thansettakij
thansettakij
DITTO เล็งเปิดขาย “Blu Green Token” ระดมทุน 480 ล้าน ปั้นธุรกิจคาร์บอนเครดิต รับกฎหมายโลกร้อน

DITTO เล็งเปิดขาย “Blu Green Token” ระดมทุน 480 ล้าน ปั้นธุรกิจคาร์บอนเครดิต รับกฎหมายโลกร้อน

26 พ.ค. 69 | 05:19 น.
อัปเดตล่าสุด :26 พ.ค. 69 | 06:28 น.

DITTO เดินหน้าระดมทุนผ่าน “Blu Green Token” มูลค่าไม่เกิน 480 ล้านบาท ชูจุดขายโทเคนดิจิทัลอ้างอิงคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลน 4 แสนตัน เตรียมเปิดจองและเข้าเทรดในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายในไตรมาส 3 ปีนี้ หวังปั้นธุรกิจคาร์บอนเครดิตเป็น New S Curve รับแรงหนุนกฎหมายโลกร้อนและดีมานด์ตลาดโลกที่เร่งตัว

KEY

POINTS

  • บริษัท ดิทโต้ (DITTO) เสนอขาย “Blu Green Token” โทเคนดิจิทัลเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อระดมทุน 480 ล้านบาท สำหรับธุรกิจคาร์บอนเครดิต
  • เงินทุนจะถูกนำไปใช้ในโครงการปลูกป่าชายเลน โดยมีคาร์บอนเครดิตจำนวน 4 แสนตันเป็นสินทรัพย์อ้างอิง
  • ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการขายคาร์บอนเครดิต และมีกลไกคุ้มครองเงินลงทุนคืนพร้อมผลตอบแทน 3% ต่อปีหากไม่สามารถจำหน่ายคาร์บอนเครดิตได้

นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขาย “Blu Green Token” ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อสิ่งแวดล้อมโครงการแรกของไทย ในราคา 1.20 บาทต่อโทเคน จำนวน 400 ล้านโทเคน รวมมูลค่าเสนอขายไม่เกิน 480 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปใช้พัฒนาโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์ด้านคาร์บอนเครดิต

โครงการดังกล่าวมีคาร์บอนเครดิตจำนวน 4 แสนตันเป็นสินทรัพย์อ้างอิง พร้อมกำหนดกลไกคุ้มครองผู้ลงทุน โดยหากผู้ออกโทเคนดิจิทัลไม่สามารถจำหน่ายคาร์บอนเครดิตอ้างอิงได้ ผู้ถือโทเคนจะได้รับชำระเงินลงทุนเริ่มต้นคืน พร้อมผลตอบแทนทบต้นสะสม 3% ต่อปี ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะเปิดจองซื้อและเข้าจดทะเบียนซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายในไตรมาส 3 ปีนี้

ปั้นป่าชายเลนสู่ New S Curve

DITTO เล็งเปิดขาย “Blu Green Token” ระดมทุน 480 ล้าน ปั้นธุรกิจคาร์บอนเครดิต รับกฎหมายโลกร้อน

นายฐกร กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของโครงการมาจาก บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ DITTO ที่ดำเนินโครงการพิพิธภัณฑ์ป่าชายเลนมาเป็นเวลานาน จนมีองค์ความรู้ด้านระบบนิเวศและศักยภาพของป่าชายเลนในการดูดซับคาร์บอน ประกอบกับสถานการณ์โลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ปัจจุบัน STCT ได้รับสิทธิในการดูแลพื้นที่ป่าชายเลนรวมกว่า 175,196.05 ไร่ ภายใต้นโยบายของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่เปิดให้ภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์ด้านคาร์บอนเครดิต

บริษัทมองว่าโครงการดังกล่าวจะกลายเป็น New S Curve ในอนาคต เนื่องจากเป็นแหล่งสร้างรายได้ระยะยาวและยั่งยืน ควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง สร้างอาชีพให้ชุมชน และช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายคาร์บอนเครดิตจะนำกลับมาดูแลรักษาป่าชายเลนและจ้างงานคนในชุมชน

ชี้ตลาดคาร์บอนเครดิตไทยเข้าสู่ยุคเติบโต

DITTO ระบุว่า ตลาดคาร์บอนเครดิตไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบภาคสมัครใจไปสู่ภาคบังคับ หลังร่าง พ.ร.บ.โลกร้อนผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถแข่งขันของภาคส่งออกไทยในอนาคต

อีกแรงหนุนสำคัญคือมาตรการ Carbon Border Adjustment Mechanism ของสหภาพยุโรป ที่กำหนดเงื่อนไขด้านคาร์บอนต่อสินค้านำเข้า รวมถึงแรงกดดันจากผู้บริโภคยุโรปที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นายฐกรกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 380 ล้านตันต่อปี ขณะที่คาร์บอนเครดิตจากโครงการป่าชายเลนของบริษัทคาดว่าจะผลิตได้เพียงประมาณ 1 ล้านตันต่อปี สะท้อนว่าปริมาณคาร์บอนเครดิตในตลาดยังมีจำกัด และมีแนวโน้มที่ราคาจะปรับเพิ่มขึ้นในอนาคต หากความต้องการมากกว่าปริมาณที่ผลิตได้

ชูจุดแข็ง Blue Carbon รับผลตอบแทนไม่จำกัด Upside

DITTO เล็งเปิดขาย “Blu Green Token” ระดมทุน 480 ล้าน ปั้นธุรกิจคาร์บอนเครดิต รับกฎหมายโลกร้อน ด้านนายชัยทัด กุลโชควนิช รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน DITTO กล่าวว่า บริษัทนำพื้นที่ปลูกป่าชายเลนใหม่ 17,531.04 ไร่ ระยะเวลาโครงการ 7 ปี มาเป็นโครงการอ้างอิงสำหรับการออกและเสนอขาย Blu Green Token

แม้พื้นที่ดังกล่าวคาดว่าจะสามารถสร้างคาร์บอนเครดิตได้มากกว่า 1 ล้านตันภายใน 7 ปี แต่บริษัทจะนำมาใช้อ้างอิงสำหรับโครงการเพียง 4 แสนตัน ส่วนที่เหลือเก็บไว้เป็นสำรองเพื่อบริหารความเสี่ยงกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย

Blu Green Token อยู่ในรูปแบบ Investment Token กลุ่มความยั่งยืน ภายใต้กรอบ Green Financing โดยผู้ถือโทเคนจะได้รับผลตอบแทนจากการขายคาร์บอนเครดิตสุทธิ 4 แสนตัน ซึ่งจะเริ่มทยอยจำหน่ายตั้งแต่ปีที่ 5 ของโครงการเป็นต้นไป ทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาคาร์บอนเครดิตในอนาคต หรือมี Upside แบบไม่จำกัด

นายชัยทัดกล่าวว่า ชื่อ “Blu” มาจากแนวคิด Blue Carbon หรือคาร์บอนเครดิตจากระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าบกกว่า 10 เท่า อีกทั้งยังช่วยลดการกัดเซาะชายฝั่ง ฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำ และสร้างรายได้ให้ชุมชนประมงพื้นบ้าน ขณะที่คำว่า Green Token สะท้อนการเป็นโทเคนดิจิทัลด้านสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ เมื่อโทเคนเข้าจดทะเบียนซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว นักลงทุนจะสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Token X ชี้ต้นแบบ Green Financing ยุคใหม่

DITTO เล็งเปิดขาย “Blu Green Token” ระดมทุน 480 ล้าน ปั้นธุรกิจคาร์บอนเครดิต รับกฎหมายโลกร้อน

นายวันรบ บุญธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด ในฐานะผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล หรือ ICO Portal กล่าวว่า Blu Green Token ถือเป็นตัวอย่างของการนำแนวคิด Real-World Assets (RWA) Tokenization มาประยุกต์ใช้กับโครงการสิ่งแวดล้อมจริง โดยมีสินทรัพย์อ้างอิงชัดเจนและออกเสนอขายโดยบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ

ขณะเดียวกัน เงินที่ระดมทุนได้จะถูกนำไปใช้ในโครงการสีเขียวที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ทั้งนี้ Blu Green Token ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้สามารถออกและเสนอขายได้แล้ว โดยอยู่ภายใต้กรอบกฎเกณฑ์ด้าน Green Financing ระดับสากล และมีกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนควบคู่กับโอกาสรับผลตอบแทนจากการเติบโตของตลาดคาร์บอนเครดิตในอนาคต