thansettakij
thansettakij
แห่กู้นอนแบงก์โตสวนศก. แย่งลูกค้าธ.พาณิชย์สนองสินเชื่อส่วนบุคคล

แห่กู้นอนแบงก์โตสวนศก. แย่งลูกค้าธ.พาณิชย์สนองสินเชื่อส่วนบุคคล

13 ต.ค. 59 | 03:00 น.
นอนแบงก์แย่งแชร์ไฟแนนซ์ภูธร-แห่ขยายสาขา รุกตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล ชี้อัตราการเติบโตสูงแม้เศรษฐกิจยังชะลอตัวและธนาคารเข้มปล่อยกู้ ค่าย“กรุงศรี” ผนึกในเครือ ท้าชิงพอร์ตบ้านและรถ ด้าน“เงินติดล้อ” แจง 40-50% นำไปปิดหนี้นอกระบบลดภาระดอกเบี้ยสูงชูวงเงินขั้นตํ่า 5,000-10 ล้าน “เคทีซี” เผยยังเห็นสัญญาณโตไตรมาส 4 “อิออน” ยํ้าเฝ้าระวังลูกค้าโรงงาน-ผลพวงส่งออกเดี้ยง “สมหวัง”เพิ่มสาขาเป็น 150 แห่งสิ้นปี

แม้ธนาคารพาณิชย์จะคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ แต่ความต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นอนแบงก์) ที่พบว่ามีอัตราการเติบโตมากกว่าธนาคารพาณิชย์ สอดคล้องกับตัวเลขที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ประเมินไว้ตั้งแต่ต้นปีหลายค่ายนอนแบงก์จึงได้หันไปรุกตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลในต่างจังหวัด

 กรุงศรีฯแจงสิ้นปีโกย 1.3 แสนล.

ต่อเรื่องนี้นายแดน ฮาร์โซโน่ ประธานกลุ่มธุรกิจรายย่อยและลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (บมจ.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า แนวโน้มธุรกิจรายย่อยในช่วงไตรมาส 4 เป็นปกติที่มีอัตราการเติบโตสูงเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี โดยเฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิตที่เป็นฤดูกาลใช้จ่ายช่วงปลายปี ซึ่งกำลังซื้อจะมีทั้งในกทม.และต่างจังหวัด แม้ว่าในช่วงต้นปีต่างจังหวัดจะเจอปัญหาภัยแล้ง แต่จะเห็นว่ายังคงมีความต้องการสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การเติบโตจะขึ้นอยู่กับว่าธนาคารพาณิชย์ในระบบจะสามารถสนับสนุนสินเชื่อลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งในส่วนของบมจ.กรุงศรีอยุธยายังคงสนับสนุนลูกค้าต่อเนื่องทุกกลุ่ม

ที่ผ่านมาธุรกิจรายย่อยของธนาคารกรุงศรีอยุธยา พบว่าทั้งในส่วนของธนาคารและบริษัทในเครือ(บมจ.อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ลีส, บมจ.อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซสหรือเฟิร์สช้อยส์, บจ.เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส, บจ.บัตรกรุงศรีอยุธยา และบจ.เงินติดล้อ เป็นต้น) เติบโตได้ค่อนข้างดี แม้ว่าเศรษฐกิจจะค่อนข้างชะลอตัว แต่จะเห็นสินเชื่อเช่าซื้อมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์)อยู่ที่ 23% และอยู่ในกลุ่มท็อปของตลาด

"คาดว่าทั้งปีจะรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งปีแรกสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้ว 6.7 หมื่นล้านบาท ทั้งตลาดรถยนต์ใหม่, รถยนต์ใช้แล้ว และคาร์ฟอร์แคช ซึ่งภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัวหรือประมาณ 1.3 แสนล้านบาท"

ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยเติบโตโดยมีมาร์เก็ตแชร์สูงสุดอยู่ที่ 9% คิดเป็นยอดสินเชื่อปล่อยใหม่อยู่ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท หลังจากนี้คาดว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้เฉลี่ยอยู่ที่ 5,000-6,000 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเป็นตัวเลขสินเชื่อปล่อยใหม่ที่เติบโตได้ค่อนข้างดี ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลปัจจุบันมีมาร์เก็ตแชร์ที่ 27% ธุรกิจบัตรเครดิตภายใต้เครือบมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีมาร์เก็ตแชร์ 14% ทั้งนี้จากภาพรวมธุรกิจรายย่อยทุกผลิตภัณฑ์ทำได้ตามเป้าหมายหรือเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ตลอดจนสามารถควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อย่างมีประสิทธิภาพ คือ สินเชื่อเช่าซื้อจะอยู่ในระดับต่ำกว่า 2% ส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยต่ำกว่า 2.6%

