
ดัชนี S&P 500 ร่วง 0.52% นักลงทุนจับตาผลประกอบการค้าปลีก
S&P 500 ปิดลดลง 0.52% สู่ 7,745.06 จุด นักลงทุนชะลอซื้อท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอ พร้อมจับตาผลประกอบการบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ ประเมินกำลังซื้อผู้บริโภคสหรัฐฯ
KEY
POINTS
- ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดปรับตัวลดลง 0.52% เนื่องจากนักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการซื้อขาย
- นักลงทุนกำลังรอผลประกอบการของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ เช่น Home Depot และ Walmart เพื่อประเมินทิศทางการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐฯ
- หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดยมีเพียงกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นสวนทางตลาดตามราคาน้ำมัน
ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 40.70 จุด หรือ 0.52% สู่ระดับ 7,745.06 จุด ในวันจันทร์ที่ 17 ส.ค. 2569 หลังนักลงทุนมีท่าทีระมัดระวังและรอผลประกอบการรายไตรมาสจากบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ เพื่อประเมินทิศทางการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐฯ
นักลงทุนยังคงคำนึงถึงข้อมูลยอดค้าปลีกและการจ้างงานเดือนกรกฎาคมที่อ่อนแอ ขณะที่ Home Depot มีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันอังคาร และ Walmart มีกำหนดรายงานในวันพฤหัสบดี
ความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่อ่อนแอลงทำให้ตลาดค่อนข้างซบเซา และกำลังรอผลประกอบการของบริษัทค้าปลีกเพื่อชี้ทิศทาง
ฟิล บลองกาโต หัวหน้านักกลยุทธ์การตลาดของ Osaic Wealth กล่าว พร้อมระบุว่า ปริมาณการซื้อขายมักเบาบางในเดือนสิงหาคม เนื่องจากนักลงทุนจำนวนมากเดินทางไปพักผ่อน
สำหรับ 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของ S&P 500 มีเพียงกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 0.87% ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันทั่วโลก ขณะที่กลุ่มบริการสื่อสารและกลุ่มสินค้าจำเป็นต่อการบริโภคลดลงประมาณ 1.5% ส่วนกลุ่มการเงินและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อการบริโภคลดลงมากกว่า 1% เล็กน้อย
กลุ่มเทคโนโลยีของ S&P 500 ปิดลดลงเกือบ 0.2%
โดยการซื้อขายมีความผันผวน ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนว่าการใช้จ่ายจำนวนมากด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะสร้างผลตอบแทนได้หรือไม่
Microsoft และ Meta Platforms เป็นหุ้นที่ฉุด S&P 500 มากที่สุด โดยทั้ง 2 บริษัทปรับตัวลดลงมากกว่า 3% ขณะที่ Micron Technology เพิ่มขึ้น 4% และ Applied Materials เพิ่มขึ้น 5.5% ช่วยหนุนดัชนี
นักลงทุนยังจับตาผลประกอบการของ Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิป AI ชั้นนำ ซึ่งมีกำหนดรายงานในสัปดาห์หน้า โดย Nvidia เป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
ดัชนี S&P 500 ทำระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์จำนวน 19 ตัว และทำระดับต่ำสุดใหม่ 4 ตัว ขณะที่มูลค่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ อยู่ที่ 14,740 ล้านหุ้น เทียบกับค่าเฉลี่ย 16,950 ล้านหุ้นในช่วง 20 วันที่ผ่านมา






