thansettakij
thansettakij
DBเจรจาก.ยุติธรรมสหรัฐฯ ขอลดค่าปรับขณะเดินหน้าลดต้นทุน ปลดพนง.หลายพันคน

DBเจรจาก.ยุติธรรมสหรัฐฯ ขอลดค่าปรับขณะเดินหน้าลดต้นทุน ปลดพนง.หลายพันคน

09 ต.ค. 59 | 10:00 น.
ดอยช์แบงก์ ธนาคารใหญ่ที่สุดของเยอรมนี เดินหน้าหั่นต้นทุนการดำเนินงานหลังประสบวิกฤติความน่าเชื่อถือและถูกฟ้องเรียกค่าปรับกว่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ทำให้ราคาหุ้นดำดิ่ง ซึ่งหลังจากทางธนาคารบรรลุข้อตกลงกับตัวแทนแรงงานได้แล้ว ก็จะปลดพนักงานในเยอรมนีออก 1,000 คนตามเป้าเดิมที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

หลังตกเป็นข่าวถูกปรับเงินก้อนมหาศาลจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา (DOJ) กรณีเกี่ยวเนื่องกับวิกฤติซับไพรม์เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ดอยช์แบงก์ต้องเผชิญกับภาวะราคาหุ้นร่วงรูด ลูกค้าส่วนหนึ่งถอนกองทุนออก และนักลงทุนก็พากันตั้งคำถามเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของบริษัทว่ายังแข็งแกร่งอยู่หรือไม่ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นายจอห์น ไครอัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดอยช์แบงก์ หรือ DB ก็ได้ทำข้อตกลงกับสภาการแรงงานเพื่อที่จะขอปลดพนักงานที่ทำงานเต็มเวลาออกจำนวนทั้งสิ้น 3,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงพนักงาน 2,500 คนที่ดูแลพอร์ทการลงทุนของลูกค้าในกลุ่มผู้ลงทุนส่วนบุคคลและผู้ลงทุนที่เป็นองค์กรธุรกิจ เป้าหมายเพื่อลดต้นทุนและสร้างผลประกอบการที่ทำกำไรเพื่อเรียกความมั่นใจของนักลงทุนกลับคืนมา

ภายใต้แผนพลิกฟื้นสถานการณ์ของบริษัท ไครอันประกาศเมื่อเดือนตุลาคม 2558 ว่าเขามีเป้าหมายลดจำนวนพนักงาน 9,000 คน หรือประมาณ 9% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดของ DB ทั่วโลก ในจำนวนนี้จะเป็นพนักงานในเยอรมนี 4,000 คน นายแดเนียล เรกลี นักวิเคราะห์จากบริษัท เมนเฟิร์สท์ ให้ความเห็นว่า ดอยช์แบงก์มีสิ่งที่เป็นความท้าทาย 2 เรื่อง ความท้าทายแรกคือ ธนาคารจำเป็นต้องเพิ่มเงินทุนหมุนเวียน และความท้าทายที่ 2 ก็คือ จะต้องมีการปรับรูปแบบธุรกิจควบคู่ไปกับการเพิ่มผลกำไร ซึ่งหนทางที่จะทำให้ได้เช่นนั้นก็คือการปรับลดต้นทุนการดำเนินการลงมา ดังนั้น การที่ดอยช์แบงก์สามารถทำข้อตกลงกับสภาการแรงงานเรื่องการปลดพนักงานได้ จึงเป็นเพียงก้าวเล็กๆที่ทำได้คืบหน้า

นับจากต้นปีมานี้ มูลค่าตลาดของดอยช์แบงก์ลดลงมาแล้วเกือบครึ่งทำให้ผู้บริหารของธนาคารพยายามทำทุกวิถีทางที่จะดันราคาหุ้นที่ร่วงรูดให้กับฟื้นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ราคาหุ้น DB รูดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนกันยายนที่ผ่านมาเมื่อถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯเรียกปรับ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์หรือกว่า 4.9 แสนล้านบาทเพื่อยุติคดีความที่ DB จำหน่ายตราสารหนี้ที่มีสัญญาจดจำนองค้ำประกันซึ่งนำไปสู่วิกฤติสถาบันการเงินในปี 2551 เงินค่าปรับจำนวนดังกล่าวสูงกว่างบที่ DB ตั้งไว้สำหรับสู้คดีความมากกว่า 2 เท่าตัว ผู้บริหารของ DB เปิดเผยกับสื่อเยอรมันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ทางธนาคารไม่มีแผนจะเพิ่มทุนและไม่ได้ขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเยอรมันด้วย ข่าวอีกด้านหนึ่งระบุว่า DB กำลังเจรจารอมชอมเพื่อยุติคดีความกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯซึ่งอาจได้รับลดหย่อนค่าปรับมาอยู่ที่ระดับ 5.4 พันล้านดอลลาร์

ในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับประเทศไทยนั้น นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าตามที่มีข่าวว่าธนาคารดอยช์แบงก์ (DB) ถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เรียกค่าปรับจากกรณีวิกฤติซับไพรม์ (Sub Prime) ที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2008 เป็นจำนวนสูงถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จนส่งผลให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น และราคาหุ้นของ DB ตกลงอย่างมากทั้งในตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา นั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้พิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดกับระบบสถาบันการเงินไทยแล้วพบว่า ธุรกรรมที่ DB ทำกับธนาคารพาณิชย์ไทย ส่วนใหญ่เป็นการทำธุรกรรมเพื่อให้สภาพคล่องเงินตราต่างประเทศ โดยเป็นตราสารอนุพันธ์ที่ไม่ซ้ำซ้อน และหาก DB ประสบปัญหา รายการเหล่านั้นมีข้อตกลงที่ต้องวางหลักประกันเพื่อจำกัดความเสียหายต่อคู่สัญญา

อนึ่ง จากการที่ธปท.ได้ประสานงานหารือกับธนาคารกลางแห่งยุโรป (European Central Bank: ECB) ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล DB โดยตรง สรุปได้ว่า ฐานะและสภาพคล่องของ DB ยังไม่น่าเป็นห่วง เพียงแต่รายได้อาจไม่เป็นไปตามแผน โดย DB ยังคงมีสภาพคล่องในระดับสูง และเห็นว่ามีความเป็นไปได้ว่าค่าปรับที่ DB จะต้องจ่ายให้กับ DOJ จะไม่สูงเท่าตัวเลขที่เป็นข่าวและน่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับกรณีของธนาคารอื่นที่เคยถูกปรับมาแล้ว ในช่วงนี้ธปท. จึงจะได้มีการติดตามสถานการณ์ของ DB จาก ECB ให้ถี่และใกล้ชิดมากขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,198 วันที่ 6 - 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline