
หุ้นไทยเช้านี้บวกอ่อน 0.61 จุด ยืน 1,624.25 จุด หุ้นเทคฯ ยังกดดันบรรยากาศ
SET Index เช้านี้ทรงตัวที่ 1,624 จุด หุ้นเทคกดดัน ขณะน้ำมันดิ่ง 6.8% หนุนกลุ่มสายการบิน-โรงไฟฟ้า โบรกชู MINT-CPALL หุ้นเด่นรับความผันผวน
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้าเปิดบวกเล็กน้อย 0.61 จุด ที่ระดับ 1,624.25 จุด โดยแกว่งตัวในกรอบแคบ
- บรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังคงถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้น DELTA ที่ปรับตัวลดลง
- นักวิเคราะห์ประเมินว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,610-1,635 จุด และได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีต่อไป
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ 3 สิงหาคม 2569 ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขายภาคเช้า ณ เวลา 11:36 น. ที่ระดับ 1,624.25 จุด เพิ่มขึ้น 0.61 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.04% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,628.42-1,610.63 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 36,059.86 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- DELTA ราคา 275.00 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ 1.08% มูลค่าซื้อขาย 2,582.49 ล้านบาท
- PTTEP ราคา 149.00 บาท ราคาทรงตัวใกล้เคียงจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 2,442.37 ล้านบาท
- PTT ราคา 38.50 บาท ราคาทรงตัวใกล้เคียงจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 1,800.85 ล้านบาท
- CPALL ราคา 48.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.52% มูลค่าซื้อขาย 1,543.52 ล้านบาท
- GULF ราคา 66.75 บาท ราคาทรงตัวใกล้เคียงจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 1,233.74 ล้านบาท
จับตาทรัมป์-อิหร่าน
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (3 ส.ค. 69) ว่า DJIA คืนวันศุกร์ปิดบวก 277 จุด (+0.5%) ได้แรงหนุนจากหุ้น AMZ หลังรายงานผลประกอบการเติบโตได้ดี และช่วยหนุนหุ้นเทคอื่นๆ เช่น MSFT GOOGL ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.2% สถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นแรงหนุน แต่อย่างไรก็ตามเช้านี้น้ำมันดิบปรับลงแรง -6.8% หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ เตรียมจะเจรจากับอิหร่าน
บริษัท Tech สหรัฐฯ ทยอยรายงานกำไรไตรมาส 2/2569 ภาพรวมพบว่า ธุรกิจ Cloud ที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังเติบโตได้ดีสะท้อน AI แปลง เป็นรายได้ได้จริง (AMZ +37% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน MSFT +43% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน GOOGL +82% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน) และมี Backlog รอรับรู้กว่า 2.4 ล้านล้านดอลลาร์
แต่ทั้งนี้ บางบริษัทเริ่มเผชิญกับกระแสเงินสดอิสระที่ติดลบจากการเร่งลงทุนมหาศาลแต่หากระยะถัดไปสามารถเพิ่มเงินสดจากการดำเนินงานได้ก็มิได้น่ากังวล
ส่วนปัจจัยสงครามในช่วงวันหยุดที่ผ่านมามีรายงานว่าทรัมป์ได้เลื่อนการโจมตีอิหร่านออกไปมอง ปัจจัยข้างต้นบวกกับการลงทุน คืนนี้รอติดตามดัชนี PMI ในฝั่ง ภาคผลิต Consensus คาดการณ์ที่ 54 และสัปดาห์นี้ติดตามตัว เลขแรงงานกับผลประกอบการ
ธปท.รายงานจากหุ้นกลุ่มพลังงานและเช้านี้ Kospi -4.3% อาจกดดันเศรษฐกิจไทยเดือน มิ.ย. พบว่าการบริโภคดีขึ้นใน หมวดยานยนต์ไฟฟ้า ส่งออกสินค้าและลงทุนเอกชนเติบโตขึ้นโดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีแต่การท่องเที่ยวชะลอลง มองดีกับหุ้นสินเชื่อเช่าซื้อ (TISCO KKP)
หุ้นเทคยังกดดัน
สำหรับวันนี้ประเมิน SET Iindex เคลื่อนไหวกรอบ 1,610-1,635 จุด อาจถูกกดดันต่อหุ้นกลุ่ม TECH แต่ Anti Oil จะหนุน
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นเลือกกลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์ อาทิ (AAV BA MINT CENTEL BGRIM GPSC GULF) เป็นกลุ่มที่บวกจาก ราคาน้ำมันปรับลง รวมถึง Non Bank (MTC SAWAD) อสังหาฯ (AP SPALI) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) แต่ยังเน้นย้ำใช้ปริมาณเงินที่ไม่มากนักตามราคาหุ้นที่เริ่มสูง
หุ้นแนะนำ
- MINT : ธุรกิจอาหารช่วงในไตรมาส 2/2569 มี TSSG รวมทั้งพอร์ต +0.7% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากไทยที่ +5.8% และมีอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) -0.3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยมี SSSG ไทยใน +1.6% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 26.50 บาท)
- CPALL : Valuation ที่น่าสนใจ ปัจจุบันซื้อขายที่ราว 14 เท่า PE’26E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต พร้อมด้วยผลตอบแทนเงินปันผลคาดหวังระดับ 3%-4% คาดรายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 ที่ 7.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน แต่ลดลง 21% จากไตรมาสก่อน (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 61.00 บาท)







