thansettakij
thansettakij
ก.ล.ต. เดินหน้าทบทวนกฎหมาย PVD ยกระดับเงินออมลูกจ้างวัยเกษียณ

ก.ล.ต. เดินหน้าทบทวนกฎหมาย PVD ยกระดับเงินออมลูกจ้างวัยเกษียณ

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นทบทวนกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการออมและการลงทุน ให้ลูกจ้างมีเงินเพียงพอหลังเกษียณ ถึง 2 ต.ค. 69

KEY

POINTS

  • ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อประเมินผลและทบทวนพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
  • มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเพิ่มประสิทธิภาพให้กองทุนเป็นหลักประกันการออมสำหรับลูกจ้างวัยเกษียณ
  • การทบทวนดังกล่าวเป็นไปตามรอบการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุก 5 ปี ซึ่งจะครบกำหนดอีกครั้งในปี 2569
  • เปิดให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไปร่วมแสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2569

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 (พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

และเพิ่มประสิทธิภาพให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นกลไกการออมและการลงทุนให้ลูกจ้างมีเงินออมอย่างเพียงพอเมื่อเกษียณอายุ ตามที่พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 (พ.ร.บ. ประเมินผลสัมฤทธิ์ฯ) กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายอย่างน้อยทุก 5 ปี นับแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ หรือดำเนินการตามรอบระยะเวลาอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือเมื่อมีกรณีอื่นตามที่กำหนด

โดยในปี 2564 ก.ล.ต. ได้ดำเนินการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และในปี 2566 ได้พิจารณาทบทวนและเสนอการแก้ไข พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่อกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ดี ในปี 2569 ซึ่งครบกำหนด 5 ปี ในการประเมินผลสัมฤทธิ์ตาม พ.ร.บ. ประเมินผลสัมฤทธิ์ฯ ก.ล.ต. จึงมีความจำเป็นต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องและบุคคลทั่วไปเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคของ พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ตามแนวทางการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย

เพื่อนำความเห็นและข้อเสนอแนะมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการปรับปรุงกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ตลอดจนยกระดับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถเป็นกลไกในการออมและการลงทุนของลูกจ้างเพื่อมีเงินออมอย่างเพียงพอในยามเกษียณต่อไป

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. และระบบกลางทางกฎหมาย โดยผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: [email protected] หรือ [email protected] จนถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2569