
ORN มั่นใจยอดโอนปี 69 แตะ 2.6 พันล้าน ตุน Backlog 4.3 พันล้าน
ORN ตุน Backlog 4.3 พันล้าน หนุนรายได้ต่อเนื่องถึงปี 2571 มั่นใจยอดโอนปี 2569 แตะ 2.6 พันล้าน เร่งส่งมอบคอนโดเชียงใหม่-ภูเก็ต พร้อมขยายธุรกิจการศึกษาดันสัดส่วนรายได้ประจำแตะ 30%
KEY
POINTS
- ORN ตั้งเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ทั้งปี 2569 ไว้ที่ 2,600 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 1,100 ล้านบาท และคาดว่าครึ่งปีหลังจะทำได้มากกว่า 1,500 ล้านบาท
- บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวม 4,300 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571
- จุดแข็งของ Backlog คือมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติสูงถึง 60% ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยของลูกค้าในประเทศ
- ผลประกอบการครึ่งปีหลังจะได้รับแรงหนุนจากการเริ่มโอนโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 2 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่และภูเก็ต
นายอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ORN เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จังหวัดเชียงใหม่ไตรมาส 3 ปี 2569 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือนระดับสูง และความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย
สถานการณ์ดังกล่าวกลับเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการ หรือ Pre-finance ส่งผลให้จำนวนผู้ประกอบการที่มีความพร้อมเปิดโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในเชียงใหม่เหลือเพียงประมาณ 2-3 ราย
เมื่ออุปทานใหม่ลดลงอย่างมาก ขณะที่ยังมีกำลังซื้อจากผู้บริโภคที่มีความต้องการซื้อจริง ทำให้ผู้ประกอบการที่มีความพร้อมทั้งด้านเงินทุน ที่ดิน และศักยภาพในการพัฒนาโครงการ มีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาด โดย ORN ยังคงมองว่า คอนโดมิเนียมเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่ขับเคลื่อนยอดขายของบริษัท
ยอดขายครึ่งปีแรกทะลุ 2 พันล้าน
ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกปี 2569 บริษัทมียอดโอนกรรมสิทธิ์ประมาณ 1,100 ล้านบาท นับเป็นระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่ยอดขาย (Presales) ทำได้มากกว่า 2,000 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 70% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ตั้งไว้ราว 2,900 ล้านบาท
“ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนการเติบโตทั้งด้านรายได้ ยอดขาย และกำไรสุทธิ โดยเฉพาะยอดโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงครึ่งปีแรกซึ่งปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท”
สำหรับครึ่งหลังปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์มากกว่า 1,500 ล้านบาท เพื่อผลักดันยอดโอนทั้งปีให้เป็นไปตามเป้าหมาย 2,600 ล้านบาท โดยประเมินว่ามีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากมียอดขายรอโอนคุณภาพดีรองรับอยู่แล้ว รวมถึงมีโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในเชียงใหม่และภูเก็ตเตรียมเริ่มโอนในช่วงปลายปี
ตุน Backlog 4.3 พันล้าน รับรู้รายได้ถึงปี 2571
ปัจจุบัน ORN มี Backlog ราว 4,300 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 1,300 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 3,000 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังปี 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571 ซึ่งจุดแข็งสำคัญของ Backlog คือ สัดส่วนลูกค้าต่างชาติที่มีการวางเงินดาวน์ในระดับสูง 30-50% ของมูลค่าห้องชุด ช่วยลดความเสี่ยงการยกเลิกสัญญา และทำให้บริษัทมีความชัดเจนในการรับรู้รายได้ในอนาคตมากขึ้น
สำหรับ Backlog โครงการแนวราบ 1,300 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยโอนภายใน 3-4 ไตรมาส เฉลี่ยไตรมาสละ 200-300 ล้านบาท โดยยังไม่รวมยอดขายใหม่ ขณะที่โครงการ “บีลีฟ วงแหวน-สันกำแพง” เป็นหนึ่งในโครงการหลักที่จะสนับสนุนยอดโอน ส่วน Backlog คอนโดมิเนียม 3,000 ล้านบาท คาดว่า จะรับรู้รายได้ประมาณ 900 ล้านบาทในช่วงที่เหลือของปีนี้ ก่อนรับรู้ประมาณ 1,000 ล้านบาทในปี 2570 และอีก 1,000 ล้านบาทในปี 2571
ต่างชาติครอง Backlog 60% ลดความเสี่ยงสินเชื่อ
ทั้งนี้ สัดส่วนลูกค้าใน Backlog ของบริษัท แบ่งเป็นลูกค้าต่างชาติประมาณ 60% และลูกค้าคนไทยประมาณ 40% ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบจากปัญหาสินเชื่อที่อยู่อาศัยของลูกค้าคนไทยน้อยกว่าผู้ประกอบการที่พึ่งพาตลาดในประเทศเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ลูกค้าคนไทยประมาณ 70% ยังต้องพึ่งพาสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ ขณะที่ภาวะหนี้ครัวเรือนสูง รายได้ฟื้นตัวช้า และเกณฑ์อนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวด ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ หรือ Rejection Rate ในตลาดยังอยู่ในระดับสูง
“ปีนี้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญความท้าทายค่อนข้างมาก จากหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง สวนทางกับรายได้ของประชาชน ทำให้โอกาสขอสินเชื่อผ่านอยู่ในระดับต่ำ คาดว่า บรรยากาศจะเริ่มผ่อนคลายในอีก 1-2 ปีข้างหน้า หากเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น”
เร่งโอน 2 คอนโดเชียงใหม่-ภูเก็ต
แรงขับเคลื่อนผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 มาจากการทยอยส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ โดยโครงการ ARISE HILL จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันมียอดขายแล้วประมาณ 60% และเตรียมส่งมอบห้องชุดแรกให้ลูกค้าเข้าอยู่อาศัยตั้งแต่ปลายเดือนนี้ โดยฐานลูกค้าแบ่งเป็นชาวไทยประมาณ 60% และต่างชาติ 40% ส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพากำลังซื้อเพื่อการลงทุน
ขณะที่ ARISE VIBE PHUKET จังหวัดภูเก็ต เตรียมเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 หลังมียอดขายแล้วประมาณ 75% โดยลูกค้าประมาณ 70% เป็นคนไทย และ 30% เป็นต่างชาติ สะท้อนกำลังซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงในตลาดภูเก็ตที่ยังมีความแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ ORN อยู่ระหว่างก่อสร้างคอมมูนิตี้มอลล์บริเวณด้านหน้าโครงการ ซึ่งคาดว่า จะเปิดให้บริการช่วงต้นปี 2570 เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกบ้าน เพิ่มมูลค่าโครงการ และสร้างรายได้ประจำเพิ่มเติม
ดัน Mill Hill ถึงจุดคุ้มทุนปี 2570
บริษัทยังขยายธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำผ่านโรงเรียนนานาชาติ Mill Hill International School Chiang Mai ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักภายใต้ธุรกิจการศึกษาของกลุ่มบริษัท ปัจจุบันเปิดสอนถึงระดับ Year9 อัตราค่าเล่าเรียนประมาณ 400,000 บาทถึงมากกว่า 700,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณ 600,000 บาทต่อคนต่อปี โดยรวมค่าอุปกรณ์การเรียน อาหารกลางวัน และกิจกรรมในหลักสูตรแล้ว
ปัจจุบันมีนักเรียน 178 คน และคาดว่าภายในสิ้นปีจะแตะ 200 คน ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ประจำให้บริษัทได้กว่า 100 ล้านบาทต่อปี ขณะที่จุดคุ้มทุนของธุรกิจอยู่ที่นักเรียนประมาณ 300 คน ตั้งเป้าบรรลุภายในปี 2570 หากจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเต็มความสามารถที่รองรับได้ 800-900 คน โรงเรียนจะมีศักยภาพสร้างรายได้ประจำสูงถึงปีละ 400-500 ล้านบาท
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,231 วันที่ 30 สิงหาคม - 1 กันยายน พ.ศ. 2569





