
‘เนชั่น’ ป่วนกรรมการถูกแบล็กลิสต์ คดีแพ่งจบแต่คดีอาญายังคาศาล
นายชาลี ดิษฐลักษณ ผู้ถือหุ้นรายย่อยบริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย จำกัด(มหาชน)หรือ NMG และเป็นทีมนายให้นายศิริธัช โรจนพฤกษ์ ผู้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีอาญานายสุทธิชัย แซ่หยุ่น กับพวก กล่าวกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า การกล่าวอ้างคำพิพากษาศาลจังหวัดพระโขนงในคดีแพ่ง ที่ให้ยกฟ้องนายสุทธิชัย หยุ่น กับพวกรวม 8 คน จะยกมาอ้างว่ากรรมการเนชั่นพ้นผิดนั้นยังไม่ได้ เพราะศาลแพ่งพิพากษาว่า การประชุมเมื่อ 29 เมษายน 2558 เป็นโมฆะ และให้นายณิทธิมน หัสดิน ณ อยุธยา จำเลยที่ 1 ชดใช้สินไหมทดแทนให้ NMG 9.87 แสนบาท ส่วนจำเลยที่เหลือ ฝ่ายโจทก์ยังสืบไม่ได้ว่าจำเลยคนอื่น ๆ (อีก 8คน) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการห้ามผู้ถือหุ้นเข้าประชุม จึงพิพากษายกฟ้อง ซึ่งมั่นใจว่าทนายโจทก์จะเพื่อต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อ
ที่สำคัญคำสั่งของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ที่ชี้ว่า นายสุทธิชัย กับพวก มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหารของ NMG เป็นกรณีสืบเนื่องจากที่ก.ล.ต.กล่าวโทษให้ดำเนินคดีอาญานายณิทธิมน ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมวันนั้น ประกอบกับนายศิริธัช ผู้ถือหุ้นที่ได้รับความเสียหายจากการถูกกีดกันไม่ให้เข้าประชุม ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กระทั่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องเป็นคดีอาญาต่อศาลอาญาพระนครใต้ เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2573/2559 ซึ่งศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 21 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ การยกคำพิพากษาศาลแพ่งมาอ้างจึงเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงในส่วนโทษของตน ทั้งที่ไม่ได้มีผลต่อคำสั่งของก.ล.ต.แต่อย่างใด จึงเป็นการอำพรางความผิดของตนเท่านั้น โดยที่มีหลักว่า การวินิจฉัยคดีแพ่งจะต้องถือข้อเท็จจริงจากคดีอาญาเป็นหลัก ขณะที่คดีทางแพ่งจะไม่ผูกพันหรือกระทบกับคดีอื่นแต่อย่างใด
นายชาลีกล่าวอีกว่า การห้ามผู้ถือหุ้นอื่นเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี 2558 ของนายสุทธิชัย แซ่หยุ่น กับพวกดังกล่าว ส่งผลให้มีการกระทำผิดอาญาต่อมาอีกหลายกรรมต่างวาระกัน เมื่อศาลแพ่งพิพากษาว่า การประชุมดังกล่าวตกเป็นโมฆะ การกระทำต่าง ๆ เช่น การจ่ายเงินปันผล การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ และอื่น ๆ ทั้งหมด ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกัน ถือเป็นการกระทำความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ มาตรา 281 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า กรรมการหรือผู้บริหารบริษัทผู้ใดไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบระมัดระวัง และด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย หรือทำให้ตนเองและผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการฝ่าฝืน หรือไม่ปฎิบัติหน้าที่ดังกล่าวโทษทุจริต ซึ่งในส่วนนี้ตนและผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่น ๆ จะแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญาอีกต่อไปในเร็ว ๆ นี้
ส่วนกรณีที่นายสุทธิชัยโอดครวญว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำสั่งก.ล.ต.ให้พ้นตำแหน่งครั้งนี้นั้น ที่ผ่านมาเพียงแค่ก.ล.ต.กล่าวโทษผู้บริหารรายใดต่อพนักงานสอบสวน ก็จะสั่งห้ามดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารในบริษัทไว้ก่อนทันที แต่ในกรณีนี้ผู้ถือหุ้นรายย่อยที่เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ผ่านกระบวนการถึงชั้นที่พนักงานอัยการส่งสำนวนขึ้นฟ้องศาลอาญา ซึ่งศาลได้ประทับรับฟ้องแล้ว กรณีจึงมีความร้ายแรงยิ่งกว่า คำสั่งก.ล.ต.ดังกล่าวจึงชอบแล้ว
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมาย SP หุ้นบมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น (NBC) ,บมจ.เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ (NINE) และบมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) ตั้งแต่การซื้อขายรอบบ่ายวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา หลังจากได้ขึ้นเครื่องหมาย H หุ้นทั้ง 3 บริษัทตั้งแต่ภาคเช้า ขณะที่ทั้ง 3 บริษัทยังไม่ได้ชี้แจงข้อมูลใดมายังตลท. ต่อกรณี ก.ล.ต. เปิดเผยรายชื่อบุคคลจำนวน 8 รายที่มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัท ซึ่งจะกระทบต่อการดำเนินงานและการจัดการของ NMG NBC และ NINE อย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยรายชื่อบุคคล 8 ราย ซึ่งประกอบด้วย นายปกรณ์ บริมาสพร ,นายเชวง จริยะพิสุทธิ์ ,นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ , นางสาวเขมกร วชิรวราการ , นายพนา จันทรวิโรจน์ ,นางสาวดวงกมล โชตะนา ,นายเสริมสิน สมะลาภา และนายสุทธิชัย แซ่หยุ่น มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหาร ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2559 สืบเนื่องจากพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องกรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดในการประชุมผู้ถือหุ้น
โดยบุคคลทั้ง 8 รายจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนใด ๆ ตลอดระยะเวลาที่ถูกดำเนินคดี ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ติดต่อประสานงานให้ NMG NBC และ NINE ชี้แจงการดำเนินการของบริษัทต่อกรณีดังกล่าวและผลกระทบต่อบริษัท แต่ NMG NBC และ NINE ยังไม่สามารถชี้แจงสารสนเทศมายังตลาดหลักทรัพย์ฯ
ด้านผู้บริหารNMG ได้เปิดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา เผยกรณีก.ล.ต.แบล็คลิสต์ 8 กรรมการกระทบธุรกิจหยุดชะงัก เตรียมยื่นอุทธรณ์
นอกจากนี้ ยังระบุว่าการประกาศการขาดคุณสมบัติกรรมการยกชุด ยังส่งผลกระทบต่อการประกอบกิจการของเนชั่นกรุ๊ปโดยตรงทั้งในเรื่องของเครดิตและสินเชื่อจากธนาคารการดำเนินธุรกิจปกติที่ต้องหยุดชะงักสร้างความเสียหายต่อเนื่องต่อธุรกิจของกลุ่มบริษัท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,199 วันที่ 9 - 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559
ที่สำคัญคำสั่งของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ที่ชี้ว่า นายสุทธิชัย กับพวก มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหารของ NMG เป็นกรณีสืบเนื่องจากที่ก.ล.ต.กล่าวโทษให้ดำเนินคดีอาญานายณิทธิมน ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมวันนั้น ประกอบกับนายศิริธัช ผู้ถือหุ้นที่ได้รับความเสียหายจากการถูกกีดกันไม่ให้เข้าประชุม ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กระทั่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องเป็นคดีอาญาต่อศาลอาญาพระนครใต้ เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2573/2559 ซึ่งศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 21 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ การยกคำพิพากษาศาลแพ่งมาอ้างจึงเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงในส่วนโทษของตน ทั้งที่ไม่ได้มีผลต่อคำสั่งของก.ล.ต.แต่อย่างใด จึงเป็นการอำพรางความผิดของตนเท่านั้น โดยที่มีหลักว่า การวินิจฉัยคดีแพ่งจะต้องถือข้อเท็จจริงจากคดีอาญาเป็นหลัก ขณะที่คดีทางแพ่งจะไม่ผูกพันหรือกระทบกับคดีอื่นแต่อย่างใด
