
SNNP กำไร Q2 ฟื้นแตะ 69.8 ล้าน บอร์ดเคาะปันผลหุ้นละ 0.16 บาท
SNNP กำไรไตรมาส 2/69 ฟื้น 15.8% จากไตรมาสก่อน แตะ 69.8 ล้านบาท รับยอดขาย–มาร์จิ้นดีขึ้น แต่ยังลด 46.2% จากปีก่อน บอร์ดไฟเขียวปันผล 0.16 บาทต่อหุ้น
KEY
POINTS
- SNNP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/69 มีกำไรสุทธิ 69.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 46.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- การฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
- คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกในอัตราหุ้นละ 0.16 บาท
บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP รายงานผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า กำไรสุทธิในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 เท่ากับ 69.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5 ล้านบาท หรือร้อยละ 15.8 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น และการบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิ ลดลง 60.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 46.2 สอดคล้องกับ การลดลงของรายได้จากการขาย สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2569 กำไรสุทธิ เท่ากับ 130.2 ล้านบาท ลดลง 170.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 56.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
รายได้จากการขายหนุน
รายได้จากการขายในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 เท่ากับ 1,316.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.8 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.5 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากการเติบโตของรายได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สะท้อนการฟื้นตัวของความต้องการ บริโภคภายในประเทศควบคู่กับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเวียดนามซึ่งยังคงเป็นตลาดหลัก
รายได้จากการขายในประเทศ เท่ากับ 1,038.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.2 เมื่อเทียบกับไตร มาสก่อนหน้า จากการฟื้นตัวของยอดขายกลุ่มเครื่องดื่มตามปัจจัยฤดูกาลในช่วงฤดูร้อน ประกอบกับการเพิ่มการดำเนิน กิจกรรมทางการตลาด การเพิ่มพื้นที่จัดแสดงสินค้าและการขยายกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ ภายหลังความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลง ส่งผลให้รายได้ในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ ฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า
นอกจากนี้ บริษัทได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งช่วยกระตุ้น การบริโภคภายในประเทศโดยรวมในช่วงปลายไตรมาส ขณะที่รายได้จากการขายในต่างประเทศ เท่ากับ 278.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.8 เมื่อเทียบ กับไตรมาสก่อนหน้า
โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากตลาดเวียดนาม จากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจ ประกอบกับการดำเนินธุรกิจที่มีเสถียรภาพ การขยายการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมพื้นที่จำหน่ายมากขึ้น และการเพิ่มความหลากหลาย ของผลิตภัณฑ์ในช่องทางจัดจำหน่ายทั้งในช่องทางค้าปลีกดั้งเดิมและช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ ส่งผลให้คำสั่งซื้อจากคู่ค้ามีความสม่ำเสมอและสนับสนุนการเติบโตของรายได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายลดลง 71.5 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.2 โดยมี สาเหตุหลักจากการชะลอตัวของการบริโภคภายในประเทศ ท่ามกลางก าลังซื้อที่ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปและภาวะ เศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้รายได้จากการขายในประเทศปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายเท่ากับ 2,588.2 ล้านบาท ลดลง 285.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลดลงของรายได้จากการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
กำไรขั้นต้น Q2 บวก 5.9%
กำไรขั้นต้นในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 เท่ากับ 352.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.5 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.9 เมื่อเทียบกับไตร มาสก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย แต่ลดลง 53.5 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการลดลงของรายได้จากการขาย บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับร้อยละ 26.8 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
แม้ว่าบริษัทจะเริ่มรับรู้ผลกระทบจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยการเพิ่มขึ้นของยอดขายและปริมาณการผลิตส่งผลให้มีการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้น ช่วยให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยลดลง ประกอบกับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การเพิ่มอัตราผลผลิต การลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต
รวมถึงการปรับกลยุทธ์และโครงสร้างการส่งเสริมการขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นลดลงร้อยละ 2.4 เนื่องจากปริมาณการผลิตลดลงทำให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าบริษัทจะยังคงควบคุมต้นทุนคงที่ให้อยู่ในระดับปกติ
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรขั้นต้นเท่ากับ 685.3 ล้านบาท ลดลง 172.6 ล้านบาท หรือร้อย ละ 20.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ ร้อยละ 26.5 ลดลงร้อยละ 3.4 จากช่วงเดียวกัน ของปีก่อน
ความขัดแย้งตะวันออกกลางกดดันต้นทุนการขาย
ต้นทุนการขายในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 เท่ากับ 964.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.7 เมื่อเทียบกับ ไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงบริษัทเริ่มรับรู้ผลกระทบจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลาสติก
ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต้นทุนการขายลดลง 18.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.8 สอดคล้องกับการลดลงของรายได้จากการขาย
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่ม ตามกิจกรรมส่งเสริมการขาย
ค่าใช้จ่ายในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 เท่ากับ 200.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบกับไตร มาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 15.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการดำเนินกิจกรรมทาง การตลาดและการส่งเสริมการขายตามแผนงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายคงที่ที่ยังคงอยู่ในระดับปกติ
ทั้งนี้ บริษัทสามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขายอยู่ที่ร้อยละ 15.2 ลดลงร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2569 ค่าใช้จ่ายในการขายเท่ากับ 396.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.9 ล้านบาท หรือร้อย ละ 9.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 เท่ากับ 57.6 ล้านบาท ลดลง 5.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.1 เมื่อเทียบ กับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 7.9 ล้านบาท หรือร้อยละ 12.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับโครงสร้างองค์กรและการบริหารกำลังคนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ อัตราค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขาย เท่ากับร้อยละ 4.4 ลดลงร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลงร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2569 ค่าใช้จ่ายในการบริหารเท่ากับ 120.2 ล้านบาท ลดลง 11.6 ล้านบาท หรือร้อย ละ 8.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผล 0.16 บาท
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ทางคณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดงวดดำเนินงานวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ให้กับผู้ถือหุ้นสามัญ ในอัตราการจ่ายปันผลที่ 0.16 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 และจ่ายปันผลในวันที่ 8 กันยายน 2569
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ SNNP ได้มีการจ่ายเงินปันผลรอบผลประกอบการ วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ไปแล้วเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นเงินปันผลจากกำไรสุทธิ จำนวน 0.345 บาทต่อหุ้น ซึ่งถูกกำหนดรายชื่อไปเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา







