
S&P 500 ปิดบวกเปิดเดือน ต.ค. บอนด์ยีลด์ลดจากจุดสูงสุด น้ำมันแพงกดดันตลาด
ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวเล็กน้อยในวันแรกของเดือนตุลาคม หลังบอนด์ยีลด์ปรับลดจากระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 2.7% แตะ 92.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จำกัดแรงซื้อในตลาดหุ้น
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดเดือนตุลาคมในแดนบวก โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาด
- ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นและอาจจำกัดแรงซื้อ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันแรกของเดือนตุลาคมในแดนบวกเล็กน้อย หลังจากก่อนหน้านี้ปรับตัวลดลง โดยการเคลื่อนไหวของตลาดเกิดขึ้นท่ามกลางการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จากระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี
ซีเอ็นบีซีรายงานว่า ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.19% ปิดที่ 7,666.45 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ขยับขึ้น 0.04% ปิดที่ 26,871.60 จุด ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 20.51 จุด หรือ 0.04% ปิดที่ 50,926.56 จุด ในการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569
ตลาดพันธบัตรยังมีความผันผวน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 5.344% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ขยับขึ้นสู่ระดับที่ไม่เคยเห็นมานานกว่า 24 ปี
เจฟฟ์ คิลเบิร์ก ซีอีโอของ KKM Financial กล่าวว่า ตลาดพันธบัตรเริ่มมีอาการล้า หลังอัตราผลตอบแทนปรับขึ้น 50 จุดพื้นฐานภายในเวลาเพียง 18 วันทำการ นับจากที่ประธานเฟด เควิน วอร์ช ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนที่แจ็กสันโฮลว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ย
คิลเบิร์กยังกล่าวว่า ตลาดมีความคาดหวังในทางบวกเล็กน้อยว่า การปรับขึ้นไปที่ระดับ 5% จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว โดยมองว่าต้องมีทางออกเกี่ยวกับอิหร่านก่อนจึงจะเป็นไปได้
อย่างไรก็ตาม ในช่วงสายของการซื้อขาย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรได้เปลี่ยนทิศทางลง โดยล่าสุดยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปีลดลง 5 จุด และอายุ 30 ปีลดลง 3 จุด ขณะที่พันธบัตรระยะสั้นปรับตัวลงแรงกว่า โดยยีลด์พันธบัตรอายุ 2 ปีลดลง 10 จุด
ราคาน้ำมันกดดันตลาดหุ้น
ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นมักเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร โดยเมื่อยีลด์ลดลง ตลาดหุ้นมักปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจจำกัดแรงซื้อในตลาดหุ้น
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส หรือ WTI งวดส่งมอบล่วงหน้า ปรับเพิ่มขึ้น 2.7% ปิดที่ 92.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยนักลงทุนยังติดตามท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อความขัดแย้งในอิหร่าน รวมถึงประเมินว่าเขาอาจรอจนกว่าการเลือกตั้งกลางเทอมจะผ่านพ้นไป ก่อนดำเนินการทางทหารเพิ่มเติม
ไมครอนรายได้พุ่ง หุ้นบวก 3%
ด้านบริษัทไมครอนรายงานผลประกอบการที่โดดเด่น โดยรายได้ในไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าตัว ส่งผลให้ราคาหุ้นปิดเพิ่มขึ้น 3% ในวันเดียว
แม้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 87% แต่ไมครอนมีแผนเพิ่มค่าตอบแทนพนักงาน ซึ่งจะกดดันมาร์จินให้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ซันเจย์ เมห์โรตรา ซีอีโอของไมครอน กล่าวกับซีเอ็นบีซีเมื่อวันพฤหัสบดีว่า บริษัทมีความยินดีและภูมิใจอย่างมากที่สามารถให้แรงจูงใจแก่ทีมงานให้สอดคล้องกับผลงานที่ทำสถิติสูงสุดของบริษัท






