
หุ้นไทยพุ่ง 23 จุด ทะลุ 1,618 จุด รับแรงซื้อ DELTA–หุ้นใหญ่
SET Index เปิดซื้อขายภาคเช้าบวกกว่า 22 จุด แตะ 1,618 จุด แรงซื้อ DELTA–หุ้นใหญ่หนุน โบรกชี้จังหวะย่อเป็นโอกาสสะสม จับตาเงินเฟ้อสหรัฐชี้ทิศทางดอกเบี้ยเฟด
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงกว่า 22 จุด ทะลุระดับ 1,618 จุดในช่วงเช้า
- ปัจจัยหนุนหลักมาจากการเข้าซื้อหุ้นขนาดใหญ่อย่าง DELTA ซึ่งราคาปรับตัวขึ้นถึง 7.81%
- นักวิเคราะห์มองว่าการย่อตัวของตลาดเป็นโอกาสในการสะสมหุ้น โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตาคือตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะส่งผลต่อทิศทางดอกเบี้ย
หุ้นไทยพุ่งกว่า 22 จุด แตะ 1,618 จุด แรงซื้อ DELTA–หุ้นใหญ่หนุน โบรกชี้จังหวะย่อเป็นโอกาสสะสม จับตาเงินเฟ้อสหรัฐชี้ทิศทางดอกเบี้ยเฟด
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 7 กันยายน 2569 ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 12:36 น. ที่ระดับ 1,618.55 จุด เพิ่มขึ้น 22.97 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.44% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,619.77-1,598.10 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 33,313.24 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- DELTA ราคา 276.00 บาท เพิ่มขึ้น 20.00 บาท หรือ 7.81% มูลค่าซื้อขาย 6,612.92 ล้านบาท
- GULF ราคา 62.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 1.62% มูลค่าซื้อขาย 2,113.53 ล้านบาท
- ADVANC ราคา 355.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท หรือ 2.60% มูลค่าซื้อขาย 1,467.02 ล้านบาท
- BCP ราคา 58.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท หรือ 3.70% มูลค่าซื้อขาย 1,163.96 ล้านบาท
- PTTEP ราคา 149.00 บาท ราคาทรงตัวใกล้เคียงกับปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 1,149.68 ล้านบาท
เดือนก.ย. มีโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (7 ก.ย. 69) ว่า DJIA คืนวันศุกร์ปิดลบ 272 จุด (-0.5%) S&P500 (-0.4%) เป็นไปตามความกังวลดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) หลังแรงงานรายงานมากกว่าคาดการณ์ ราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.8% กังวลกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นเด่นได้แก่ MU+6% AMD +4.7% KLAC+7.3%
วันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯ มีการประกาศการจ้างงานนอกภาคเกษตรพบว่ามากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้แต่อัตราการว่างงานใกล้เคียงตลาดคาดการณ์ ด้วยตัวเลขที่ดีกว่าคาดทำให้นักลงทุนเริ่มกลับมากังวลกับทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยเชื่อว่ามีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนน้ำหนักประมาณ 60%
แต่ก็ยังเร็วไปที่จะประเมินว่าดอกเบี้ยจะขึ้น เพราะตลาดจะรอดูตัวเลขเงินเฟ้อในช่วงปลายสัปดาห์นี้ นักลงทุนคาดที่ 3.4% จากปีก่อน หากมากกว่าคาดการณ์จะยิ่งกดดัน ขณะที่เช้านี้น้ำมันดิบขยับขึ้นเล็กน้อย (BRT +0.4%) จากที่มีราย งานว่าช่วงวันหยุดที่ผ่านมาเกิดการโจมตีกันระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ลุ้น SET Index วันนี้ ชนแนวต้าน 1,610 จุด
อาจเกิดการขายทำกำไรระยะสั้นในตลาดหุ้นไทย เพราะวันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดมีการปรับขึ้นเพราะคาดหวังว่าจะเห็นนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ผ่อนคลาย แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้มองว่าจะกลับตัวเป็นขาลงด้วยกำไรที่แข็งแกร่งและราคาหุ้นที่เริ่มไม่แพง
วันนี้ประเมิน SET Index แกว่งกรอบ 1,585-1,610 จุด เช้านี้จิตวิทยาการลงทุนเป็นบวก (KOSPI +3.2% Nikkei +1.6%) อาจมาจาก SEMI ในสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นเด่น
กลยุทธ์การลงทุนจังหวะย่อตัวหากกังวล FED มองเป็นโอกาสสะสมเน้นที่ Domestic (CPALL CPN HMPRO KBANK BBL KKP SCB) ท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT) การเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) และ ระยะสั้นอาจ Trading พลังงาน (PTTEP PTTGC TOP)
หุ้นแนะนำ
- KBANK : คาดการณ์กำไรสุทธิในปี 2569 จะเติบโต 2% และขยายตัว 4% ในปี 2570 หนุนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัว (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 259 บาท)
- BBIK : ปัจจุบัน BBIK ซื้อขายที่ 11.1 เท่า PE’26E ต่ำกว่าหุ้นกลุ่ม AI อื่นที่ซื้อขาย PE’26E สูงกว่า 20 เท่า โดยอุตสาหกรรม Digital Transformation ยังเป็นขาขึ้นในระยะยาวจากอุปสงค์ขององค์กรทั้งภาครัฐฯ และเอกชน (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 26.5 บาท)