 เงินติดล้อ ปล่อยขั้นต่ำ 5 พันบาท

เช่นเดียวกับนายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บจ.เงินติดล้อ กล่าวว่า ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลในกลุ่มนอนแบงก์ ภาพรวมหลายองค์กรขยายตัวเติบโตค่อนข้างดี โดยมีปัจจัยหลากหลาย อาทิ การขยายเครือข่ายหรือสาขาไปยังภูมิภาค ต่างจังหวัดเพื่อเพิ่มโอกาสลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการ

ขณะเดียวกันความต้องการสินเชื่อของลูกค้าแม้ว่าปีนี้ลูกค้าส่วนใหญ่จะมีความต้องการเข้ามาเป็นช่วงๆหรือระยะเวลา เห็นได้จากต้นปีหลายพื้นที่ตกอยู่ในสภาพแห้งแล้งบ้างขาดสภาพคล่อง แต่ปัจจุบันเมื่อมีฝนตกสภาพคล่องก็กลับมา สำหรับบริษัทเชื่อว่าทั้งปีจะสามารถเติบโตได้ 18-20% จากปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อรวมมีจำนวน 2 หมื่นล้านบาทแบ่งเป็นลูกค้าต่างจังหวัด 17,542 ล้านบาทเศษจำนวน 208,770รายและส่วนกลางกรุงเทพฯ 2,234 ล้านบาทเศษ จำนวน 45,829 ราย โดยสัดส่วนพอร์ตลูกหนี้คงเหลือแบ่งเป็นรถเก๋ง รถกระบะ 49% , รถบรรทุก รถแทรกเตอร์ 41% , รถจักรยานยนต์และสินเชื่อส่วนบุคคล 10%

"วัตถุประสงค์การขอสินเชื่อของลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเงินหมุนเวียน หรืออุบัติเหตุ โดยสัดส่วน 40-50% เป็นการใช้วงเงินเพื่อการปิดหนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยสูง ซึ่งเราจะให้วงเงินขั้นต่ำ 5,000 บาท หรือสูงสุด 10 ล้านบาทแต่เราเลือกปล่อยวงเงินให้เหมาะกับลูกค้าโดยรับผิดชอบต่อสังคมด้วย ขณะที่ไตรมาส 4 เรายังเน้นสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้คอนเซ็ปต์ ชีวิตหมุนต่อได้ ซึ่งสะท้อนมุมมองที่หวังดีกับลูกค้าและเป็นจุดขายที่เราแข่งกับไฟแนนซ์ท้องถิ่น"

อย่างไรก็ตาม วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาทนั้นจะเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ประเภทรถบรรทุกซึ่งมีสัดส่วน 10%ของรายลูกหนี้ที่มีอยู่ประมาณ 2.5 แสนราย แต่ปีนี้รถบรรทุกเติบโตช้า เพราะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยรวมสัญญาณผ่อนชำระชะลอในช่วงภัยแล้งแต่เริ่มดีขึ้นมา 1-2 เดือนที่ผ่านมาจึงต้องรอดูต่ออีกสักระยะ นายปิยะศักดิ์ กล่าว

 "เคทีซี" ชี้Q 4 ยังเห็นสัญญาณโต

ทางด้านนางสาวสุดาพร จันทร์วัฒนากุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจสินเชื่อบุคคล บมจ.บัตรกรุงไทย หรือเคทีซี กล่าวว่า แนวโน้มสินเชื่อส่วนบุคคลในไตรมาส 4 ยังคงเห็นอัตราการเติบโตอยู่ แต่การเติบโตในส่วนของนอนแบงก์จะขยายตัวมากกว่าธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นทิศทางมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยจะเห็นตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สะท้อนว่าสินเชื่อธนาคารพาณิชย์มีอัตราการเติบโตติดลบ ส่วนนอนแบงก์ยังขยายตัวได้ดี

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากธนาคารพาณิชย์เพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ขณะที่นอนแบงก์จะเน้นกลุ่มลูกค้าคนละกลุ่มกับธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินของนอนแบงก์จะมีนโยบายแตกต่างกัน ซึ่งในส่วนของเคทีซีไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเข้าถึงสินเชื่อแต่อย่างใด โดยยังคงพิจารณาสินเชื่อตามเครดิตสกอริ่งที่มีการคัดกรองเข้มงวด ทำให้ยอดการอนุมัติสินเชื่อยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ 30% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่ได้สูงมาก เนื่องจากบริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพสินเชื่อมากกว่าการเติบโตพอร์ตสินเชื่อ

