thansettakij
thansettakij
บ๊อชยกไทยฐานผลิตยานยนต์อาเซียน

บ๊อชยกไทยฐานผลิตยานยนต์อาเซียน

16 ต.ค. 59 | 08:00 น.
บ๊อชมั่นใจฐานผลิตไทยเป็นศูนย์กลางยานยนต์อาเซียน พร้อมทุ่มทุนกว่า 43 ล้านยูโร ผุดโรงงานผลิตระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงแก๊สโซลีนแห่งแรกในอาเซียน คาดแล้วเสร็จปี 60 ทั้งเล็งตั้งศูนย์R&Dแห่งใหม่ มั่นใจสิ้นปีโต 2 หลัก

นาย ปีเตอร์ ทีโรลเลอร์ ประธานกรรมการบริหาร โรเบิร์ต บ๊อช เอเชีย แปซิฟิค ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนลงทุนประมาณ 1.2 พันล้านยูโรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่ง 1 ใน 4 ของการลงทุนของบ๊อชนับตั้งแต่ปี 2556 อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และประเมินว่าภายในปี 2566 การผลิตยานยนต์ในอาเซียนจะใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก

“ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาทำได้ 70.6 พันล้านยูโร และเมื่อแบ่งออกมาเป็นเฉพาะตลาดเอเชียแปซิฟิกพบว่าทำได้ 19.2 พันล้านยูโร คิดเป็น 27%ของยอดขายบ๊อชทั้งหมด ซึ่งจากการศึกษาและวิเคราะห์จะพบว่าตลาดในภูมิภาคนี้มีศักยภาพในการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะเมื่อดูจากจีดีพีของประเทศต่างๆมีแนวโน้มเติบโต เป็นผลมาจากรายได้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ของภูมิภาคนี้ภายในปี 2020 จะทำได้กว่า 2 พันล้านยูโร ”

สำหรับประเทศไทยถือเป็นตลาดเกิดใหม่ และมีนโยบายจากภาครัฐที่สนับสนุนในโครงการต่างๆ อาทิ อินดัสตรี 4.0 ซึ่งบริษัทได้ให้ความสำคัญกับไทยในฐานะที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของอาเซียน ล่าสุดได้เตรียมลงทุนกว่า 43 ล้านยูโร เพื่อสร้างโรงงานผลิตระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงแก๊สโซลีนเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์น ซีบอร์ด จังหวัดระยอง โดยจะเริ่มเดินสายการผลิตช่วงกลางปี 2560 มีกำลังการผลิต 1 ล้านเครื่องต่อปี ซึ่งจะช่วยสร้างงานกว่า 800 ตำแหน่ง นอกจากนั้นแล้วมีแผนที่จะจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา(R&D) แห่งใหม่ เพื่อพัฒนาระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงแก๊สโซลีน

“การขยายโรงงานผลิตในประเทศไทย เพื่อรองรับกับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศและในภูมิภาค โดยโรงงานผลิตแก๊สโซลีนแห่งนี้จะมีทั้งการวิจัย ,พัฒนา ,ทดสอบ และผลิตส่วนประกอบต่างๆของระบบฉีดเชื้อเพลิง”

นายทีโรลเลอร์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานของบ๊อชในไทย คาดว่าปี 2559 ยังคงเติบโต 2 หลัก ส่วนในปี 2558 ทำยอดขายได้ 285 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 22 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยคิดเป็นมูลค่ายอดขายสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกเหนือจากแนวโน้มการเติบโตในกลุ่มยานยนต์แล้ว บริษัทยังประเมินว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศเกิดใหม่ มีความต้องการด้านเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่ทันสมัย ดังจะเห็นจากโครงการต่างๆอาทิ สมาร์ท ซิตี ,สมาร์ทโฮม ขณะที่ประเทศไทยที่นำโดยภาครัฐมีการสนับสนุนอินดัสตรี 4.0 ,เศรษฐกิจดิจิตอล ซึ่งบ๊อชได้มีการพัฒนาธุรกิจที่เรียกว่า อินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงก์ (IoT)ที่คาดว่าจะเข้ามามีบทบาทในอนาคต

“เรามีการพัฒนาอินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงก์ ขึ้นมาเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งลงทุนสูงมาก และมีการจ้างงานซอฟต์แวร์ เอนจิเนียริงกว่า 5 หมื่นราย”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,199 วันที่ 9 - 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline