
อูเบอร์รุกบริการส่งอาหาร เปิดตัวเพิ่ม 4 เมืองใหญ่พร้อมจ่อบุก 22 ประเทศเร็วๆ นี้
อูเบอร์ เดินหน้ารุกขยายบริการส่งอาหารเพิ่มอีก 4 เมืองในยุโรป ตะวันออกกลาง เอเชีย และแอฟริกา พร้อมส่งสัญญาณขยายตลาดเพิ่มเติมในอีก 22 ประเทศ ด้วยการประกาศรับสมัครพนักงานหลายตำแหน่ง
อูเบอร์ เทคโนโลยี ผู้ให้บริการเรียกรถแท็กซี่จากสหรัฐอเมริกา ประกาศขยายบริการจัดส่งอาหาร "อูเบอร์อีตส์" (UberEats) ในอีก 4 เมืองทั่วโลกในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โยฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ และบางส่วนของโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ อูเบอร์กล่าวว่ามีแผนจะขยายบริการไปที่เมืองบรัสเซลส์ สตอกโฮล์ม ฮ่องกง ไทเป จาการ์ตา รวมถึงกรุงเทพมหานครในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า
สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า จากประกาศรับสมัครงานบนเว็บไซต์อูเบอร์และเว็บไซต์จัดหางานหลายแห่ง พบว่าอูเบอร์อีตส์มีการประกาศรับสมัครพนักงาน 150 ตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับผู้จัดการทั่วไป พนักงานขาย ไปจนถึงเจ้าหน้าที่จัดส่งอาหาร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอูเบอร์มีแผนจะนำธุรกิจดังกล่าวรุกเข้าไปในอีก 22 ประเทศทั่วโลกในอนาคตอันใกล้ โดยที่ผ่านมาอูเบอร์อีตส์เปิดให้บริการอยู่ใน 6 ประเทศ คือ สหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย สิงคโปร์ อังกฤษ และฝรั่งเศส
"มีโมเมนตัมอยู่มากสำหรับอูเบอร์อีตส์ เรากำลังลงทุนในธุรกิจส่วนนี้ และผมคิดว่ามันเป็นหนึ่งในธุรกิจที่อูเบอร์จะให้ความสำคัญที่สุด" ไซมอน รอสซี ผู้จัดการทั่วไป อูเบอร์อีตส์ เอเชีย แปซิฟิก ให้ความเห็น
ปัจจุบันมีผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจจัดส่งอาหารอยู่ในยุโรปเป็นจำนวนมาก อาทิ จัสต์อีต (Just Eat) จากอังกฤษ เดลิเวอรี ฮีโร่ (Delivery Hero) สัญชาติเยอรมัน และเว็บไซต์ Takeaway.com จากเนเธอร์แลนด์ โดยบริษัทเหล่านี้อาศัยความสัมพันธ์กับผู้ประกอบการในท้องถิ่น การจัดตั้งฐานลูกค้า และเครือข่ายร้านอาหารที่ครอบคลุมเป็นจุดแข็ง พร้อมกับเสริมความเข้มแข็งด้วยการด้วยการระดมทุน และควบรวมสินทรัพย์ เพื่อเตรียมรับมือจากการแข่งขันจากผู้เล่นต่างชาติอย่างอูเบอร์และอเมซอนที่รุกเข้าสู่ธุรกิจส่งอาหารมากขึ้น
จัสต์อีตขายธุรกิจในเบเนลักซ์ให้กับ Takeaway.com เมื่อช่วงต้นปีนี้เป็นมูลค่า 22.5 ล้านยูโร ขณะที่ในทางกลับกัน Takeaway.com ขายสินทรัพย์ในอังกฤษให้กับจัสต์อีต ทั้งนี้ จัสต์อีตคาดหมายว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 50% ในปีนี้ และได้มีการจับมือกับร้านอาหาร 66,000 แห่งเพื่อรองรับกับการเติบโตในอนาคต
ด้านนิคลาส เอิสต์เบิร์ก ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเดลิเวอรี ฮีโร่ กล่าวว่า บริษัทของตนได้ก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งผู้นำใน 28 ประเทศทั่วโลก โดยมีการเซ็นสัญญาร่วมกับร้านอาหารร่วม 3 แสนแห่ง ทั้งในเอเชีย ยุโรป และลาตินอเมริกา รวมถึงมีการควบรวมกิจการกับคู่แข่งท้องถิ่น แลกเปลี่ยนสินทรัพย์ และถอนธุรกิจออกมาจากตลาดที่ยากลำบาก เช่น จีน และรัสเซีย
นีล แคมพลิง หัวหน้าฝ่ายวิจัยธุรกิจเทคโนโลยีจากบริษัทจัดการกองทุน นอร์เธิร์น ทรัสต์ แคปิตอล มาร์เก็ตส์ ให้ความเห็นว่า ผู้เล่นจำนวนมากที่อยู่ในตลาดเป็นผู้เล่นรายย่อย ซึ่งจะมีปัญหาในการแข่งขันกับบริษัทที่มีโครงข่ายโลจิสติกส์ที่เหนือกว่า
เมื่อต้นเดือนกันยายน อเมซอนได้ขยายธุรกิจจัดส่งอาหารของตนเอง อเมซอน เรสเตอรองต์ส (Amazon Restaurants) เข้ามาสู่ลอนดอนเป็นตลาดต่างประเทศแห่งแรก หลังจากอเมซอนเปิดให้บริการดังกล่าวอยู่ใน 11 เมืองในสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางรายมองว่า ในขณะที่อูเบอร์มีโอกาสเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาด แต่ก็อาจจะเผชิญกับความท้าทาย โดยร้านอาหารหลายแห่งลังเลใจที่จะเปิดรับคำสั่งออร์เดอร์ดีลิเวอรีเพิ่มเติม โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนที่ต้องให้บริการลูกค้าในร้านเป็นหลัก ขณะที่ร้านอาหารส่วนหนึ่ง เช่น เชนร้านพิซซ่า มีบริการส่งอาหารของตนเองโดยไม่ต้องการให้ผู้เล่นอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่เข้ามา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,197 วันที่ 2 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559
อูเบอร์ เทคโนโลยี ผู้ให้บริการเรียกรถแท็กซี่จากสหรัฐอเมริกา ประกาศขยายบริการจัดส่งอาหาร "อูเบอร์อีตส์" (UberEats) ในอีก 4 เมืองทั่วโลกในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โยฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ และบางส่วนของโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ อูเบอร์กล่าวว่ามีแผนจะขยายบริการไปที่เมืองบรัสเซลส์ สตอกโฮล์ม ฮ่องกง ไทเป จาการ์ตา รวมถึงกรุงเทพมหานครในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า
สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า จากประกาศรับสมัครงานบนเว็บไซต์อูเบอร์และเว็บไซต์จัดหางานหลายแห่ง พบว่าอูเบอร์อีตส์มีการประกาศรับสมัครพนักงาน 150 ตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับผู้จัดการทั่วไป พนักงานขาย ไปจนถึงเจ้าหน้าที่จัดส่งอาหาร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอูเบอร์มีแผนจะนำธุรกิจดังกล่าวรุกเข้าไปในอีก 22 ประเทศทั่วโลกในอนาคตอันใกล้ โดยที่ผ่านมาอูเบอร์อีตส์เปิดให้บริการอยู่ใน 6 ประเทศ คือ สหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย สิงคโปร์ อังกฤษ และฝรั่งเศส
"มีโมเมนตัมอยู่มากสำหรับอูเบอร์อีตส์ เรากำลังลงทุนในธุรกิจส่วนนี้ และผมคิดว่ามันเป็นหนึ่งในธุรกิจที่อูเบอร์จะให้ความสำคัญที่สุด" ไซมอน รอสซี ผู้จัดการทั่วไป อูเบอร์อีตส์ เอเชีย แปซิฟิก ให้ความเห็น
ปัจจุบันมีผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจจัดส่งอาหารอยู่ในยุโรปเป็นจำนวนมาก อาทิ จัสต์อีต (Just Eat) จากอังกฤษ เดลิเวอรี ฮีโร่ (Delivery Hero) สัญชาติเยอรมัน และเว็บไซต์ Takeaway.com จากเนเธอร์แลนด์ โดยบริษัทเหล่านี้อาศัยความสัมพันธ์กับผู้ประกอบการในท้องถิ่น การจัดตั้งฐานลูกค้า และเครือข่ายร้านอาหารที่ครอบคลุมเป็นจุดแข็ง พร้อมกับเสริมความเข้มแข็งด้วยการด้วยการระดมทุน และควบรวมสินทรัพย์ เพื่อเตรียมรับมือจากการแข่งขันจากผู้เล่นต่างชาติอย่างอูเบอร์และอเมซอนที่รุกเข้าสู่ธุรกิจส่งอาหารมากขึ้น
จัสต์อีตขายธุรกิจในเบเนลักซ์ให้กับ Takeaway.com เมื่อช่วงต้นปีนี้เป็นมูลค่า 22.5 ล้านยูโร ขณะที่ในทางกลับกัน Takeaway.com ขายสินทรัพย์ในอังกฤษให้กับจัสต์อีต ทั้งนี้ จัสต์อีตคาดหมายว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 50% ในปีนี้ และได้มีการจับมือกับร้านอาหาร 66,000 แห่งเพื่อรองรับกับการเติบโตในอนาคต
ด้านนิคลาส เอิสต์เบิร์ก ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเดลิเวอรี ฮีโร่ กล่าวว่า บริษัทของตนได้ก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งผู้นำใน 28 ประเทศทั่วโลก โดยมีการเซ็นสัญญาร่วมกับร้านอาหารร่วม 3 แสนแห่ง ทั้งในเอเชีย ยุโรป และลาตินอเมริกา รวมถึงมีการควบรวมกิจการกับคู่แข่งท้องถิ่น แลกเปลี่ยนสินทรัพย์ และถอนธุรกิจออกมาจากตลาดที่ยากลำบาก เช่น จีน และรัสเซีย
นีล แคมพลิง หัวหน้าฝ่ายวิจัยธุรกิจเทคโนโลยีจากบริษัทจัดการกองทุน นอร์เธิร์น ทรัสต์ แคปิตอล มาร์เก็ตส์ ให้ความเห็นว่า ผู้เล่นจำนวนมากที่อยู่ในตลาดเป็นผู้เล่นรายย่อย ซึ่งจะมีปัญหาในการแข่งขันกับบริษัทที่มีโครงข่ายโลจิสติกส์ที่เหนือกว่า
เมื่อต้นเดือนกันยายน อเมซอนได้ขยายธุรกิจจัดส่งอาหารของตนเอง อเมซอน เรสเตอรองต์ส (Amazon Restaurants) เข้ามาสู่ลอนดอนเป็นตลาดต่างประเทศแห่งแรก หลังจากอเมซอนเปิดให้บริการดังกล่าวอยู่ใน 11 เมืองในสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางรายมองว่า ในขณะที่อูเบอร์มีโอกาสเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาด แต่ก็อาจจะเผชิญกับความท้าทาย โดยร้านอาหารหลายแห่งลังเลใจที่จะเปิดรับคำสั่งออร์เดอร์ดีลิเวอรีเพิ่มเติม โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนที่ต้องให้บริการลูกค้าในร้านเป็นหลัก ขณะที่ร้านอาหารส่วนหนึ่ง เช่น เชนร้านพิซซ่า มีบริการส่งอาหารของตนเองโดยไม่ต้องการให้ผู้เล่นอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่เข้ามา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,197 วันที่ 2 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559






