thansettakij
thansettakij
การ์เมนต์หันยึดฐานผลิตในไทย ‘ฮงเส็งกรุ๊ป’ชะลอลงทุนในเวียดนาม/หลังทีพีพีส่อแท้ง

การ์เมนต์หันยึดฐานผลิตในไทย ‘ฮงเส็งกรุ๊ป’ชะลอลงทุนในเวียดนาม/หลังทีพีพีส่อแท้ง

02 ต.ค. 59 | 10:00 น.
ทีพีพีส่อแท้ง “ฮงเส็งกรุ๊ป” ไหวตัว ไม่เร่งขยายผลิตในเวียดนามเบนเข็มขยายลงทุนในประเทศ ทุ่มอีก 100 ล้าน ตั้งโรงงานผลิตในกรุงเทพฯเพิ่ม พร้อมขยายโรงงานที่จังหวัดอุบลฯรับสิทธิประโยชน์บีโอไอหนุนลงทุนคลัสเตอร์สิ่งทอ ขยับเตรียมปักฐานในกัมพูชาใช้สิทธิจีเอสพีส่งออกไปอียู

[caption id="attachment_102186" align="aligncenter" width="700"] ตลาดส่งออกสินค้าเครื่อวนุ่งห่ม 5 อันดับแรกของไทยช่วง 8 เดือนแรกปี 2559 ตลาดส่งออกสินค้าเครื่อวนุ่งห่ม 5 อันดับแรกของไทยช่วง 8 เดือนแรกปี 2559[/caption]

นายสุกิจ คงปิยาจารย์ กรรมการผู้จัดการฮงเส็งกรุ๊ป หนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกเสื้อกีฬารายใหญ่ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากที่ทางกลุ่มได้เข้าไปขยายการลงทุนในประเทศเวียดนามเมื่อ 2 ปีก่อน โดยโรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมลองอัน ทางทิศตะวันตกของเวียดนาม ล่าสุดได้มีการลงทุนไปแล้ว 2 เฟส (แต่ละเฟสใช้เงินลงทุนเรื่องค่าเช่าที่ดิน การก่อสร้างอาคารโรงงาน เครื่องจักร และทุนหมุนเวียนในการจัดซื้อวัตถุดิบประมาณ 8-10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ปัจจุบันมีพนักงานเย็บรวมประมาณ 1,500 คน กำลังผลิตประมาณ 7 แสนตัวต่อเดือน

อย่างไรก็ดีจากที่รัฐสภาของเวียดนามได้เลื่อนการพิจารณาการให้สัตยาบันความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือทีพีพี ที่มีสมาชิก 12 ประเทศ มีสหรัฐฯเป็นแกนนำส่อมีปัญหายืดเยื้อการมีผลบังคับใช้ออกไป หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศไม่เอาทีพีพี ส่วนนางฮิลลารีคลินตัน ประกาศจะรื้อการเจรจาทีพีพีใหม่หากได้เป็นประธานาธิบดี

"จากทีพีพีที่ชะลอ เราจะไม่เร่งรีบการขยายธุรกิจในเวียดนาม แต่ก็จะรับคนงานให้เต็มเฟสในระยะต่อไป ดังนั้นในช่วงที่รอนี้ทางกลุ่มจึงได้หันกลับมาขยายการลงทุนในไทย เพราะมองว่ายังมีโอกาสการเติบโตได้อีก ล่าสุดจะลงเสาเข็มก่อสร้างอาคารเพิ่มในบริเวณพื้นที่โรงงานเดิมแถวถนนพระราม 2 ในวันที่ 2 ตุลาคมนี้ เบื้องต้นได้เตรียมงบประมาณ 100 ล้านบาท ในการสร้างอาคาร การติดตั้งเครื่องจักร รวมถึงใช้ในการรีโนเวตอาคารโรงงานเดิมที่มีอยู่ด้วย"

ทั้งนี้คาดการก่อสร้างอาคารโรงงานแห่งใหม่จะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เป้าหมายเพิ่มพนักงานเย็บอีก 400 คนโดยส่วนใหญ่จะนำเข้าแรงงานจากเมียนมา และจะรับพนักงานในส่วนอื่นๆ อีก 400 คน เพิ่มกำลังผลิตอีก 2 แสนตัวต่อเดือนจากเดิมโรงงานที่พระราม 2 มี 4-5 อาคาร พนักงานเย็บประมาณ 2,700 คน กำลังผลิตประมาณ 1.35 ล้านตัวต่อเดือน(เฉลี่ยพนักงานตัดเย็บ 1 คนเย็บได้ 500 ตัวต่อเดือน)

ขณะเดียวกันทางกลุ่มจะขยายและรับคนงานเพิ่มสำหรับโรงงานของกลุ่มที่จังหวัดอุบลราชธานีอีก 800 คน รวม 2 แห่งสำหรับโรงงานใหม่ที่พระราม2 และการขยายที่อุบลฯจะรับคนงานเพิ่มอีก 1,600 คน โดยการขยายทั้งสองแห่งในครั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการส่งออกของทางกลุ่มในช่วง 2 ปีที่ผ่านมายังขยายตัวได้ดี และในปีนี้ยอดขายคาดจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 8-9% นอกจากนี้เป็นผลจากนโยบายการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอที่ให้สิทธิประโยชน์จูงใจในคลัสเตอร์สิ่งทอด้วย

นายสุกิจ เผยอีกว่า ทางกลุ่มยังอยู่ระหว่างการศึกษาพื้นที่ตั้งโรงงานผลิตในประเทศกัมพูชา 3-4 แห่งโดยอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมในเรื่องต่างๆ เช่น ค่าเช่าที่ดิน ต้นทุนค่าขนส่ง แรงงาน ระหว่างพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในกัมพูชาที่อยู่ติดชายแดนไทยแถบจังหวัดสระแก้วหรือปราจีนบุรี กับพื้นที่ในนิคมติดกับชายแดนเวียดนาม คาดจะตัดสินใจได้ภายในสิ้นปีนี้ เบื้องต้นได้ตัดสินใจจะไปลงแน่ๆ 80-90% และจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปีหน้า และเปิดดำเนินการผลิตได้ในปี 2561

"การตั้งโรงงานในกัมพูชาเรามีเป้าหมายคนงานอย่างน้อย 1,500 คน และมีเป้าหมายเพื่อใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรของกัมพูชาในการส่งออกสินค้าไปสหภาพยุโรป"

Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,196
วันที่ 29 กันยายน - 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline