thansettakij
thansettakij
อินโดฯปฏิวัติธุรกิจยา ใช้ฐานดิจิตอลในห่วงโซ่อุปทานและระบบจัดซื้อ

อินโดฯปฏิวัติธุรกิจยา ใช้ฐานดิจิตอลในห่วงโซ่อุปทานและระบบจัดซื้อ

03 ต.ค. 59 | 02:00 น.
รัฐบาลอินโดนีเซีย ร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีจากออสเตรเลีย เตรียมเปลี่ยนระบบการบันทึกสต๊อก การจัดซื้อและจัดหายาเชื่อมโรงพยาบาลและศูนย์อนามัยทั่วประเทศเป็นระบบดิจิตอล เพื่อลดต้นทุนยา แก้ปัญหายาขาด ยาหมดอายุและยาปลอม เผยมีเป้าหมายเชื่อมทั้งประเทศภายใน 9 ปี

หนังสือพิมพ์ เดอะจาการ์ตาโพสต์รายงานว่า สำนักงานเพื่อการประเมินผลและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลอินโดนีเซีย ได้ทำสัญญาเอ็มโอยู กับ กลุ่มบริษัท Australian PNORS Technology Group เพื่อสร้างระบบดิจิตอลเชื่อมห่วงโซ่อุปทานของผู้จัดจำหน่ายและการจัดหายาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาลและสถานีอนามัยของอินโดนีเซียเป็นระบบเดียวกัน

สัญญาดังกล่าว รวมถึงการทำโครงการนำร่อง การสร้างศักยภาพของระบบและการร่วมเป็นพันธมิตรทางด้านเทคโนโลยี
จาการ์ตาโพสต์ ระบุว่า โครงการที่จะจัดทำขึ้นภายใต้สัญญาเอ็มโอยูฉบับนี้ จะรวมถึงการทำระบบบาร์โค้ดที่เป็นสากลสำหรับผลิตภัณฑ์ยา การสร้างระบบการจัดซื้อจัดหาอิเล็กทรอนิกส์สำหรับโรงพยาบาลและสถานีอนามัยนำร่อง

[caption id="attachment_101996" align="aligncenter" width="335"] พอล กัลโล (Paul Gallo) พอล กัลโล (Paul Gallo)[/caption]

นายพอล กัลโล (Paul Gallo) ซีอีโอ ของบริษัท Australian PNORS Technology Group ให้สัมภาษณ์ จาการ์ตาโพสต์ ว่าการทำให้ห่วงโซอุปทานยาเป็นระบบคอมพิวเตอร์จะช่วยแก้ ปัญหายาขาดสต๊อก ยาหมดอายุและยาปลอม ที่เป็นปัญหาสำหรับโรงพยาบาลและสถานีอนามัยในอินโดนีเซียก่อนหน้านี้

นายกัลโล กล่าวว่า การทำให้ระบบห่วงโซ่อุปทานยา ในออสเตรเลียเป็นดิจิตอลที่ทำก่อนหน้านี้ ได้ช่วยลดต้นทุนไปได้ถึง 52% และลดความซ้ำซ้อนของระบบเชื่อมซึ่งก่อนหน้านี้มีถึง 3 ตัวเชื่อม ซึ่งหากนำมาใช้ในอินโดนีเซีย จะทำให้โรงพยาบาลและสถานีอนามัย สามารถเชื่อมเข้าสู่ระบบที่ต่อกับผู้ผลิตยาเพื่อซื้อยาได้โดยตรง

นายกัลโล กล่าวว่า การทำระบบดิจิตอล ทำให้ไม่ต้องใช้เอกสารกระดาษอีกต่อไป ซึ่งเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมได้อีกทางหนึ่ง

จาการ์ตาโพสต์ ระบุว่า โครงการดังกล่าวจะมีการประเมินผลทุก 3 เดือน หลังจากที่มีการคัดเลือกและสร้างระบบให้กับโรงพยาบาลและสถานีอนามัยนำร่องแล้ว โดยคาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 9 ปี ในการเปลี่ยนระบบและสร้างการเชื่อมต่อกับโรงพยาบาล 2,500 แห่งและสถานีอนามัย 9,700 แห่งทั่วประเทศอินโดนีเซีย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,196
วันที่ 29 กันยายน - 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline