการเข้าร่วมงานอีเว้นท์ เพื่อออกบูธ และนำเสนอแคมเปญเพื่อเป็นการกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้า
[caption id="attachment_110747" align="aligncenter" width="253"]
ปัจจุบันรถเช่าในพอร์ตของเฮิรทซ์มีจำนวน 1,100 คัน และในไตรมาส 4 จะเพิ่มรถเข้าพอร์ตอีก 500 คัน หรือคิดเป็นเงินลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ส่วนจำนวนสาขาที่เปิดให้บริการ 17 แห่ง และในปี 2560 คาดว่าจะเปิดสาขาเพิ่มอาทิ สนามบินอู่ตะเภา ชลบุรี ,นครศรีธรรมราช และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกหนึ่งแห่ง
นอกเหนือจากรถเช่าแบรนด์เฮิรทซ์แล้ว บริษัทยังมีอีกหนึ่งแบรนด์น้องใหม่คือทริฟตี้ที่เพิ่งเปิดตัวไปช่วงต้นปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ปัจจุบันมีจำนวนรถในพอร์ต 100 คัน และมี 5สาขา ได้แก่ภูเก็ต เชียงใหม่เชียงรายขอนแก่นและเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี
“รถเช่าของเฮิรทซ์จะมีอายุเฉลี่ยการใช้งาน 2.1ปี การบริการต่างๆของพนักงานจะมีการอบรมและมีการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ ส่วนราคาเริ่มต้นถ้าเป็นโลว์ซีซั่น จะมีตั้งแต่ 600 บาทเป็นต้นไป และหากเป็นช่วงไฮซีซั่น หรือเทศกาลก็จะเริ่มที่ 1,500 บาท ส่วนแบรนด์ทริฟตี้จะเน้นราคาที่ถูกกว่าเฮิรทซ์ อาทิ ช่วงโลว์ซีซั่น ราคาประมาณ 300 บาท หรือโดยเฉลี่ยราคาจะต่ำกว่าเฮิรทซ์ 15% และอายุรถที่จะให้บริการนั้นจะมากกว่าแบรนด์เฮิรทซ์ แต่รูปแบบการให้บริการจะอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน”
นายศิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า ภาพรวมของธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศยังเติบโต ส่งผลให้ธุรกิจรถเช่าเติบโตควบคู่ โดยบริษัทคาดว่ารายได้ของปี 2559 จะทำได้ 520 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไร 20 – 25 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 450 ล้านบาท
ด้านนายเกียรติ ตั้งตรงศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พระราม 3 กรุ๊ป ฮอนด้า จำกัด ผู้ให้บริการรถเช่าน้องใหม่แบรนด์ “ชิคคาร์เร้นท์ (Chic Car Rent) “เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำการซื้อรถเข้าพอร์ตในช่วงไตรมาสที่ 3 และประเมินว่าไตรมาสที่ 4 ภาพรวมธุรกิจรถเช่าทั้งระยะสั้นและระยะยาวจะยังคงมีผลการดำเนินงานได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้คือ 198 ล้านบาท หรือเติบโต 60% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าแบบระยะสั้นจะแบ่งออกเป็น 40% และ 60% เป็นลูกค้าระยะยาว ด้านลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการแบ่งออกเป็นคนไทย 40 % และต่างชาติ 60 % ขณะที่สาขาที่ให้บริการมีจำนวน 7 แห่งกระจายตามสนามบินในหัวเมืองหลัก และภายในช่วงไตรมาสแรกปี 2560 จะเปิดสาขาโซนตะวันออกเฉียงเหนือ 2 แห่ง และภาคใต้ 1 แห่ง
“เรายังมั่นใจในภาพรวมธุรกิจรถเช่าอยู่ เพราะยอดจองยาวไปจนถึงเดือน พฤศจิกายน แต่เบื้องต้นในระยะสั้นตลาดท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มคนไทยอาจจะมีผลกระทบเล็กน้อย ซึ่งเราก็เตรียมปรับแผนการเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาด ส่วนลูกค้าที่เช่ารถระยะยาวหรือมากกว่า 6 เดือนเป็นต้นไป กลุ่มนี้ไม่มีผลกระทบใดๆ”
ส่วนนางสาวณัฏฐิรา บุญใจ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด ผู้ให้บริการรถเช่าระยะสั้นแบรนด์ เอแซป(ASAP) เปิดเผยว่า ตลาดรถเช่ามีการขยายตัวค่อนข้างสูง โดยลูกค้ายังคงจองรถเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเอแซปมีจุดเด่นคือรถใหม่ ไมล์น้อย บริการดี และมีการทำราคาพิเศษในช่วงต่างๆ อาทิ เริ่มต้นที่ 500 -550 บาทสำหรับรถขนาดเล็ก อีโคคาร์ ขณะที่จำนวนรถบริการมีกว่า 200 คัน และภายในสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 500 คัน
“เราเป็นน้องใหม่ในผู้เล่นรถเช่าระยะสั้น แต่จริงๆแล้วเราอยู่ในวงการนี้มากว่า 12 ปีและมีรถให้บริการในพอร์ตมากกว่า 5,600 คัน และจนถึงสิ้นปีจะมี 7,000 คัน ซึ่งการมีรถในพอร์ตระยะยาวอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถขยับหรือปรับเปลี่ยนรถเข้ามารองรับกลุ่มระยะสั้น ในกรณีที่รถไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตามเมื่อเดือน กันยายน-ตุลาคม เราเพิ่งลงทุนกว่า 100 ล้านบาทเพื่อซื้อรถเข้ามาในพอร์ตระยะสั้น”
ปัจจุบันเอแซปมี 6 สาขาให้บริการตามสนามบินได้แก่ ดอนเมือง สุวรรณภูมิเชียงใหม่เชียงรายภูเก็ตหาดใหญ่ สงขลา และในปี 2560 จะเปิดเพิ่มในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และใต้ โดยคาดว่าจะเป็นที่จังหวัดอุบลราชธานี อุดรธานีขอนแก่นกระบี่และสุราษฎร์ธานี
ขณะที่บริษัท มาสเตอร์ไดรฟเวอร์แอนด์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย ) จำกัด (MDS) ในเครือ มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด ( เอ็มจีซี-เอเชีย) ก็มีการวางแผนเพื่อรองรับกับธุรกิจรถเช่าที่มีแนวโน้มเติบโต โดยบริษัทจะให้บริการรถเช่าพร้อมคนขับ ซึ่งจะมีการฝึกอบรมบุคลากรผ่านหลักสูตรด้านต่างๆจากศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมบุคลากร ภายใต้ มาสเตอร์ ออโตโมทีฟเทรนนิ่งเซ็นเตอร์ (MAT)ทั้งนี้เพื่อ ให้มีความเป็นมืออาชีพ และให้บริการในรูปแบบพรีเมียม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,205 วันที่ 30 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2559