นายชาลีกล่าวอีกว่า การห้ามผู้ถือหุ้นอื่นเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี 2558 ของนายสุทธิชัย แซ่หยุ่น กับพวกดังกล่าว ส่งผลให้มีการกระทำผิดอาญาต่อมาอีกหลายกรรมต่างวาระกัน เมื่อศาลแพ่งพิพากษาว่า การประชุมดังกล่าวตกเป็นโมฆะ การกระทำต่าง ๆ เช่น การจ่ายเงินปันผล การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ และอื่น ๆ ทั้งหมด ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกัน ถือเป็นการกระทำความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ มาตรา 281 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า กรรมการหรือผู้บริหารบริษัทผู้ใดไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบระมัดระวัง และด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย หรือทำให้ตนเองและผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการฝ่าฝืน หรือไม่ปฎิบัติหน้าที่ดังกล่าวโทษทุจริต ซึ่งในส่วนนี้ตนและผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่น ๆ จะแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญาอีกต่อไปในเร็ว ๆ นี้
ส่วนกรณีที่นายสุทธิชัยโอดครวญว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำสั่งก.ล.ต.ให้พ้นตำแหน่งครั้งนี้นั้น ที่ผ่านมาเพียงแค่ก.ล.ต.กล่าวโทษผู้บริหารรายใดต่อพนักงานสอบสวน ก็จะสั่งห้ามดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารในบริษัทไว้ก่อนทันที แต่ในกรณีนี้ผู้ถือหุ้นรายย่อยที่เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ผ่านกระบวนการถึงชั้นที่พนักงานอัยการส่งสำนวนขึ้นฟ้องศาลอาญา ซึ่งศาลได้ประทับรับฟ้องแล้ว กรณีจึงมีความร้ายแรงยิ่งกว่า คำสั่งก.ล.ต.ดังกล่าวจึงชอบแล้ว
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมาย SP หุ้นบมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น (NBC) ,บมจ.เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ (NINE) และบมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) ตั้งแต่การซื้อขายรอบบ่ายวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา หลังจากได้ขึ้นเครื่องหมาย H หุ้นทั้ง 3 บริษัทตั้งแต่ภาคเช้า ขณะที่ทั้ง 3 บริษัทยังไม่ได้ชี้แจงข้อมูลใดมายังตลท. ต่อกรณี ก.ล.ต. เปิดเผยรายชื่อบุคคลจำนวน 8 รายที่มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัท ซึ่งจะกระทบต่อการดำเนินงานและการจัดการของ NMG NBC และ NINE อย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยรายชื่อบุคคล 8 ราย ซึ่งประกอบด้วย นายปกรณ์ บริมาสพร ,นายเชวง จริยะพิสุทธิ์ ,นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ , นางสาวเขมกร วชิรวราการ , นายพนา จันทรวิโรจน์ ,นางสาวดวงกมล โชตะนา ,นายเสริมสิน สมะลาภา และนายสุทธิชัย แซ่หยุ่น มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหาร ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2559 สืบเนื่องจากพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องกรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดในการประชุมผู้ถือหุ้น
โดยบุคคลทั้ง 8 รายจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนใด ๆ ตลอดระยะเวลาที่ถูกดำเนินคดี ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ติดต่อประสานงานให้ NMG NBC และ NINE ชี้แจงการดำเนินการของบริษัทต่อกรณีดังกล่าวและผลกระทบต่อบริษัท แต่ NMG NBC และ NINE ยังไม่สามารถชี้แจงสารสนเทศมายังตลาดหลักทรัพย์ฯ
ด้านผู้บริหารNMG ได้เปิดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา เผยกรณีก.ล.ต.แบล็คลิสต์ 8 กรรมการกระทบธุรกิจหยุดชะงัก เตรียมยื่นอุทธรณ์
นอกจากนี้ ยังระบุว่าการประกาศการขาดคุณสมบัติกรรมการยกชุด ยังส่งผลกระทบต่อการประกอบกิจการของเนชั่นกรุ๊ปโดยตรงทั้งในเรื่องของเครดิตและสินเชื่อจากธนาคารการดำเนินธุรกิจปกติที่ต้องหยุดชะงักสร้างความเสียหายต่อเนื่องต่อธุรกิจของกลุ่มบริษัท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,199 วันที่ 9 - 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559