 "อิออน"ชูคุมคุณภาพสินเชื่ออยู่หมัด

ส่วนนายนันทวัฒน์ โชติวิจิตร กรรมการ บมจ.ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) ผู้ให้บริการสินเชื่อบัตรเครดิต เงินกู้ และเช่าซื้อ ภายใต้ แบรนด์ "อิออน" กล่าวว่า สถานการณ์โดยรวมเศรษฐกิจไทยยังได้รับผลกระทบจากภาคส่งออกที่ยังคงติดลบ และภาระหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งยอมรับว่าบริษัทเฝ้าระวังลูกค้ากลุ่มโรงงานซึ่งอาจได้รับผลพวงจากภาคส่งออกที่หดตัวบางกลุ่ม แต่ทั้งปีคาดว่าสินเชื่อจะเติบโตได้ 2 หลักตามเป้า ส่วนการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อกลุ่มนอนแบงก์นั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากธนาคารพาณิชย์ปรับตัวเน้นลูกค้าที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ

สำหรับผลดำเนินงานสิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา(ประกาศเมื่อ 7 ต.ค.59) บริษัทมีลูกหนี้การค้ารวม 64,075 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 5.23% (31ส.ค.-29 ก.พ.59)แบ่งเป็น เงินให้กู้ยืม 35,028 ล้านบาท บัตรเครดิต 27,433 ล้านบาท และเช่าซื้อ 1,457 ล้านบาท โดยมียอดคงค้างของลูกหนี้บัตรเครดิต เช่าซื้อและเงินให้กู้ยืม รวม 3.6 ล้านรายเพิ่มขึ้น 0.65% จากเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาวงเงิน 66,333 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 5.32% เป็นลูกหนี้การค้าที่ได้มีการปรับโครงสร้างหนี้ 47,760 รายวงเงินเพียง 1,443 ล้านบาทและลูกหนี้การค้าที่ไม่ได้มีการปรับโครงสร้างหนี้ 3.6 ล้านรายวงเงิน 64,890 ล้านบาทสะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ลูกหนี้การค้ามีอายุต่ำกว่า 3 เดือน

ทั้งนี้ไตรมาส 2/59 บริษัทมีรายได้ 4,447ล้านบาทลดลง 0.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนแต่เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสที่แล้วมีรายได้ครึ่งปีแรก 8,776 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 2% ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อเงินกู้ 52%(สินเชื่อส่วนบุคคล 23% สินเชื่อแบบมีวัตถุประสงค์ 19% เช่น สินเชื่อเพื่อซื้อมือถือ ,สินค้าไอที,เครื่องใช้ไฟฟ้าและอื่นๆ) สินเชื่อบัตรเครดิต 37% รายได้อื่นๆ 9% รายได้สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์อีก 2% โดยมีค่าใช้จ่าย 3,728 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนและครึ่งปีมีค่าใช้จ่ายรวม 7,400ล้านบาทเพิ่มขึ้น 6% ส่งผลให้บริษัทบันทึกกำไรสุทธิไตรมาส 2 จำนวน 572 ล้านบาทลดลง21.75% และครึ่งปีแรก 1,088 ล้านบาทลดลง 13.30%

 "สมหวัง"ลั่นทั้งปีสินเชื่อเพิ่มกว่า 20%

นายศุภชัย บุญสิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทไฮเวย์ จำกัดซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มธนาคารทิสโก้หรือ "สมหวัง เงินสั่งได้" ระบุว่า บริษัทมีขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อที่รัดกุมอยู่แล้ว และให้บริการสินเชื่อที่มีหลักประกัน(จำนำทะเบียน) ภาพรวมของตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของสมหวัง เงินสั่งได้ มีการเติบโตในระดับที่ดีเช่นกัน และมั่นใจว่าสิ้นปีนี้สินเชื่อจะเติบโตตามเป้าที่วางไว้ โดยตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท ซึ่ง 8 เดือนที่ผ่านมา (ณ สิ้นเดือน ส.ค. 59) มีพอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ประมาณ 6,500 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนการขยายสาขาให้ครอบคลุมและเข้าถึงลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยในสิ้นปีนี้จะมีสาขาเพิ่มเป็น 150 สาขา จากปัจจุบันมีสาขาอยู่ทั้งสิ้นกว่า 120 สาขา

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,200 วันที่ 13 - 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline