
ก.ล.ต. ลงดาบปั่นหุ้น MBAX เรียกชำระ 11.56 ล้าน-แบนเทรด 6 เดือน
ก.ล.ต. เปิดพฤติการณ์กวาด Offer-ครอง Bid สร้างดีมานด์เทียมหุ้น MBAX ลงโทษแพ่ง 11.56 ล้านบาท พร้อมแบนซื้อขาย 6 เดือน-ห้ามเป็นผู้บริหาร 12 เดือน
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับนายขจรเกียรติ อึ้งอร่าม กรณีสร้างราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น MBAX ในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม 2565
- สั่งให้ชำระค่าปรับทางแพ่งและชดใช้ผลประโยชน์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,563,136 บาท
- กำหนดโทษห้ามซื้อขายหลักทรัพย์เป็นเวลา 6 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นเวลา 12 เดือน
ก.ล.ต. เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับ "นายขจรเกียรติ อึ้งอร่าม" ผู้กระทำความผิดกรณีสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท มัลติแบกซ์ จำกัด (มหาชน) (MBAX) โดยเรียกให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 11,563,136 บาท พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเดือนมกราคม ปี 2566 และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ระหว่างวันที่ 9 มิถุนายน - 23 สิงหาคม 2565 นายขจรเกียรติ มีพฤติกรรมสร้างราคาหรือปริมาณหลักทรัพย์
โดยส่งคำสั่งซื้อในลักษณะผลักดันราคาให้ปรับตัวสูงขึ้นด้วยการเคาะซื้อหรือส่งคำสั่งซื้อเพื่อกวาดคำเสนอขาย (offer) ที่ดีที่สุดจนหมด โดยเหลือคำเสนอซื้อ (bid) ที่ดีที่สุดไว้ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ลงทุนอื่นเข้ามาซื้อขายตาม จากนั้นส่งคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มเติมในหลายระดับราคาและในปริมาณมาก
รวมทั้งครองคำเสนอซื้อ เพื่อลวงให้ผู้ลงทุนอื่นเข้าใจว่า ณ ขณะนั้นมีความต้องการซื้อหุ้น MBAX จำนวนมาก โดยทำให้ผู้ลงทุนที่ไม่ต้องการรอซื้อเข้ามาเคาะซื้อในราคาที่สูงกว่า ส่งผลให้ราคาหุ้น MBAX ปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อราคาหุ้น MBAX ปรับตัวลดลง นายขจรเกียรติ ได้มีการส่งคำสั่งซื้อเข้ามาเสริมในหลายระดับราคาจนครองคำเสนอซื้อไม่ให้ราคาปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นการสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น MBAX
โดยส่งคำสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์อันเป็นการทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ และในลักษณะต่อเนื่องกัน โดยมุ่งหมายให้ราคาหรือหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
การกระทำของผู้กระทำความผิดข้างต้น เป็นความผิดฐานตามมาตรา 244/3(1)(2) ประกอบมาตรา 244/5 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ* กับนายขจรเกียรติ โดยกำหนดให้นายขจรเกียรติ ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ
และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 11,563,136 บาท รวมถึงห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 6 เดือน และ 12 เดือน ตามลำดับ
มาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ได้แก่ การกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าวข้างต้น จะมีผลตามที่ระบุในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ผู้กระทำความผิดลงนาม
หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราที่อัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด
ทั้งนี้ เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ : * มาตรการลงโทษทางแพ่งเป็นมาตรการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2559 โดยมาตรา 317/1 กำหนดให้การกระทำความผิดอาญาตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดได้
อ่านรายละเอียด “การดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่ง (Civil Sanctions)”







