
แฉดาวรุ่งกองทุน Web3 แบงก์ดังไทย ตุ๋นลงทุนดีลคริปโตทิพย์กว่าพันล้าน
นักลงทุนสายคริปโตชื่อดังในไทย ใช้โควตาโทเคน "คนใน" บังหน้า ระดมทุนส่วนตัวหลายล้านดอลลาร์ก่อนล่องหน พบเหยื่อเพียบทั้งในและต่างประเทศ คาดมูลต่าความเสียหายกว่าพันล้านบาท
KEY
POINTS
- อดีตผู้บริหารกองทุน KXVC ในเครือธนาคารกสิกรไทย ใช้ตำแหน่งหน้าที่หลอกลวงนักลงทุน โดยอ้างสิทธิ์การลงทุนในดีลคริปโตชื่อดังรอบส่วนตัว และให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว
- มีผู้เสียหายทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 20 ราย มูลค่าความเสียหายจากการลงทุนเบื้องต้นคาดว่าสูงกว่า 200 ล้านบาท และอาจพุ่งถึงหลักพันล้านบาทหากคิดตามมูลค่าโทเคน
- KXVC ได้เลิกจ้างพนักงานคนดังกล่าวแล้ว พร้อมออกประกาศเตือนว่าบริษัทใช้เงินทุนของตัวเองเท่านั้น และไม่มีนโยบายระดมทุนจากบุคคลภายนอก
ในการประชุม Singapore FinTech Festival ช่วงปลายปี 2567 กัมปนาท วิมลโนช หรือ "จอม" ปรากฏตัวในฐานะนักลงทุน Venture Capital (VC) ผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตเคอร์เรนซีที่มีประวัติการทำงานโดดเด่น ทั้งการเป็นที่ปรึกษาสตาร์ทอัพและคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของภาครัฐ จนได้รับความไว้วางใจให้ร่วมงานกับ KXVC กองทุน Web3 และ AI มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,250 ล้านบาท) ภายใต้เครือธนาคารกสิกรไทย
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังภาพลักษณ์อันน่าเชื่อถือ กลับมีการเปิดเผยว่าเขาใช้ตำแหน่งหน้าที่อ้างสิทธิ์การเข้าถึงโควตาโทเคนรอบส่วนตัว (Private Allocation) ในโปรเจกต์ดังระดับโลกอย่าง Monad, Babylon และ Linera เพื่อชักชวนเพื่อนและเครือข่ายนักลงทุนให้โอนเงินลงทุนเข้าบัญชีส่วนตัว โดยอ้างว่าเป็นสิทธิพิเศษสำหรับคนในวงการ
กลโกง "ดีลลม" อาศัยความเชื่อใจและคอนเนกชัน
ในโลกการลงทุนคริปโตระยะเริ่มต้น สิทธิ์การซื้อโทเคนก่อนเปิดตัวสู่สาธารณะถือเป็นโอกาสทองที่ทำกำไรมหาศาล นายกัมปนาทอาศัยจุดนี้ในการทำสัญญาปลอมที่ดูเป็นมืออาชีพ โดยอ้างอิงโปรเจกต์ที่กองทุนต้นสังกัดให้ความสนใจอยู่แล้ว ทำให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินจำนวนมาก
เหยื่อพุ่งนับสิบราย ความเสียหายกระจายตัวทั่วโลก
จากการตรวจสอบของเว็บไซต์ Scamurai พบผู้เสียหายอย่างน้อย 20 ราย มีมูลค่าความเสียหายรายบุคคลตั้งแต่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (6.5 แสนบาท) ไปจนถึงกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (32.5 ล้านบาท) โดยเหยื่อไม่ได้มีเพียงคนไทย แต่กระจายอยู่ในสิงคโปร์ เวียดนาม และสหรัฐฯ
ผู้ก่อตั้งโปรเจกต์ที่ถูกอ้างชื่อหลายแห่ง เช่น Monad และ Babylon ต่างยืนยันว่าสัญญาเหล่านั้นเป็นของปลอม และไม่เคยมีความเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลดังกล่าว ขณะที่ข้อมูลจากบล็อกเชนพบกระเป๋าเงินที่เกี่ยวข้องมีการทำธุรกรรม Stablecoin รวมมูลค่ากว่า 1.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (55.57 ล้านบาท) ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
สถานะการจ้างงานและการชี้แจงจาก KXVC
ปัจจุบันนายกัมปนาทได้ลบข้อมูลการทำงานที่ KXVC ออกจากประวัติใน LinkedIn ขณะที่มีรายงานว่าเขาถูกเลิกจ้างตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 ด้าน KXVC ได้ออกประกาศเตือนบนเว็บไซต์ว่าบริษัทไม่มีนโยบายระดมทุนจากแหล่งภายนอก และไม่มีการมอบอำนาจให้บุคคลใดรับเงินแทนในนามบริษัท พร้อมระบุว่าบริษัทใช้เพียงเงินทุนของตัวเอง (Corporate Venture Capital) เท่านั้น
มีกระแสข่าวลือว่านายกัมปนาทอาจเดินทางหลบหนีออกจากประเทศไทยไปยังสหรัฐฯ แล้ว ขณะที่กลุ่มผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีและรวบรวมหลักฐานเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่คนในวงการคริปโต ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการฉ้อโกงครั้งใหญ่ในวงการคริปโตของประเทศไทย โดยมูลค่าความเสียหายขั้นต่ำ 200 ล้านบาทจากเงินลงทุน แต่ถ้านับมูลค่าเหรียญที่ขึ้นไป น่าจะไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า KXVC (KasikornX Venture Capital Limited) บริษัท Venture Capital ในเครือธนาคารกสิกรไทย ได้ออกประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ หลังพบกลุ่มมิจฉาชีพนำชื่อบริษัทไปแอบอ้างเพื่อหลอกลวงประชาชนให้ร่วมระดมทุน โดยมีพฤติกรรมจูงใจให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารส่วนบุคคล
ข้อเท็จจริงจาก KXVC ที่นักลงทุนต้องรู้
1. ใช้เงินทุนตัวเองเท่านั้น: KXVC ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Corporate Venture Capital (CVC) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลงทุนในสตาร์ทอัพโดยใช้ “เงินทุนของบริษัทเอง” ไม่มีการเปิดรับทุนจากบุคคลทั่วไป
2. ไม่มีนโยบายระดมทุน: บริษัทไม่เคยมีการระดมทุนจากแหล่งทุนภายนอก และไม่เคยแต่งตั้งบุคคลธรรมดาหรือตัวแทนใดๆ ให้ทำหน้าที่ระดมทุนในนามบริษัท
3. บัญชีส่วนตัว = มิจฉาชีพ: หากมีการแอบอ้างชื่อบริษัทแล้วให้โอนเงินเข้า "บัญชีชื่อบุคคล" ให้สันนิษฐานได้ทันทีว่าเป็นกลโกงของมิจฉาชีพ
ขณะเดียวกันยังได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงบุคลากร โดยบุคลากรที่เกี่ยวข้อง: นายกัมปนาท วิมลโนท (Mr. Kampanat Vimolnoht) ได้พ้นจากการเป็นพนักงานของบริษัท (Ceased to be an employee of the Company) ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568
KXVC ยืนยันความบริสุทธิ์ใจและยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่เพื่อกวาดล้างขบวนการมิจฉาชีพเหล่านี้ให้ถึงที่สุด
เรียบเรียงจาก Scamurai

